กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผม ซึ่งผมอยากเขียนให้กำลังใครหลายคนๆให้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่การหนีปัญหา ช่วยติชมแนะนำเพื่อที่ผมจะได้แก้ไขและปรับปรุงในการเขียนบทความให้ดียิ่งขึ้นในบทความต่อๆไปด้วยครับ
"อย่าเรียนรู้ที่จะเดินลำพัง"
ขณะที่ผมยืนอยู่บนสะพาน ผมตะโกนออกมาสุดเสียง "บ้างทีโลกก็โหดร้ายกับเราเกินไปนะ ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมไม่เป็นคนอื่น" ชีวิตที่รู้สึกหมดหวัง ท้อแท้ หมดหนทาง คิดอะไรไม่ออก หลังจากตะโกนแล้ว น้ำตาผมก็ไหลออกมาเหมือนคนที่ต้องแบกภาระทุกอย่างไว้คนเดียว ผมเริ่มคิดว่าโลกนี้ไม่หน้าอยู่อีกต่อไป ความคิดอยากตายพุดขึ้นมาในหัว ความลังเลใจที่จะกระโดดสะพานเกิดขึ้นมา ช่วงเวลานั้นไม่มีแม้ลมพัดแต่กลับรู้สึกหนาวถึงกระดูก เสียงที่เคยดังกลับเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ทันใดนั้นเองมีเทวดากับมัจจุราชเกิดขึ้นในหัวผม มัจจุราชบอกว่า ถ้าเจ้าตายไปเจ้าก็ไม่ต้องรับรู้ปัญหาอีกต่อไป ปัญหาที่เจ้าไม่ได้ทำ แต่ต้องมารับผลกรรมจากคนที่ทำ เจ้าทำถูกแล้วที่เจ้าเลือกที่จะตาย ส่วนเทวดาบอกว่า เจ้าคือคนที่หนี้ปัญหา ปัญหาอาจจะไม่ได้เกิดจากเจ้า แต่เจ้าสามารถจะแก้ไขมันได้ ถ้าเจ้าไม่ยอมแพ้ เจ้าเป็นคนเห็นแก่ตัวทิ้งปัญหาไว้ให้คนอื่นต้องมารับกรรมต่อ ไม่ต่างจากที่เจ้าต้องเผชิญ เมื่อเทวดาพูดจบ ผมก็กระโดดสะพานทันทีขณะที่ผมกำลังจมน้ำ ผมกลับเริ่มรู้สึกกลัวตายขึ้นมา ผมพยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด หน้าคนที่ผมรักลอยขึ้นมาในขึ้นเต็มไปหมด ผมตื่นขึ้นมาอีกทีได้ยินเสียงแม่เรียกกินข้าว กินข้าวนะลูก เสียงเหมือนมีคนมาคอยกระซิบเบาๆ บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เสียงห่วงใยที่คอยถามสบายดีไหม ต่อไปนี้ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้วนะลูก เสียงผู้คนร้องไห้ กลิ่นธูปลอยมาเป็นระยะๆ ผมอยู่ในที่แคบๆที่เรียกว่าโลงศพ ผมกลับรู้สึกอยากกลับไปแก้ไขปัญหาที่ผมควรจะแก้ ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการตาย แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ถ้าวันนั้นผมไม่อยู่ลำพังผมคงไม่ต้องตาย ถ้าวันนั้นผมอยู่ข้างแม่ แม่คงจะกอดผมล่ะบอกให้สู้ต่อ ชีวิตที่มันลำพังชั่งตัดสินใจแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ
อย่าเรียนรู้ที่จะเดินลำพัง เพราะจะทำให้เราตัดสิ้นใจในแค่เสี้ยววินาที
"อย่าเรียนรู้ที่จะเดินลำพัง"
ขณะที่ผมยืนอยู่บนสะพาน ผมตะโกนออกมาสุดเสียง "บ้างทีโลกก็โหดร้ายกับเราเกินไปนะ ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมไม่เป็นคนอื่น" ชีวิตที่รู้สึกหมดหวัง ท้อแท้ หมดหนทาง คิดอะไรไม่ออก หลังจากตะโกนแล้ว น้ำตาผมก็ไหลออกมาเหมือนคนที่ต้องแบกภาระทุกอย่างไว้คนเดียว ผมเริ่มคิดว่าโลกนี้ไม่หน้าอยู่อีกต่อไป ความคิดอยากตายพุดขึ้นมาในหัว ความลังเลใจที่จะกระโดดสะพานเกิดขึ้นมา ช่วงเวลานั้นไม่มีแม้ลมพัดแต่กลับรู้สึกหนาวถึงกระดูก เสียงที่เคยดังกลับเงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ทันใดนั้นเองมีเทวดากับมัจจุราชเกิดขึ้นในหัวผม มัจจุราชบอกว่า ถ้าเจ้าตายไปเจ้าก็ไม่ต้องรับรู้ปัญหาอีกต่อไป ปัญหาที่เจ้าไม่ได้ทำ แต่ต้องมารับผลกรรมจากคนที่ทำ เจ้าทำถูกแล้วที่เจ้าเลือกที่จะตาย ส่วนเทวดาบอกว่า เจ้าคือคนที่หนี้ปัญหา ปัญหาอาจจะไม่ได้เกิดจากเจ้า แต่เจ้าสามารถจะแก้ไขมันได้ ถ้าเจ้าไม่ยอมแพ้ เจ้าเป็นคนเห็นแก่ตัวทิ้งปัญหาไว้ให้คนอื่นต้องมารับกรรมต่อ ไม่ต่างจากที่เจ้าต้องเผชิญ เมื่อเทวดาพูดจบ ผมก็กระโดดสะพานทันทีขณะที่ผมกำลังจมน้ำ ผมกลับเริ่มรู้สึกกลัวตายขึ้นมา ผมพยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด หน้าคนที่ผมรักลอยขึ้นมาในขึ้นเต็มไปหมด ผมตื่นขึ้นมาอีกทีได้ยินเสียงแม่เรียกกินข้าว กินข้าวนะลูก เสียงเหมือนมีคนมาคอยกระซิบเบาๆ บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เสียงห่วงใยที่คอยถามสบายดีไหม ต่อไปนี้ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้วนะลูก เสียงผู้คนร้องไห้ กลิ่นธูปลอยมาเป็นระยะๆ ผมอยู่ในที่แคบๆที่เรียกว่าโลงศพ ผมกลับรู้สึกอยากกลับไปแก้ไขปัญหาที่ผมควรจะแก้ ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการตาย แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ถ้าวันนั้นผมไม่อยู่ลำพังผมคงไม่ต้องตาย ถ้าวันนั้นผมอยู่ข้างแม่ แม่คงจะกอดผมล่ะบอกให้สู้ต่อ ชีวิตที่มันลำพังชั่งตัดสินใจแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ