เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ภรรยาผมได้โทรศัพท์คุยกับผู้ประกาศขายห้องที่ได้ประกาศขายห้องชุดในอินเตอร์เน็ต เมื่อถึงวันนัดหมายเป็นคุณพ่อของผู้ที่ติดต่อมาเปิดห้อง และแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของห้อง (คุยดีมาก กันเอง ดูคล้ายเป็นคนตรงๆ) หลังจากที่ดูห้องช่วงสายๆ จากนั้นบ่ายวันเดียวกันได้โทรไปบอกกับคุณลุงว่าจะขอซื้อห้อง และนัดวันทำสัญญาจะซื้อจะขายกัน
เมื่อถึงวันนัด (4 ส.ค.) ภรรยาได้ไปทำสัญญา โดยมีคุณลุงและภรรยาของคุณลุงมาด้วย ภรรยาแจ้งทางคุณลุงว่าจะต้องยื่นกู้กับธนาคารนะ ขอเวลา 1 เดือนจะสะดวกรอไหม เพราะทางคุณลุงบอกว่าไม่อยากให้เวลานานเกิน 2 สัปดาห์ ทางคุณป้าภรรยาก็บอกว่าไม่มีปัญหา ไม่เป็นไร รอได้ บอกอยากขายหนู เห็นว่าเป็นคนหนุ่มสาว อายุรุ่นเดียวกับลูก เค้าเข้าใจเรื่องระยะเวลา เพราะเค้าก็ทำงานธนาคารเช่นกัน
โดยในสัญญาได้ตกลงกันว่าทางเราวางเงินมัดจำไว้ 50,000 บาท เป็นหลักประกันว่าภายใน 1 เดือน เราจะจ่ายเงินเพื่อทำการซื้อขายกัน
ในวันนั้นทางภรรยาก็ได้พูดว่าถ้าธนาคารขอแค่รูปห้องก็ไม่เป็นอะไรเจ้าของห้องไม่ต้องมา แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ธนาคารต้องเข้าไปตรวจสอบด้วย ทางเราจะต้องขอรบกวนให้มาเปิดห้องให้ที
เมื่อทำสัญญาเสร็จ ภรรยาก็ได้ขอยื่นกู้กับธนาคารในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ธนาคารก็ติดต่อมา ในวันที่ 14 ส.ค. ภรรยาจึงติดต่อไปทางลูกของคุณลุง ผู้ที่เป็นคนประกาศขายห้อง (ติดต่อทางไลน์) โดยมีเนื้อหาว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารจะขอเข้าไปดูห้องจริง ทางลูกก็บอกจะคุยกับพ่อให้ และได้ความว่าพ่อเค้าอยู่อุดรธานี ไม่สะดวกมาเปิดห้องให้ ภรรยาผมเลยถามน้องเค้าไปว่าน้องสะดวกเอากุญแจห้องกับคุณลุงมาเปิดห้องให้ได้ไหม (ทางเราแจ้งว่าจะจ่ายค่าเดินทางและค่าเสียเวลาให้)
2 วันผ่านไปน้องมาบอกเราว่าเดี๋ยวเค้าจะกลับไปบ้านหาพ่อเค้า ไปเอากุญแจและถ้าพ่อว่างจะชวนพ่อเค้าเข้ากทม. มาด้วยกันเลย และอีก 2 วันต่อมา น้องไลน์มาบอกเราว่าน้องยังไม่ได้กลับบ้านขอเป็นอีกอาทิตย์นึงถึงจะให้คำตอบได้ไหม เราก็บอกว่าได้ แต่ว่าเวลาในการกู้มันก็จะช้านะ และอาจจะเกิน 1 เดือนที่เราตกลงกันด้วย คุณลุงจะว่าอะไรไหม น้องก็ตอบกลับมาว่าได้ เดี๋ยวเลื่อนเวลาให้ค่ะ คุยกับพ่อแล้วไม่สะดวกเข้ามาจริง ๆ เราก็โอเคและรออาทิตย์ต่อไป
จนวันที่ 25 ส.ค. ทางฝ่ายผู้ขายก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาเลย ภรรยาจึงถามน้องไปว่าตกลงจะเข้ามาเมื่อไหร่ น้องตอบว่าให้ไปถามคุณลุงเลย เพราะน้องไม่สะดวก ติดงาน ทางภรรยาก็เลยไลน์ไปหาคุณลุง แต่เค้าไม่อ่านและไม่ตอบ เลยโทรไปคุย ซึ่งคุยกันทางโทรศัพท์คุณลุงก็บอกว่า "เอาตรงๆนะ จริงๆไม่ได้อยากขายตั้งแต่แรก แต่เห็นว่าลูกเอาไปลง แล้วติดต่อมาแล้วก็เลยจำใจต้องขาย และผมให้เพราะเป็นคุณ เมียผมบอกว่าให้ขายให้คุณ (มีคนโทรมาติดต่อขอซื้อทุกวัน จนไม่อยากรับโทรศัพท์แล้ว)" ด้วยความที่ได้ยินคุณลุงพูดแบบนี้ (ทั้งที่โตๆกันแล้ว วันนัดทำสัญญาที่เอาเงินมัดจำเราไปก็คนละวันกับที่ไปดูห้อง คุณควรตัดสินใจได้ แต่วันนี้ ในวันที่ติดต่อลำบาก ไม่รับโทรศัพท์ ถามลูกในไลน์ก็ไม่ได้คำตอบ แล้วก็ใกล้หมดสัญญาแต่คุณมาพูดแบบนี้) วันเวลาในสัญญาก็ผ่านไปเรื่อยๆ และกังวลว่าจะเสียเงิน 50,000 บาท ที่มัดจำไป ภรรยาจึงตอบกลับไปว่าคุณลุงไม่อยากขายจริง ๆ ใช่มั้ยคะ หนูก็ไม่อยากซื้อแล้ว แต่ที่ซื้อเพราะเสียดายเงินมัดจำ 50,000 ที่จ่ายไป คุณลุงแกตอบกลับทันทีว่า ผมโอนคืนให้เอาไหม ผมไม่อยากขายอยู่แล้ว โอนคืนให้ได้ ทางภรรยาก็เลยถามว่าจะให้บอกเลขบัญชีเลยหรือไม่ คุณลุงแจ้งว่าเดี๋ยวจะไปคุยกับที่บ้านก่อน แต่ภรรยาบอกไปว่าถ้าทางบ้านมีปัญหา หรือไม่ตกลง ทางเราก็จะซื้อ ให้นัดวันเข้ามาโอนเลย คุณลุงตัดบทว่าเดี๋ยวจะไปคุยกับที่บ้านก่อน และจะโทรกลับมาหาเอง จนตอนนี้ผ่านมา 2 วัน โทรหาทุกวันยังไม่รับโทรศัพท์
26 ส.ค. ภรรยาจึงไลน์ไปหาลูกของคุณลุง (ผู้ประกาศขายห้อง) ว่าติดต่อคุณพ่อไม่ได้เลย จะนัดวันมาโอนห้องแต่โทรไปคุณพ่อก็ไม่รับสาย น้องเค้าตอบกลับมาว่าช่วงนี้คุณพ่อยุ่งตลอด เดี๋ยวจะบอกคุณพ่อให้ ทางเราเลยตอบกลับว่าฝากถามเลยดีกว่า ว่าวันที่ 27-31 ส.ค. ว่างวันไหน จะได้นัดวันกันมาโอนห้องกันเลย
คำถาม คือ ผมควรทำอย่างไรบ้างครับ เพราะใกล้ครบกำหนดในสัญญาแล้ว
มัดจำซื้อห้อง 50,000 บาท เจ้าของห้องที่ทำสัญญาไม่รับโทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ ทำไงดีครับ
เมื่อถึงวันนัด (4 ส.ค.) ภรรยาได้ไปทำสัญญา โดยมีคุณลุงและภรรยาของคุณลุงมาด้วย ภรรยาแจ้งทางคุณลุงว่าจะต้องยื่นกู้กับธนาคารนะ ขอเวลา 1 เดือนจะสะดวกรอไหม เพราะทางคุณลุงบอกว่าไม่อยากให้เวลานานเกิน 2 สัปดาห์ ทางคุณป้าภรรยาก็บอกว่าไม่มีปัญหา ไม่เป็นไร รอได้ บอกอยากขายหนู เห็นว่าเป็นคนหนุ่มสาว อายุรุ่นเดียวกับลูก เค้าเข้าใจเรื่องระยะเวลา เพราะเค้าก็ทำงานธนาคารเช่นกัน
โดยในสัญญาได้ตกลงกันว่าทางเราวางเงินมัดจำไว้ 50,000 บาท เป็นหลักประกันว่าภายใน 1 เดือน เราจะจ่ายเงินเพื่อทำการซื้อขายกัน
ในวันนั้นทางภรรยาก็ได้พูดว่าถ้าธนาคารขอแค่รูปห้องก็ไม่เป็นอะไรเจ้าของห้องไม่ต้องมา แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ธนาคารต้องเข้าไปตรวจสอบด้วย ทางเราจะต้องขอรบกวนให้มาเปิดห้องให้ที
เมื่อทำสัญญาเสร็จ ภรรยาก็ได้ขอยื่นกู้กับธนาคารในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ธนาคารก็ติดต่อมา ในวันที่ 14 ส.ค. ภรรยาจึงติดต่อไปทางลูกของคุณลุง ผู้ที่เป็นคนประกาศขายห้อง (ติดต่อทางไลน์) โดยมีเนื้อหาว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารจะขอเข้าไปดูห้องจริง ทางลูกก็บอกจะคุยกับพ่อให้ และได้ความว่าพ่อเค้าอยู่อุดรธานี ไม่สะดวกมาเปิดห้องให้ ภรรยาผมเลยถามน้องเค้าไปว่าน้องสะดวกเอากุญแจห้องกับคุณลุงมาเปิดห้องให้ได้ไหม (ทางเราแจ้งว่าจะจ่ายค่าเดินทางและค่าเสียเวลาให้)
2 วันผ่านไปน้องมาบอกเราว่าเดี๋ยวเค้าจะกลับไปบ้านหาพ่อเค้า ไปเอากุญแจและถ้าพ่อว่างจะชวนพ่อเค้าเข้ากทม. มาด้วยกันเลย และอีก 2 วันต่อมา น้องไลน์มาบอกเราว่าน้องยังไม่ได้กลับบ้านขอเป็นอีกอาทิตย์นึงถึงจะให้คำตอบได้ไหม เราก็บอกว่าได้ แต่ว่าเวลาในการกู้มันก็จะช้านะ และอาจจะเกิน 1 เดือนที่เราตกลงกันด้วย คุณลุงจะว่าอะไรไหม น้องก็ตอบกลับมาว่าได้ เดี๋ยวเลื่อนเวลาให้ค่ะ คุยกับพ่อแล้วไม่สะดวกเข้ามาจริง ๆ เราก็โอเคและรออาทิตย์ต่อไป
จนวันที่ 25 ส.ค. ทางฝ่ายผู้ขายก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาเลย ภรรยาจึงถามน้องไปว่าตกลงจะเข้ามาเมื่อไหร่ น้องตอบว่าให้ไปถามคุณลุงเลย เพราะน้องไม่สะดวก ติดงาน ทางภรรยาก็เลยไลน์ไปหาคุณลุง แต่เค้าไม่อ่านและไม่ตอบ เลยโทรไปคุย ซึ่งคุยกันทางโทรศัพท์คุณลุงก็บอกว่า "เอาตรงๆนะ จริงๆไม่ได้อยากขายตั้งแต่แรก แต่เห็นว่าลูกเอาไปลง แล้วติดต่อมาแล้วก็เลยจำใจต้องขาย และผมให้เพราะเป็นคุณ เมียผมบอกว่าให้ขายให้คุณ (มีคนโทรมาติดต่อขอซื้อทุกวัน จนไม่อยากรับโทรศัพท์แล้ว)" ด้วยความที่ได้ยินคุณลุงพูดแบบนี้ (ทั้งที่โตๆกันแล้ว วันนัดทำสัญญาที่เอาเงินมัดจำเราไปก็คนละวันกับที่ไปดูห้อง คุณควรตัดสินใจได้ แต่วันนี้ ในวันที่ติดต่อลำบาก ไม่รับโทรศัพท์ ถามลูกในไลน์ก็ไม่ได้คำตอบ แล้วก็ใกล้หมดสัญญาแต่คุณมาพูดแบบนี้) วันเวลาในสัญญาก็ผ่านไปเรื่อยๆ และกังวลว่าจะเสียเงิน 50,000 บาท ที่มัดจำไป ภรรยาจึงตอบกลับไปว่าคุณลุงไม่อยากขายจริง ๆ ใช่มั้ยคะ หนูก็ไม่อยากซื้อแล้ว แต่ที่ซื้อเพราะเสียดายเงินมัดจำ 50,000 ที่จ่ายไป คุณลุงแกตอบกลับทันทีว่า ผมโอนคืนให้เอาไหม ผมไม่อยากขายอยู่แล้ว โอนคืนให้ได้ ทางภรรยาก็เลยถามว่าจะให้บอกเลขบัญชีเลยหรือไม่ คุณลุงแจ้งว่าเดี๋ยวจะไปคุยกับที่บ้านก่อน แต่ภรรยาบอกไปว่าถ้าทางบ้านมีปัญหา หรือไม่ตกลง ทางเราก็จะซื้อ ให้นัดวันเข้ามาโอนเลย คุณลุงตัดบทว่าเดี๋ยวจะไปคุยกับที่บ้านก่อน และจะโทรกลับมาหาเอง จนตอนนี้ผ่านมา 2 วัน โทรหาทุกวันยังไม่รับโทรศัพท์
26 ส.ค. ภรรยาจึงไลน์ไปหาลูกของคุณลุง (ผู้ประกาศขายห้อง) ว่าติดต่อคุณพ่อไม่ได้เลย จะนัดวันมาโอนห้องแต่โทรไปคุณพ่อก็ไม่รับสาย น้องเค้าตอบกลับมาว่าช่วงนี้คุณพ่อยุ่งตลอด เดี๋ยวจะบอกคุณพ่อให้ ทางเราเลยตอบกลับว่าฝากถามเลยดีกว่า ว่าวันที่ 27-31 ส.ค. ว่างวันไหน จะได้นัดวันกันมาโอนห้องกันเลย
คำถาม คือ ผมควรทำอย่างไรบ้างครับ เพราะใกล้ครบกำหนดในสัญญาแล้ว