TWO TOP สองอันตราย - [บทนักเรียนใหม่] ตอนที่ 4 : สายอุตสาหกรรม (2)

ตอนที่ผ่านมา
ตอนที่ 1 : จักรพรรดิ
https://pantip.com/topic/37958523
ตอนที่ 2 : สาวห้าวผมทอง
https://pantip.com/topic/37967906
ตอนที่ 3 : สายอุตสาหกรรม (1)
https://pantip.com/topic/37978268

=====================================================================================

ตอนที่ 4 : สายอุตสาหกรรม (2)

    ผมแพ้แล้ว

    ในการเดิมพันเกมที่หนึ่ง ทอยลูกเต๋าในถ้วย ผมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้ว

    กฎในการแข่งครั้งนี้คือ ใครชนะก่อนสามตาจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ไป แต่ว่ามันยังมีกฎอีกข้อหนึ่ง ซึ่งก็คือ ถ้าใครทอยลูกเต๋าออกนอกถ้วยแม้แต่ลูกเดียวจะถือว่าแพ้ในเกมนี้ทันที

    ดังนั้นในเกมแรกนี้ผมต้องแพ้แล้ว เพราะลูกเต๋าที่ผมทอยมันอยู่นอกถ้วย เนื่องจากถ้วยกระเบื้องที่ใช้ทอยนั่นแตกออก ลูกเต๋าที่ทอยไปหลุดออกมาข้างนอกถ้วย

    นี่คงเป็นแผนของนักเรียนนักเที่ยวนั่นแน่เลย เขาต้องการให้ถ้วยกระเบื้องแตกออก เพื่อให้ผมแพ้ไป ไม่งั้นคงไม่ทอยลูกเต๋าแบบรุนแรงอย่างนั้นแน่

    ผมตามเขาอยู่หนึ่งเกม แล้วเกมต่อไปผมจะชนะมั้ยเนี่ย..

    “เอาอีกแล้วนะ ..เกมมาสเตอร์ แม็กกี้”

    นักเรียนชายผมตั้ง หน้าตาดุดันที่ช่วยผมขึ้นมาชั้นสองพูดขึ้น ตอนนี้เขาก็มาอยู่ในห้องนี้ ดูการเดิมพันของผม

    “หึ..” นักเรียนนักเที่ยวหันไปมองหน้านักเรียนชายผมตั้งนั่น “ก็ยังดีกว่านายล่ะกัน..เชน ปล่อยขึ้นมาได้นี่ คงแพ้อีกแล้วสิ สมฉายาเลยนะ ..สู้คราใดต้องปราชัย”

    “เออน่า...” เชน นักเรียนผมตั้งบอก เขาเหลือบมองผมเล็กน้อย “แต่การเดิมพันยังไม่จบนะ ยังเหลือให้แก้ตัวอีกนี่ สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารสิ เดี๋ยวนายก็รู้ว่าทำไมฉันถึงปล่อยขึ้นมา”

    “อ้อ.. อย่างนั้นเหรอ” แม็กกี้หันกลับมองผม “งั้นเริ่มเกมต่อไปเลยดีกว่า”

    ผมพยักหน้าตอบ “ได้ ..แต่จะเล่นอะไรดีล่ะ?”

    “นายรู้จักบาคาร่ามั้ยล่ะ?”

    ผมต้องส่ายหน้าอยู่แล้ว ในเมื่อผมไม่เล่นการพนัน จะไปรู้จักบาคาร่าอะไรนั่นได้ไง

    “อืม.. งั้นถ้าเป็นไพ่เก้าแต้มล่ะ.. รู้จักมั้ย?”

    “อือ” คราวนี้ผมพยักหน้ารับ เพราะถ้าเป็นไพ่เก้าแต้มล่ะ ผมรู้จัก ผมเคยเล่นกับพ่อตอนเด็ก ๆ ซึ่งไพ่เก้าแต้มก็คือ ใครได้แต้มรวมเท่ากับเก้า หรือใกล้เก้าที่สุดจะชนะไป “ได้ ฉันเล่น”

    “อืม.. ดี” แม็กกี้ยิ้มตอบ กวักมือเรียกหนึ่งในชายร่างใหญ่มา “เดี๋ยวแกไปเอาไพ่สำรับใหม่.. เราใช้เล่นไพ่เก้าแต้มกัน”

    “แล้วใครจะเป็นเจ้ามือล่ะ?” ผมถามแม็กกี้ เพราะในการเล่นไพ่เก้าแต้ม ต้องมีเจ้ามือคอยแจกไพ่ ซึ่งถ้าเล่นสองคน แล้วใครคนหนึ่งเป็นเจ้ามือ จะทำให้ดูเหมือนเอาเปรียบ หรือถ้าจะสลับกันเป็นเจ้ามือ มันก็จะเล่นลำบาก

    “อืม.. นั่นสิ จะให้ใครเป็นดี” แม็กกี้บอก รอยยิ้มที่ยียวนไม่ได้หายไปจากปากของเขา

    ผมหันมองรอบ ๆ แล้วไปหยุดมอง สู้คราใดต้องปราชัย เชน “นายช่วยเป็นเจ้ามือให้หน่อยได้มั้ย?”

    “เอางั้นเหรอ..” เชนหันมองผม “นายไม่กลัวฉันแอบช่วยแม็กกี้หรือ?”

    ผมมองหน้าเขา “ฉันเชื่อว่านายไม่ทำอย่างนั้น”

    “เออ.. เชนนายเป็นเจ้ามือก็ได้” แม็กกี้บอก เขาไม่ได้มีทีท่าอะไรผิดปกติ แต่ก็ยังยิ้มยียวนอยู่ “เอาเถอะ เราเริ่มเล่นเลยดีกว่า”

    ไพ่หนึ่งสำรับห้าสิบสองใบถูกนำมาที่นี่แล้ว เป็นไพ่สำรับใหม่ แสตมป์ยังปิดประทับอยู่ เชนหยิบไพ่สำรับนั้น แกะแสตมป์ออก นำไพ่ทั้งหมดเรียงให้ผมและแม็กกี้ดูบนโต๊ะ เพื่อแสดงว่าไม่การโกงใด ๆ ในไพ่สำรับนี้

    ในการเล่นครั้งนี้มีชิปให้เล่นคนละ 500 บาท เมื่อเล่นครบสี่ตา ฝ่ายไหนที่มีชิปมูลค่าสูงกว่าจะชนะเกมนี้ไป ซึ่งในการแทงตาละครั้ง ต้องเดิมพันอย่างน้อย 50 บาท

    การเล่นเจ้ามือจะแจกไพ่ของตัวเองก่อน แล้วจึงแจกให้ขาไพ่อื่น ซึ่งตามลำดับแล้วผมจะได้จั่วไพ่เป็นลำดับสุดท้าย

    ตาที่หนึ่งเริ่มขึ้นแล้ว เชนสับไพ่อย่างรวดเร็ว ดูแล้วเขาไม่ใช่มือใหม่ ท่าทางชำนาญทีเดียว เขานำไพ่ที่สับแล้วให้ผมกับแม็กกี้ตัดไพ่ ซึ่งแม็กกี้กับผมก็ตัดคนละหนึ่งครั้ง

    ในตานี้ผมและแม็กกี้วางเดิมพันไว้ 50 บาท

    เชนรับไพ่มาแจกให้ตัวเองก่อน แล้วให้แม็กกี้ จากนั้นจึงให้ผมเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งสำหรับไพ่ใบแรกที่แจกจะเปิดหน้าไพ่โชว์ให้ทุกคนได้เห็น

    ไพ่ใบแรกที่ผมได้เป็นเก้าดอกจิก เชนเจ้ามือได้เจ็ดข้าวหลามตัด และแม็กกี้ได้สามโพธิ์ดำ

    หลังจากนั้นเชนก็แจกไพ่ให้อีกขาละหนึ่งใบ โดยใบที่สองนี้จะไม่เปิดให้เห็นอย่างใบแรก ดังนั้นผมจึงไม่รู้ว่าไพ่อีกใบ ใครได้อะไรกัน

    ผมหยิบไพ่ใบทั้งสองใบขึ้นมา เอามือกุมลุ้นไพ่ราวกับตัวเองเป็นโจวเหวินฟะในหนังเรื่องคนตัดคน เมื่อผมเอามือเลื่อนไพ่ก็ปรากฏหน้าไพ่อีกใบขึ้นมา

    ไพ่อีกใบนั้นคือ คิงโพธิ์ดำ

    ดังนั้นเมื่อรวมกับเก้าดอกจิกที่มีอยู่ ทำให้ผมมีอยู่เก้าแต้ม

    “ป๊อกเก้า!”

    ผมขานบอกทั้งสองคน ปกติถ้าไพ่สองใบรวมกันได้แปดหรือเก้าแต้ม จะต้องเปิดให้ทุกคนเห็น แล้วขานบอกด้วย

    เชนและแม็กกี้เหลือบมองผมทันที แต่ก็เพียงแป๊บเดียวสายตาของทั้งคู่ก็กลับไปจ้องลุ้นไพ่ของตัวเอง

    “ขอไพ่”

    แม็กกี้หันไปบอกเจ้ามือ ซึ่งในการเล่นไพ่เก้าแต้มสามารถขอไพ่ได้อีกหนึ่งใบ เชนเลยจั่วไพ่ให้เขาไป แต่สำหรับเชนเองเขาไม่จั่วเพิ่ม  เขาเอาไพ่ในมือวางคว่ำมันไว้อย่างนั้น

    แม็กกี้ได้ไพ่ไปก็ขึ้นลุ้นทันที แล้วเขาก็วางไพ่ทั้งสามคว่ำลงที่โต๊ะเช่นกัน

    แล้วทั้งหมดก็เผยหน้าไพ่ของตนให้ดู

    หน้าไพ่ของเจ้ามือเชนได้เจ็ดแต้ม มีเจ็ดข้าวหลามตัดกับแจ็คโพธิ์ดำ ส่วนแม็กกี้ได้เพียงสามแต้ม เพราะเขาได้สามโพธิ์ดำกับควีนและคิงโพธิ์แดง ดังนั้นตานี้ผมจะได้เดิมพัน แม็กกี้จะเสีย

    ตาแรกนี้ผมได้ชิปเพิ่มอีก 50 บาท ส่วนเกมมาสเตอร์ แม็กกี้ เสียไป 50 บาท

    “ดวงดีจังนะ” แม็กกี้หันมาบอกผมด้วยสีหน้าเฉย ๆ ไม่ทุกข์ร้อนอะไร

    “อืม” ผมพยักหน้าอย่างเดียว ร้องอืมเพียงเท่านั้น

    เชนมองทั้งผมและแม็กกี้ เหมือนส่งสัญญาณบอกให้เล่นต่อ ตาที่สองจึงเริ่มขึ้น

    ตานี้ผมยังวางเดิมพัน 50 บาทเท่าเดิม ส่วนแม็กกี้นั้นเขาวางชิปเพิ่มไปอีกเท่าหนึ่ง

    เชนสับไพ่แล้วนำให้ผมกับแม็กกี้ตัดไพ่ ซึ่งคราวนี้แม็กกี้ตัดไพ่ประมาณครึ่งหนึ่งของกองไพ่ได้มั้ง ส่วนผมหยิบเพียงนิดหน่อยเท่านั้น

    เชนแจกไพ่ตามลำดับ ไพ่ใบแรกเปิดโชว์หน้าไพ่ แล้วจึงวนแจกอีกใบจนครบขา

    ไพ่ใบแรกของผมคือ สามดอกจิก ส่วนเชนและแม็กกี้ได้ เจ็ดข้าวหลามตัดและสองดอกจิก ตามลำดับ

    ทั้งหมดหยิบไพ่ขึ้นมาลุ้น แน่นอนว่าผมไม่รู้ไพ่อีกใบของทั้งคู่ แต่ย่อมรู้ว่าของผมได้เจ็ดแต้ม เพราะไพ่อีกใบเป็นไพ่หน้าสี่ข้าวหลามตัด

    เจ็ดแต้ม!

    ผมวางไพ่ปิดหน้าลงโต๊ะ นิ่งรอทั้งคู่ลุ้นไพ่

    เหมือนทั้งคู่จะได้หน้าไพ่ไม่ดี เชนพอดูรู้เลย มีส่ายหน้าเล็กน้อย แม็กกี้สีหน้ายังปกติ แต่ก็ขอจั่วเพิ่มอีกใบเช่นเดียวกับเจ้ามือเชน

    ทั้งสองลุ้นไพ่ที่ได้เพิ่ม แล้วค่อยวางไพ่คว่ำลง

    ตานี้จึงไม่มีใครได้ป๊อกแปดหรือป๊อกเก้า

    สักพักทั้งสองรวมทั้งผมก็ต้องหงายหน้าไพ่ที่คว่ำไว้ หน้าไพ่ของทุกคนจึงปรากฏ

    ผมได้เจ็ดแต้มอย่างที่รู้กัน เชนได้ห้าแต้มมีไพ่เจ็ดข้าวหลามตัด สี่โพธิ์ดำ และสี่โพธิ์แดง  ส่วนแม็กกี้ตานี้เขาได้แฮะ เขามีแปดแต้ม ได้สองดอกจิกแล้วก็ไพ่แปดข้าวหลามตัดกับแปดโพธิ์ดำ

    ดังนั้นตาที่สองผมจึงได้เพิ่มอีก 50 บาท รวมชิปเป็น 600 บาท ส่วนแม็กกี้มีชิปรวมเป็น 550 บาทแล้ว เพราะได้เพิ่มมาอีก 100 บาท

    เหลืออีกสองตาจะรู้ผล ตอนนี้ถึงผมจะมีชิปมากกว่า แต่ไม่แน่ว่าผมจะชนะในเกมนี้ได้ เพราะในการพนันทุกอย่างพลิกผันได้

    ดังนั้นเมื่อเริ่มตาที่สาม ผมยังไม่กล้าเสี่ยงเพิ่มเดิมพัน ยังคงไว้ที่ห้าสิบบาทเหมือนเดิม สำหรับแม็กกี้นั้นเขายังวางเดิมพันหนึ่งร้อยบาทเช่นเดียวกับตาที่ผ่านมา

    ตาที่สามเริ่มขึ้นแล้ว เชนสับไพ่ไปตามหน้าที่ของเจ้ามือ แล้วยื่นกองไพ่ให้แม็กกี้และผมตัด แต่ตานี้แม็กกี้ไม่ขอตัดไพ่ ผมเลยตัดไพ่ไปคนเดียว

    เชนแจกไพ่อย่างรวดเร็ว ไพ่ใบแรกของแต่ละคนถูกเปิดให้เห็น ผมได้แปดโพธิ์แดง แม็กกี้ได้ห้าข้าวหลามตัด ส่วนเจ้ามือเชนได้เก้าข้าวหลามตัด

    ไพ่อีกใบถูกส่งจากมือเชนให้ผมและแม็กกี้ ผมจึงหยิบขึ้นมาลุ้นทันที

    เหมือนผมจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เพราะไพ่อีกใบของผมเป็นสิบข้าวหลามตัด ดังนั้นเมื่อรวมกับแปดโพธิ์แดงที่มีก็จะเป็นป๊อกแปด

    ผมปากสั่น อ้าปากพยายามจะขาน แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นก่อน

    “ป๊อกเก้า!”

    เป็นเสียงของเจ้ามือเชนนั่นเอง เขาได้ป๊อกเก้า เพราะไพ่อีกใบหนึ่งของเขาคือ ควีนโพธิ์ดำ

    เมื่อเป็นเช่นนี้ ป๊อกแปดของผมก็ไม่มีผล เนื่องจากเจ้ามือได้ป๊อกเก้า ซึ่งมีแค่ป๊อกเก้าด้วยกันเท่านั้นที่จะสู้ได้ ในตานี้ผมกับแม็กกี้ต้องเสียทั้งคู่ เพราะแม็กกี้ได้เพียงเจ็ดแต้มเท่านั้น

    มูลค่าชิปของผมเลยกลับมาเหลือ 550 บาท ดีนะเนี่ยที่ผมไม่ตัดสินใจเพิ่มเดิมพัน ไม่งั้นคงเสียมากกว่านี้แน่

    แม็กกี้ตอนนี้เหลืออยู่ 450 บาท

    คงต้องตัดสินกันที่ตาที่สี่ ตาสุดท้ายของเกมไพ่เก้าแต้ม ซึ่งถ้าผมชนะเกมนี้ผมยังมีโอกาสเล่นอีกเกมเพื่อพลิกชนะ แต่ถ้าพลาดล่ะก็....ผมแพ้ทันที แถมแม็กกี้คงจะต้องทำอะไรผมแน่ ๆ

    ในใจผมเริ่มคิดพิจารณาสำหรับตาสุดท้ายนี่แล้ว เพราะถ้าผมมัวไปวางเดิมพันแค่ตาละห้าสิบบาท คงมีสิทธิ์แพ้แม็กกี้แน่ เพราะถ้าไพ่ของเขาเข้ามา อาจพลิกชนะผมทันที เพราะเดิมพันสูงกว่าผม

    ตาสุดท้ายนี้ผมวางเดิมพัน 100 บาท ตอนแรกผมก็ตั้งใจไว้มากกว่านี้ แต่สองจิตสองใจ กลัวเสีย ตัดสินใจเอาแค่ 100 บาทพอ ส่วนแม็กกี้น่ะหรือ ตานี้เขาทุ่มลงไปอีกเท่าตัวเป็น 200 บาท

    เชนเริ่มสับไพ่ แล้วส่งมาให้แม็กกี้กับผมตัดตามปกติ แม็กกี้ตานี้เขาตัดไพ่ ผมเองก็ตัดไพ่ไปตามหน้าที่เหมือนกัน

    เชนเงยหน้าขึ้นมามองผมและแม็กกี้ก่อน แล้วแจกไพ่ไปจนครบขา จึงค่อยนำไพ่ที่ได้ขึ้นลุ้นทันที

    ผมย่อมเห็นไพ่แรกของแต่ละคน เชนได้สี่ดอกจิก แม็กกี้ได้สิบข้าวหลามตัด ส่วนไพ่ใบแรกของผมเป็นคิงโพธิ์แดง

    แน่นอนว่าไพ่อีกใบของคนอื่นผมไม่รู้ ผมได้แต่ลุ้นให้ไพ่ของตัวเองอีกใบเป็นแปดหรือเก้า เพื่อจะได้ขานหน้าป๊อกชนะไปซะที

    เหงื่อกาฬเริ่มผุดขึ้นที่ใบหน้าผม มือที่กุมไพ่อยู่เริ่มเกร็ง แต่ก็ยังพยายามคุมสติไว้ไม่ให้เตลิด แล้วค่อย ๆ เลื่อนมือเปิดไพ่อีกใบ

    หน้าไพ่อีกใบปรากฏเป็นคิงโพธิ์ดำ

    ดังนั้นตอนนี้ผมจึงมีแค่ศูนย์แต้ม

    แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในวงไพ่นี้

    “ป๊อกเก้า!”

    เป็นเสียงของแม็กกี้ เขาขานหน้าป๊อกขึ้นมา เกมมาสเตอร์ได้ป๊อกเก้า มีสิบข้าวหลามตัดกับเก้าโพธิ์แดง ซึ่งนี่เขาได้ชัวร์ ๆ แล้ว เพราะเชนไม่ได้หงายไพ่ขานบอกหน้าป๊อก

    สำหรับแม็กกี้เขาจบตาที่สี่แล้ว ได้ชิปเพิ่มมาอีก 200 บาท ยอดรวมตอนนี้จึงเป็น 650 บาท จะมากกว่าถ้าผมเสียในตานี้

    “จบซะที” แม็กกี้พูดขึ้น แล้วหันมามองผม “เหลือแต่นายแล้วนะ”

    ผมอึ้งไปชั่วครู่เลย ผมต้องแพ้อีกหรือนี่ ถ้าแพ้คราวนี้คงจะไม่รอดแน่

    ผมขอไพ่อีกใบจากเจ้ามือเชน เชนเองก็เรียกไพ่อีกใบเหมือนกัน แสดงว่าหน้าไพ่ของเขาไม่ค่อยดี โดยในตานี้อย่างน้อยผมต้องได้มากกว่าเชน เพื่อที่จะได้เดิมพัน ผมจึงภาวนาขอให้ไพ่อีกใบที่เรียกเป็นแปดหรือเก้า

    แต่มันไม่เป็นดังที่ผมขอ ไพ่อีกใบของผมดันเป็นคิงข้าวหลามตัด ผมจึงคว่ำไพ่ทั้งสามรอเวลาเชนเปิดไพ่

    เชนถ้าดูจากหน้าของเขาตอนนี้เหมือนจะพอใจในไพ่ที่ได้ แล้วเขาก็คว่ำไพ่ทั้งหมดลงเช่นกัน

    ถึงเวลาเปิดไพ่แล้ว เชนได้เจ็ดแต้มมีไพ่สี่ดอกจิก แจ๊คโพธิ์ดำ แล้วก็สามดอกจิก ส่วนของผมหรือ.. อย่างที่รู้ มีคิงโพธิ์ดำ คิงโพธิ์แดง คิงข้าวหลามตัด รวมแล้วมีศูนย์แต้ม

    ศูนย์แต้ม!

    ผมแพ้แล้ว



    “อืม” เชนก้มดูหน้าไพ่ทั้งหมดของผม เงยหน้าขึ้นมามอง แล้วค่อยยื่นมือไปที่ชิป “เอ้า..”

    เชนกลับส่งชิปจำนวน 100 บาทให้ผม

    เขาส่งให้ผมทำไม ไพ่ผมแพ้เขานี่..

    “ตองคิงแฮะ” แม็กกี้พูดขึ้นบ้าง “ร้ายกาจ... อย่างนี้ก็ได้สิ”

    อะไรนะ แม็กกี้บอกว่าผมได้เหรอ ผมได้ศูนย์แต้มไม่ใช่หรือ

    “รอดตัวไปทีนะเจ” เชนพูดต่อ “ตานี้นายได้เพิ่มอีกหนึ่งร้อย รวมกับของเดิมก็เป็นหกร้อยห้าสิบเท่ากับแม็กกี้พอดี” เขาเงียบเสียงไปสักพัก หันหน้าไปทางแม็กกี้ “เกมนี้คงเสมอสินะ”

    “อืม” แม็กกี้พยักหน้า “คงต้องตัดสินกันในเกมหน้า”


(มีต่อครับ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่