
สวัสดีค่ะ มีใครเคยสงสัยไหมคะ ว่า...จะมีใครที่จะสามารถตกหลุมรักใครสักคนตั้งแต่แรกเจอได้บ้าง หรือ รักแรกพบนั้นมีจริงหรือเปล่า??? วันนี้นะคะ เราจะมาเล่าประสบการณ์ความรัก(รึ๊เปล่า) ที่เกิดขึ้นกับเรามาสักระยะนึงละค่ะ
จะเรียกว่าเป็นรักแลกพบเลยก็ว่าได้ ซึ่งเรื่องนี้เราเคยเขียนไปแล้วครั้งนึง แต่อยู่ในบัญชีพันทิปอันเก่า
คือ...เรื่องก็มีอยู่ว่า เราเป็นนักศึกษา ช่วยงานกิจกรรมมหาลัยอยู่ก็บ่อย จะเรียกว่าเป็นเด็กกิจกรรมก็ว่าได้
ทำไฟรี ได้เงิน เราทำหมด เพราะเราอยากฝึกภาษาและประสบการณ์ เพื่อที่จะเอาไปใช้ตอนสมัครงาน
และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดและทางมหาลัยเราได้ร่วมมือกัน จัดงานกิจกรรมที่มีชื่อว่า งานศิลปะและวัฒนธรรม KIAC
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้เชิญการแสดงจากหลายๆประเทศมาแสดงโชว์ในตัวจังหวัด ซึ่งเราก็ได้ไปสมัครเป็นล่ามคอยประสานงานให้กับ
เหล่านักแสดงกับทางเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลงาน ทั้งเรื่องตารางกิจกรรม รวมถึงคิวการแสดงซึ่งปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายที่เราได้ทำงานนี้
เพราะว่าเรานั้นใกล้จะจบแล้ว และทีมที่เราได้ดูแลในปีนี้คือ นักแสดงที่มาจากประเทศกรีซ กรีซ????? ประเทศนี้มันอยู่ส่วนไหนของโลกว๊ะ???
มีแต่เทพเจ้ารึเปล่า?? ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทางจังหวัดได้เชิญประเทศกรีซมาแสดงโชว์เป็นครั้งแรก เราไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย
นอกจากเทพเจ้า และวิหาร

เราแอบเสียใจนะ เพราะทีมที่เราหวังไว้ ก็คือทีมจากประเทศอินเดีย อ๊ะ!!! ทุกคนอาจจะงงว่าทำไมเราถึงอยากที่จะดูแลนักแสดงจากประเทศอินเดีย เพราะว่า ปีก่อนหน้านี้เราเตยได้มีโอกาศดูแลทีมที่มาจากอินเดียมาก่อนและคิดว่า เราสนิทกันแล้วคงจะง่ายกว่าถ้าเราไดู้แลทีมเดิมที่เราเคยดูแล แต่ผลก็ผิดคาด

นักแสดงจากประเทศอินเดียนั้นไม่ใช่ชุดเดิม และเราก็ต้องมาดูทีมจากประเทศกรีซ ตอนแรกเรายอมรับเลยว่าเราไม่อยากดูแลประเทศนี้ เราไม่รู้ว่าคนประเทศนี้จะนิสัยอย่างไร และก็กลัวว่าจะเข้ากับนักแสดงไม่ได้ด้วย และอีกอย่างน้องที่มาเป็นล่ามคู่กับเรา เราก็ไม่สนิทดันด้วย เราเลยรู้สึกหวั่นๆที่จะต้องเดินทางไปรับนักแสดงที่ โรงแรมแห่งหนึ่งที่ กทม. กับน้อแค่ 2 คน เราเลยชวนเพื่อนๆเราอีก 2 คนที่เป็นล่ามให้กับทีมกัมพูชาและบรูไน ไป กทม. เป็นเพื่อนด้วย
ในวันที่เราเดินทางไปรับนักแสดง เราเดินทางจากมหาลัยตอนตี 4

เราเพลียมากตอนนั้น คือเราไม่เคยตื่นเช้าแบบนี้ หน้าตาเราก็จะเพลียหน่อย

เราเดินทางจาก มหาลัย ไปยัง กทม. ใช้เวลาทั้งหมด เกือบ 6 ชม. เพราะ กทม.ตอนเช้า รถจะติดมาก

พอเรามาถึงที่นัดหมาย เราก็ได้โทรติดต่อกับทางโรงแรมให้ออกมาส่งนักแสดงที่เรามารับ (ภาพในหัวที่เราคิดก็คือ จะต้องเป็นนักแสดงเด็กๆแน่เลย เพราะเมื่อ 2 วันก่อนได้มีหนึ่งในทีมนักแสดง ได้โทรมาหาเราบอกว่าเขาได้เดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว ซึ่งเราด็คิดว่า น่าจะเป็นหัวหน้าทีมหรือผู้ฝึกสอน เสียงก็ยังดูสาว และคงไม่มีใตรที่จะมีเบอร์ติดต่อเราได้ถ้าไม่ใช่หัวหน้าทีมหรือผู้ฝึกสอน) พอนักแสดงมาถึงรถ ภาพที่เราคิดกับสิ่งที่เห็นมันคนละเรื่องเลย เพราะกลุ่มคนที่เดินมายังเราคือ ผู้หญิงทั้งหมด และไม่ใช่เด็กด้วย พอพวกเขาเดินมาถึงแล้ว เราก็บอกคนขับเตรียมออกรถ และหนึ่งนักแสดงก็บอกกับเราว่า พวกเขายังมากันไม่ครบ ยังเหลือกลุ่มผู้ชายและกระเป๋าที่เหลือ ประมาณเกือบ 10นาที รถของทางโรงแรมก็ได้มาจอดและนักแสดงที่เหลือก็มาจนครบ ซึ่งเป็นนักแสดงชายทั้งหมด และก็ไม่ใช่เด็กเช่นกัน พอนักแสดงมากันครบ เราก็เลยเกิดอาการประหม่า เพราะทุกคนที่มาล้วนแต่เป็นผ๔้ใหญ่แล้วทั้งนั้นและดูโตกว่าเราอีกด้วย จากนั้นนักแสดงคนที่โทรหาเราก็เดิดนขึ้นมาแนะนำตัวกับเรา ซึ่งทำให้เราประหม่าน้อยลง เพราะตอนแรกเราไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับพวกเขาดี จากนั้นนักแสดงก็ทยอยกันขึ้นรถมา ทุกคนก็ต่าง say Hi!!!!! ให้เรากับเพื่อนๆ แล้วจู่ๆ นักแสดงตนนึงก็ขึ้นรถมาแล้วก็ยืนจ้องเราอยู่แป๊บนึง แล้วก็ยื่นมาพร้อมกับ say hi ให้กับเรา เราเองก็ยื่นมือไปจับอย่างงๆ แบบเอ๊ะ??

แล้วก็ตอบรับไป ระหว่างที่คนขับรถกำลังจัดการเก็บกระเป๋านักแสดงอยู่นั้น นักแสดงก็ต่างพากันตื่นเต้น เดินไปนู่นมานี่ เดินมาทักทายบ้าง แล้วจู่ๆ ผู้ชายคนที่จับมือกลับเราก็เดินกลับมาที่เราอีกครั้งแล้วก็ยื่นมือมาพร้อมกับพูดชื่อตัวเอง Ma...s เราก็แบบเขาพูดอะไรว๊ะ??? เราก็เลยยื่นมือไปจับแบบงงๆอีกครั้งพร้อมกับตอบกลับไปว่า yes ณ ตอนนั้นเรารู้สึกแค่ว่า ทำไมผู้ชายคนนี้ยิ้มหวานจัง น่ารักด้วย และแววตาที่เขามองมาที่เราเหมือนกำังจะสื่ออะไร เราก็เลยหะนไปพูดกับเพื่อนๆและน้องว่า ฉันชอบเขา

เราไม่รู้ว่ามันเรียกความรู้สึกนั้นว่าอะไร แต่เขาคนนั้นดึงดูดเรามาก เราอยากที่จะคุยกับเขามากขึ้นแต่ไม่รู้จะพูดอะไรดี เพราะมันเป็นวันแรกที่เราได้เจอกัน
ระหว่างที่กลับจาก กทม. เราก็คุยกับเพื่อนนะว่าทำไมเขาถึงมาคุยกับเราถึงสองรอบ และก็คุยกับเราแค่คนเดียวนะ ทั้งๆที่น้องอีกคนนึงก็เป็นล่ามและเพื่อนอีก 2 คนก็ไปเป้นเพื่อรเราด้วย สักพัก คนๆเดิม เขาก็เดินมาหาเรา มาถามเรื่อง wifi ซึ่งเราก็เลยให้เขาใช้ของเรา สักพัก เขาก็เดินกลับมาหา มาชวนคุยเรื่อยๆ ถึงเรื่องงานแสดง สิ่งที่เขาจะแสดง เปิดให้ดูการแสดงของพวกเขา และถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเราที่เขาอยากที่จะไป ตลอดระยะทางที่กลับจาก กทม. เอ้อ!!! ลืมบอกไปอีกอย่าง เราได้แอบถ่ายวิดีโอพวกเขาไว้ด้วย เพราะพวกเราเหล่าล่ามๆนั้น ต่างก็จะชอบอวดกันว่านักแสดงประเทศไหนหล่อกว่ากัน ซึงพวกเราก็จะเอารูปตอนที่พวกเราไปรับนักแสดงมาอวดกัน ซึ่งในปีนี้ เราก็ชนะอีกค่าาาาา

เพราะทีมที่เรามารับนั้นหล่อมากกกกกกกกกกกกกกก ก.ไก่ ใหญ่เท่าโลก พอๆๆๆ อ๊ะ... พอมาถึงเราก็พานักแสดงไป check in เข้าพัก เพราะ พวกเขาคงเหนื่อยจากการเดินทาง แต่ไม่จ้า คนๆเดิมก็ยังเดินมาหาเราอีก คราวนี้มากับเพื่อนคนนึงซึ่งหล่อที่สุดในกลุ่ม แต่เขาก็มาถามแค่เรื่องงาน ถามถึงตารางของวันพรุ่งนี้และ เราก็เลยขอถามชื่อเขาไปไหม เพราะตอนอยู่บนรถไม่รู้ว่าเขาพูดว่าอะไร และชื่อของเขาก็คือ MA...S (บอกได้แค่นี้นะ) จากนั้นเราก็แยกย้ายกัน เขาก็ขึ้นไปพักผ่อน เราก็เองก็กลับบ้านไปพักผ่อนเหมือนกัน
สำหรับวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนนะคะ ถ้ามีคนอ่าน หรือสำหรับใครที่อยากรู้ต่อว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไง ช่วย

คอมเมนต์หน่อยนะคะ
แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกว่าวันต่อๆไปเป็ยังไงบ้างค่ะ
เธอ...(รัก) แรกพบ
จะเรียกว่าเป็นรักแลกพบเลยก็ว่าได้ ซึ่งเรื่องนี้เราเคยเขียนไปแล้วครั้งนึง แต่อยู่ในบัญชีพันทิปอันเก่า
คือ...เรื่องก็มีอยู่ว่า เราเป็นนักศึกษา ช่วยงานกิจกรรมมหาลัยอยู่ก็บ่อย จะเรียกว่าเป็นเด็กกิจกรรมก็ว่าได้
ทำไฟรี ได้เงิน เราทำหมด เพราะเราอยากฝึกภาษาและประสบการณ์ เพื่อที่จะเอาไปใช้ตอนสมัครงาน
และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดและทางมหาลัยเราได้ร่วมมือกัน จัดงานกิจกรรมที่มีชื่อว่า งานศิลปะและวัฒนธรรม KIAC
ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้เชิญการแสดงจากหลายๆประเทศมาแสดงโชว์ในตัวจังหวัด ซึ่งเราก็ได้ไปสมัครเป็นล่ามคอยประสานงานให้กับ
เหล่านักแสดงกับทางเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลงาน ทั้งเรื่องตารางกิจกรรม รวมถึงคิวการแสดงซึ่งปีนี้ก็เป็นปีสุดท้ายที่เราได้ทำงานนี้
เพราะว่าเรานั้นใกล้จะจบแล้ว และทีมที่เราได้ดูแลในปีนี้คือ นักแสดงที่มาจากประเทศกรีซ กรีซ????? ประเทศนี้มันอยู่ส่วนไหนของโลกว๊ะ???
มีแต่เทพเจ้ารึเปล่า?? ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทางจังหวัดได้เชิญประเทศกรีซมาแสดงโชว์เป็นครั้งแรก เราไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย
นอกจากเทพเจ้า และวิหาร
ในวันที่เราเดินทางไปรับนักแสดง เราเดินทางจากมหาลัยตอนตี 4
ระหว่างที่กลับจาก กทม. เราก็คุยกับเพื่อนนะว่าทำไมเขาถึงมาคุยกับเราถึงสองรอบ และก็คุยกับเราแค่คนเดียวนะ ทั้งๆที่น้องอีกคนนึงก็เป็นล่ามและเพื่อนอีก 2 คนก็ไปเป้นเพื่อรเราด้วย สักพัก คนๆเดิม เขาก็เดินมาหาเรา มาถามเรื่อง wifi ซึ่งเราก็เลยให้เขาใช้ของเรา สักพัก เขาก็เดินกลับมาหา มาชวนคุยเรื่อยๆ ถึงเรื่องงานแสดง สิ่งที่เขาจะแสดง เปิดให้ดูการแสดงของพวกเขา และถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเราที่เขาอยากที่จะไป ตลอดระยะทางที่กลับจาก กทม. เอ้อ!!! ลืมบอกไปอีกอย่าง เราได้แอบถ่ายวิดีโอพวกเขาไว้ด้วย เพราะพวกเราเหล่าล่ามๆนั้น ต่างก็จะชอบอวดกันว่านักแสดงประเทศไหนหล่อกว่ากัน ซึงพวกเราก็จะเอารูปตอนที่พวกเราไปรับนักแสดงมาอวดกัน ซึ่งในปีนี้ เราก็ชนะอีกค่าาาาา
สำหรับวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนนะคะ ถ้ามีคนอ่าน หรือสำหรับใครที่อยากรู้ต่อว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไง ช่วย
แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังอีกว่าวันต่อๆไปเป็ยังไงบ้างค่ะ