ถ้าหากนายสุวิทย์หรืออดีต "พุทธอิสระ" ใช้ "ธรรมะ" มองและแก้ปัญหาตามที่ตนยกอ้างเที่ยวสั่งสอนคนทั่วไปแล้วนั้น สถานการณ์บ้านเมืองอาจจะไม่เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ และแน่นอนว่าจะไม่มี "คนตาย" และบาดเจ็บจากพฤติกรรมของ "พญาราชสีห์แห่งแจ้งวัฒนะ" เลย ปัญหาบ้านเมืองที่อดีตพระรูปหนึ่งได้นำตัวเอง (โดยไม่มีใครนิมนต์) เข้าไปเกลือกกลั้วจนเป็นเหตุให้ตนต้องขาดจากความเป็นภิกษุนั้นหากมองตาม "กิจ" และ "ความรับผิดชอบ" แล้ว คนทั่วไปก็มองออกว่านั่นไม่ใช่ปัญหา/ความรับผิดชอบ/กิจอันควร ของอดีตพระพุทธอิสระเลย
ลำพังแค่การห่มผ้ากาสาวพัตร์ขึ้นเวทีปลุกระดมข้ามวันข้ามคืนให้เกิดการชิงชังและไล่ยิงกันกันในหมู่ประชาชน ก็สามารถหาเรื่องมาเขียนด่าพฤติกรรมตรงนั้นได้หลายสิบถึงร้อยบรรทัดได้ เห็นจะมีก็แต่คนที่ยังไม่เข้าใจ "ธรรมะ" บางกลุ่มบางคนเท่านั้นเองที่ยกย่องหรือพยายามนำคลิปแสดงธรรมของนายสุวิทย์มาเผยแพร่ อย่างที่บอก...ถ้าหากนายสุวิทย์ใช้ "ธรรมะ" มองปัญหาจริงๆ ก็จะไม่มีการไล่ยิงกันกลางกรุง ไม่มีคนตาย ไม่มีคนบาดเจ็บ ไม่มีกรวยศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ "ธรรมะ" ชั้นพระอภิธรรมมองเลย ยิ่งตอนนั้นนายสุวิทย์ยังถือเพศบรรชิตอยู่ ลักษณะการมองความเป็นไปของโลกก็ยิ่งเป็นธรรมชาติเป็น "อารมณ์" ของกัมมัฏฐานก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยถ้าหากคนที่บวชมานานอย่างพระพุทธอิสระในตอนนั้นจะใช้กฏ "ไตรลักษณ์" มองปัญหาบ้านเมืองตอนนั้น
และภาพที่ควรจะเป็นก็คือพระภิกษุรูปหนึ่งเร่งบำเพ็ญเพียรในการกำจัดกิเลสในวัด ไม่ใช่ภาพพระภิกษุระดับเจ้าอาวาสรูปหนึ่งทิ้งวัดเป็นแรมเดือนมาขึ้นเวทีปลุกระดมมวลชน
....มองปัญหาด้วยธรรมกับหลวงปู่พุทธอิสระ.../วัชรานนท์
ลำพังแค่การห่มผ้ากาสาวพัตร์ขึ้นเวทีปลุกระดมข้ามวันข้ามคืนให้เกิดการชิงชังและไล่ยิงกันกันในหมู่ประชาชน ก็สามารถหาเรื่องมาเขียนด่าพฤติกรรมตรงนั้นได้หลายสิบถึงร้อยบรรทัดได้ เห็นจะมีก็แต่คนที่ยังไม่เข้าใจ "ธรรมะ" บางกลุ่มบางคนเท่านั้นเองที่ยกย่องหรือพยายามนำคลิปแสดงธรรมของนายสุวิทย์มาเผยแพร่ อย่างที่บอก...ถ้าหากนายสุวิทย์ใช้ "ธรรมะ" มองปัญหาจริงๆ ก็จะไม่มีการไล่ยิงกันกลางกรุง ไม่มีคนตาย ไม่มีคนบาดเจ็บ ไม่มีกรวยศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ "ธรรมะ" ชั้นพระอภิธรรมมองเลย ยิ่งตอนนั้นนายสุวิทย์ยังถือเพศบรรชิตอยู่ ลักษณะการมองความเป็นไปของโลกก็ยิ่งเป็นธรรมชาติเป็น "อารมณ์" ของกัมมัฏฐานก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยถ้าหากคนที่บวชมานานอย่างพระพุทธอิสระในตอนนั้นจะใช้กฏ "ไตรลักษณ์" มองปัญหาบ้านเมืองตอนนั้น และภาพที่ควรจะเป็นก็คือพระภิกษุรูปหนึ่งเร่งบำเพ็ญเพียรในการกำจัดกิเลสในวัด ไม่ใช่ภาพพระภิกษุระดับเจ้าอาวาสรูปหนึ่งทิ้งวัดเป็นแรมเดือนมาขึ้นเวทีปลุกระดมมวลชน