จะบอกว่า-โชคชะตาเล่นตกหรือว่า-เราพยายามไม่มากพอ

ขอเล่าก่อนนะค่ะว่า เราเพิ่งเรียนจบเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่เราจะเรียนจบเราได้ไปฝึกสหกิจที่โรงงานแห่งในภาคกลางเป็นโรงงานเกี่ยวกับสายที่เราเรียนมาคะ ตอนสหกิจก็ได้เรียนรู้งานหลายอย่างที่เกี่ยวกับโรงงานแห่งนั้นนะค่ะ เราไม่รู้หรอกว่าสังคมโรงงานนิคนหมู่มากเค้าชอบนินนทากันหรอคะ  ขนาดเราแค่เด็กฝึกสหกิจยังกลัวเราได้ดีกว่าเลยคะ แต่โอเคตอนนั้นเราไปกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง เราก็ไม่ค่อยสนใจอะไรกับผู้ใหญ่เค้ามากปวดหัว แล้วก็มีมนุษย์ป้าที่ชอบแขวะ ชอบด่า ทำให้เด็กฝึกงาน  หรือหัวหน้าที่เข้ามาใหม่อยู่กันได้ไม่นาน  เพราะคนที่เข้ามาทำงานพร้อมเรา  เค้ารุ่นเดียวกันกับเราเค้าก็ลาออกก่อนที่เราจะฝึกเสร็จอีก ซึ่งเราฝึก 4 เดือนนะ ตอนที่ฝึกก็ดีคะ เหมือนไปฝึกใช้ชีวิตก่อนการทำงานจริง ความรับผิดของเราก็คือ เจ้าหน้าควบคุมและประกันคุณภาพ นอกจากนี้เรากับเพื่อนยังได้ทำโปรเจคให้อีกเรื่องคะ ความยากของการทำโปรเจคคือต้องทำในขณะที่พนักงานทำงาน ลูกค้าเข้าบ้าง งานเร่งด่วนบ้าง โดน ผู้จัดการด่าเละ ส่วนการใช้ชีวิตแต่ละวันคือ เช้าไปโรงงาน เย็นไปเซเว่น แล้วก็กลับหอ แค่นั้นจริงๆคะ พอเราเรียนจบมานะค่ะ เราได้มีโอกาสสมัครงานและฝากประวัติไว้กับเว็บหางานหลายเว็บเลยคะ ซึ่งตอนนั้นก็มีบริษัทเรียกเราไปสัมภาษณ์หลายที่นะค่ะ แต่ด้วยข้อจำกัดของเราเองคือ อยากทำงานใกล้บ้านหรือไม่ก็ไม่ใกล้จากบ้านจนเกินไป จะบอกว่าตอนนั้นเราปิดกั้นโอกาสตัวเองก็ว่าได้นะค่ะ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประมาณช่วงเดือนธันวาคม เราได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์งานโรงงานแห่งหนึ่งในภาคกลาง ซึ่งเป็นโรงงานลักษณะเดียวกันกับที่เราไปฝึกสหกิจเลยคะ ซึ่งวันที่เค้านัดเราไปสัมภาษณ์เป็นวันพุธเราแต่งตัวไปถึงโรงงาน เราบอกเค้าว่าเรามาสัมภาษณ์งาน HR เค้าบอกว่า เค้าไม่มีนัดสัมภาษณ์งานวันนี้นะค่ะ มีสัมภาษณ์คือวัน เสาร์ เค้าจึงติดต่อไปโรงงานที่อยู่ใกล้ๆจังหวัดที่เราไปสัมภาษณ์ที่แหละคะ ซึ่งบริษัทนั้นเป็นบริษัท ย่อย ของบริษัทนี้อีกทีนึง เค้าบอกเราว่า เราต้องไปสัมภาษณ์ที่นั้น ไม่ใช่โรงงานที่เรามาวันนี้ เค้าจึงถามเราว่า เราจะไปไหม เราจึงบอกว่าถ้าเป็นที่นั้นเราไม่ไป ตอนนั้นใจเราไม่ดีมาก คือแบบอะไรวะ ตอนที่ถามเค้าก็บอกว่าที่นี่นี่หว่า ทำไมถึงเป็นบริษัทนั้น HR ของโรงงานนี้ เค้าสนใจประวัติเราเค้าจึงถามเราว่า งั้นสมัครของโรงงานนี้ไว้ไหม เพราะคุณสมบัติน้องตรงตามที่ดรงงานต้องการ เราก็เอ่อ มาไกลขนาดนี้แล้ว ก้ต้องเขียนไว้แหละ ตอนนั้นใจแบบไม่ดีมากๆ กลัวพ่อ แม่พามาเสียเวลาด้วย  เราจึงเขียนใบสมัครทิ้งไว้  เค้าก้นัดเรามาสัมภาษณ์วันเสาร์ ซึ่งอีก 2 วันที่เหลือ เราก็นอนรอสอบสัมภาษณ์อยู่ในห้อง  คือถ้ากลับไปก็ต้องกลับมาใหม่ซึ่งมันค่อนข้างไกลมากจากบ้านเรา เราจึงเลือกที่จะรอ  วันที่ไปสัมภาษณ์วันเสาร์เราเดินขึ้นไปก็ไปเจอคนที่เค้ามาสัมภาษณ์กันหลายคน ซึ่งทุกคนน่าจะยังไม่มีใครเขียนใบสมัคร มีแค่เรา เราก็นั่งรอ แล้วก็มีเพื่อนคนนึงเหมือนเค้าเขียนใบสมัครเสร็จแล้วเค้าก็มานั่งข้างเรา  เราก็ไม่ได้คุยหรือทักเค้านะ  เพราะเราคิดว่าเค้าน่าจะเป็นรุ่นพี่ เรามันแค่เด็กจบใหม่นั่งเฉยๆ  น่าจะดีกว่า เค้าก็ถามเราว่า  มาสัมภาษณ์งานเหมือนกันหรอ  เราเลยว่า ใช่คะ เค้าก้เลยถามเราว่า เราพึ่งจบหรอ เราก็บอกใช่คะ  เค้าเลยถามเราว่า แล้วชื่ออะไร เราก็บอกชื่อ น้ำ คะ แล้วอายุเท่าไหร่อ่า เราบอก 23 เค้าก็บอกเรา รุ่นเดียวกันเลย เราเลยถามว่า แล้วชื่ออะไรหรอ เค้าบอกชื่อ บูม  แล้วก็มีพี่  HR เรียกให้พวกเราเข้าไปนั่งรอในห้อง เค้าก็ชวนเราคุย ตามนั้น นุ่น นี้ ตาม ประสา คนพึ่งรู้จักกัน เพื่อนคนอื่นเค้าก็ไม่ค่อยคุย มีแค่เรากับบูมที่คุยกัน  เราจากนั้น เค้าก็พาเราขึ้นรถไปสัมภาษณ์อีกตึกนึง บูม เป็นคนแรกที่เข้าไปสัมภาษณ์ ส่วนเราเป็นคนที่ 3 บูมออกมาก็ เล่าให้ฟังว่า  ผจก เค้าถามอะไร เรานี่แบบตื่นเต้นมากเพราะ  เป็นครั้งแรกที่เราสัมภาษณ์งาน ออกมา เค้าก็ถามเป็นไงมั่ง ผจก ถามอะไรมั่ง ก็มีแค่เรากับบูมอีกแหละที่คุยกันคนอื่น เค้าก็กดดทรศัพท์  บูมเค้าไม่เล่นโทรศัพท์เลยนะ เห็นคุยแปปนึงกับแม่  ก่อนจะแยกย้ายกัน ก็มีเพื่อนคนนึงตั้งกลุ่มไลน์ไว้คุย  บอกว่า  เผื่อว่า บริษัทประกาศผล จะได้รู้ว่าใครได้มั่ง จะได้สนิทกันก่อนการทำงาน ตอนนั้นเราก็คิดว่า ถ้าเราได้ที่นี่เราก็คงเค้าเลย ไม่อยากว่างงานนานเดี๋ยวขี้เกียจ  พอวันที่ บ โทรมาประกาศผลสัมภาษณ์เพื่อนก็ทักในกลุ่มใหญ่เลย  ใครได้ ไม่ได้มั่งไรงี้ ตอนนั้นเรานิแบบเอาไงดีวะ เพราะก่อนหน้าที่เราจะต้องเริ่มทำงาน ก็มี บ อีก บ นึง เป็น บ ที่เราอยากเข้ามากๆ เข้าโทรมาบอกว่าสนใจประวัติเรา ตอนนี้ได้งานรึยัง เราก็เลยบอกว่า เรากำลังจะไปทำงานอาทิตย์หน้าจะไปเซ็นสัญญา เค้าบอกว่าที่นั้นให้เงินเท่าไหร่ เราก็บอก X บ ที่น้องว่าอยู่ที่ไหน เราก็เลยบอกว่า จ เดียวกับ บ  พี่แหละคะ เค้าบอกเราว่า สวัสดิการ นั้น นุ่น นี่ เราก้ถามเค้าว่า นานไหมคะที่จะเรียกสัมภาษณ์ เค้าบอกประมาณ 2 สัปดาห์ เราก็คะ ก่อนที่เค้าจะวาง เค้าบอกเราว่า รอ ก่อนนะ อย่าพึ่งไปชิงเซ็นสัญญากับ บ อื่นก่อนนะ เราก็บอกเค้าว่า  คะ  เราจึงเลือกปฏิเสธที่แรกที่เราได้ ซึ่งเพราะความที่ว่า บ นี้เป็นบริษัทที่เราอยากเข้ามากๆและเป็นบริษัทที่เราอยากไปสหกิจ แต่ช่วงนั้นเค้าไม่รับเด็กสหกิจ พอถึงวันที่เพื่อนๆ บ แรกที่เราไปสัมภาษณ์ต้องไปอบรมก่อนการทำงาน เพื่อนก็คุยกันใหญเลย เรานี่ไม่ได้บอกใครว่า เราจะไม่ไป ก้มีเพื่อนทักมาว่า เธอ เราก็ไม่ได้ตอบเค้านะ แต่บูมทักเรามา เราเลือกที่จะตอบบูม เพราะเราสนิทกับเค้ามากกว่าอ่า  เค้าก็ถามเราว่า ไม่มาหรอ  ทำไมไม่เห็นทักบอกเราเลย  เราก็เลยบอกเค้าว่า  เราไม่กล้าบอกใครอ่า ว่าเราจะไม่ไป บูมบอกเราว่า  ถ้ารู้จะไม่มาเราไม่มาหรอก  นึกว่าจะมีเพื่อน  เราก็บอก  เพื่อนที่ไปสัมภาษณ์วันนั้นเยอะแยะ เค้าบอกไม่เหมือนกัน เราก็ ไม่เหมือนไงวะ ก็มันก็สัมภาษณ์ด้วยกันนิหว่า จากนั้นเราก็คุยกับบูมมาเรื่อยๆ แบบก็ถามทำงานเป็นไงมั่ง โอเคไหม เค้าบอกเราว่า มันหนาวมากเลย  ยืนทั้งวัน  ประมาณนี้ แล้วเค้าก็ถามเราตลอดว่า เราได้งานรึยัง เราก็บอกว่า รออยู่ หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันอีก เพราะว่า เราไม่กล้าทักเค้าไป  เพราะเราคิดมากมั้ง เรายังไม่ได้งานเลยยังไม่ได้ทำงานด้วย ไรแบบนี้ ก้ไม่ได้คุยกัน  แล้วยังไงไม่รู้เราก็ได้กลับมาคุยกันอีก ก่อนช่วงปีใหม่ เค้าเล่าให้เราฟังว่า รู้ไหม อาทิตย์แรกนะ เค้าไม่สบาย ไอตลอด กลัวเพื่อนในห้องรำคาน กลัวเพื่อนติดหวัดด้วย ปีใหม่ก็คุยกันปกติ ตอนนั้นเราพึ่งรู้ว่าเค้าได้งานใหม่ เราเลยถามเค้าว่าได้งานใหม่หรอ เค้าบอกใช่ เราเลยบอกว่า ไม่เห็นรู้เลยว่า บูมได้งานใหม่ เค้าบอกเราว่า ก็ไม่ได้คุยกันเนอะจะบอกได้ไงละ เค้าก็ไปทำงานที่ใหม่ซึ่งงานที่ใหม่เค้าดีมาก ต่างจากงานแรกที่เค้าทำ  เพราะงานนี้เป็นงานเกี่ยวกับการส่งออกอะไรประมาณนี้ เราชื่นชมเค้ามากเลย บูมเป็นคนที่ค่อนข้างภาษาอังกฤษ เค้าเลยมีทางเลือกในชีวิตเยอะ เราดีแบบดีใจแทนเค้าเลย ทำงานเป็นเวลาด้วย ไม่มีเข้ากะ ตอนนั้นเราก็เลิกที่จะรอ บ ที่เค้าให้ความหวังเราเพราะมันนานมากแล้ว ยังไงก็ไม่น่าจะได้ เราจึงสมัครงานใหม่ที่ภาคตะวันออก  กว่าเค้าจะเรียกก็นานอยู่เหมือนกัน เพราะสมัครไว้หลายเดือน ตั้งแต่ที่เรารอ บ ที่ให้ความหวังเรา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่