🎀~มาลาริน~ข่าวดีค่ะ..7เดือนแรก นทท.เที่ยวไทยเพิ่ม11% ครม.เห็นชอบ’หาดเจ้าไหม-หมู่เกาะอ่างทองเป็นพื้นที่อุทยานมรดกอาเซียน


7เดือนแรก นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เที่ยวไทยเพิ่มขึ้น11%



กระทรวงท่องเที่ยวฯ เผยยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7 เดือนแรกปี 61 แห่งเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 11% หรือ 22.6 ล้านคน สร้างรายได้รวม 1.18 ล้านล้านบาท จีนอันดับหนึ่งเที่ยวไทยเยอะสุด พร้อมขันน๊อตหน่วยขึ้นตรง ทำงานเต็มที่

20ส.ค.61- นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 22,657,730 คน ขยายตัว 11% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และสร้างรายได้รวม 1,182,272.03 ล้านบาท ขยายตัว 14.44% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาในเดือนกรกฎาคม 2561 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 3,175,981 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากที่สุด 2,224,578 คน รองลงมา ได้แก่ นักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป เอเชียใต้ อเมริกา ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และแอฟริกา ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวขยายตัว 2.85%

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย เกาหลี ลาว อินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ตามลำดับ นอกจากนี้ การใช้จ่าย ของนักท่องเที่ยวระหว่างเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ก่อให้เกิดรายได้ 166,378.72 ล้านบาท ขยายตัว 6.38% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่านักท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูงสุด 10อันดับแรก ประกอบด้วย จีน มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา เกาหลี สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และรัสเซีย ตามลำดับขณะที่สถานการณ์ท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวไทยมิ.ย.61 มีชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 12.67 ล้านคน-ครั้ง ขยายตัว 3.53% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และการใช้จ่าย เพื่อการท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ 77,882.46 ล้านบาท ขยายตัว 7.02% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เชิญข้าราชการจากส่วนราชการต่างๆ ในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มารับฟังนโยบายการปฏิบัติงานช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ2561  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการในตำแหน่ง       ประเภทอำนวยการระดับสูง, ระดับต้น, ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ และระดับชำนาญการพิเศษ ของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และภารกิจดังกล่าว เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่เพียงพอและเหมาะสม 

นอกจากนั้นจากการประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องพายุโซนร้อน “เบบินคา” เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการออกประกาศเพื่อเตือนผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และสั่งการให้ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทุกจังหวัดที่มาประชุมในวันนี้ แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวเพื่อให้คอยติดตามข้อมูลสภาพอากาศจากทางราชการ  ประสานผู้ประกอบการขนส่งทางเรือให้เตรียมอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ และตรวจสอบความพร้อมก่อนออกเรือโดยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด สำหรับนักท่องเที่ยว       ที่พำนักอยู่บริเวณชายฝั่งให้ระวังอันตรายและผลกระทบจากคลื่นลมแรง และเตรียมแผนฟื้นฟู เยียวยาสำหรับพื้นที่      ที่ได้รับผลกระทบ 

ปลัดฯท่องเที่ยวกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้มอบนโยบายการทำงานช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ด้วยว่าขอให้ทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทุกจังหวัด  ซึ่งเปรียบเสมือนผู้แทนของรัฐบาล และ ผู้แทนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ประจำการอยู่ในส่วนภูมิภาคให้ประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์ในเรื่องต่างๆ ตลอดจนการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2561 เพื่อให้เกิดผลงานขึ้นอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

“ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ทำงานอย่างหนักและมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเข้มแข็งและกระทรวงฯก็มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะสนองนโยบายของภาครัฐ  โดยกระทรวงฯจะพยายามทุกวิถีทางในการดำเนินนโยบายในเรื่องต่างๆให้เกิดการส่งเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างสมดุล เท่าเทียม ทั่วถึง และยั่งยืน” ปลัดฯพงษ์ภาณุ ทิ้งท้าย

https://www.thaipost.net/main/detail/15781


ครม.เห็นชอบเสนอ’หาดเจ้าไหม-หมู่เกาะอ่างทอง’เป็นพื้นที่มรดกอาเซียน



21 ส.ค.61 ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เสนอให้พื้นที่อุทยานหาดเจ้าไหม เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตำบลเกาะลิบง จ.ตรัง และพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฏร์ธานี ให้เป็นพื้นที่อุทยานมรดกแห่งอาเซียน โดยทาง ทส. ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศ ค่อนข้างหลากหลาย รวมถึงมีแหล่งหญ้าทะเลใหญ่ที่สุด และเป็นแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ที่สำคัญยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ลิ่นชวา, ชะมดแผงสันหางดำ, พะยูน, โลมา และเต่าทะเล เป็นต้น

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยมีพื้นที่ ที่ถูกรับรองเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียนแล้วจำนวน 4 แห่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ประกอบด้วย 1.อุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ 2.อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา 3.กลุ่มอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์–หมู่เกาะสิมิลัน และ4.อ่าวพังงา และกลุ่มป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน–กุยบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี แต่จวบจนปัจุบันก็ยังไม่มีพื้นที่ที่ถูกรับรองเพิ่มเติม โดยในปี 62 นี้ที่ประเทศไทยจะได้เป็นประธานอาเซียน และเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียน ด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 30 จึงได้มีแผนเสนอพื้นที่คุ้มครองเพิ่มเติมอีกสองแห่ง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีโอกาส แสดงบทบาทให้ทั่วโลกได้เห็นว่า เราเป็นประเทศที่พยายามรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

http://www.naewna.com/politic/359217


เป็นรัฐบาลทหารแต่ทำงานมีผลงานยิ่งกว่ารัฐบาลประชาธิปไตยปูเดินเซอีกค่ะ

แบบนี้จะไม่ให้เชียร์ได้อย่างไรคะ....ถอดรหัสใจถอดรหัสใจถอดรหัสใจถอดรหัสใจถอดรหัสใจ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่