FootNote:ห่วงใยจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา คสช.
หากเห็นความหน้าชื่นตาบานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดินทางไปในกระบวนการ
”ครม.สัญจร” ก็เหมือนกับว่าคสช.กำลัง อยู่ในจุดครองความได้เปรียบในทางการเมือง
เพราะว่า “ประชาชน” ก็ออกมาตั้งแถวต้อนรับพร้อมกับเปล่งเสียงให้กำลังใจ
มีแต่คนอยากให้อยู่นานๆ ไม่เรียกร้องเรื่อง”การเลือกตั้ง”
แต่พลันที่เดินเข้าทำเนียบรัฐบาลและประสบเข้ากับกองทัพนักข่าวไม่ว่าคนไทยหรือต่างประเทศ
คำถามยอดฮิตที่สุด คือ เรื่อง”การเลือกตั้ง
ยิ่งเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดธงไว้ที่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 คำถามยิ่งรุกกระหน่ำ
เข้ามาโดยรอบ
อาการวิกสิตแย้มบานก็กลับกลายเป็นความหงุดหงิดทันที
ไม่ว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่เข้าสู่สนามการเมืองตั้งแต่ยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ย่อมมองออก
แม้กระทั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มองทะลุ
เพราะว่าผ่านการเมืองยุคหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 และร่วมอยู่ในสถานการณ์
นองเลือดเมื่อเดือน พฤษภาคม 2535
ไม่ว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงอ่าน “สถานการณ์”
ได้แจ้งแทงตลอด
รับรู้ใน “ปัญหา” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องประสบ
เป็นปัญหาอย่างเดียวกับที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ประสบมาแล้วหลังการเลือกตั้ง
เดือนมีนาคม 2535
เป็นปัญหาที่คนอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ วิเคราะห์เจนจบ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
เก็บรับมาเป็นบทเรียนหลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เข้าใจ
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปเหมือนกับที่ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่า พรรคชาติไทยพัฒนา
ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย
ล้วนเคย”เตือน”มาแล้วด้วยความกังวล
นั่นก็คือ ปัญหาไม่เพียงแต่จะปะทุขึ้นก่อน”เลือกตั้ง”เท่านั้นหากภายหลัง”เลือกตั้ง”ก็จะยิ่งรุนแรง
แหลมคม ยิ่งขึ้น เนื่องแต่แนวคิดในเรื่องสืบทอดอำนาจ
ผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์
https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_1471828
วิเคราะห์การเมือง : อารมณ์ สังคม อยากเห็น “การเลือกตั้ง” ขึ้น กระแสสูง
ยิ่งเห็นอารมณ์ความรู้สึก
“อยากเลือกตั้ง” ปรากฏขึ้นและดำรงอยู่ภายในสังคมมากขึ้น
เพียงใด ยิ่งทำให้ภาพของ
“กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่เคลื่อนไหวเมื่อปลายเดือนมกราคม 2561
มากด้วยความโดดเด่น
จากเดือนมกราคมกระทั่งเดือนพฤษภาคม 2561 พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเกิด
เป็นกลุ่ม MBK ตามมาด้วยกลุ่ม RDN
ติดคดีความมากมาย แม้กระทั่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116
ความเรียกร้องต้องการของพวกเขาเด็ดเดี่ยวมั่นคง คือ อยากเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้น
ภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ให้จงได้
จิตหนึ่งใจเดียว คือ “อยากเลือกตั้ง”
ต้องยอมรับว่า กระบวนการเคลื่อนไหวของ
“กลุ่มอยากเลือกตั้ง” เป็นการจุดประกาย
ในทางความคิด หรือจะเรียกอย่างเป็นภาษาสมัยใหม่
ก็ต้องเรียกว่าเป็น Start Up
พลันที่พวกเขาสำแดงตัวตนออกมาก็เปิดการปะทะกับอีกตัวตนหนึ่งซึ่งยึดตามคำสั่งหัวหน้าคสช.
ฉบับที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนมาเป็นเครื่องมือ
นำไปสู่ภาพเปรียบเทียบ 2 ภาพโดยอัตโนมัติ
ภาพ 1 เรียกร้องต้องการอยากเห็น
“การเลือกตั้ง” ปรากฏขึ้นตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้
เมื่อไปเยือนทำเนียบขาว
ภาพ 1 เหมือนกับไม่อยากเห็น
“การเลือกตั้ง”
ถามว่าความเรียกร้องต้องการ
“การเลือกตั้ง” กำลังเป็นกระแสและเป็นความเรียกร้อง
ต้องการภายในสังคมไทยหรือไม่
คำตอบนี้เห็นจากกรณี
“ผู้ตรวจการเลือกตั้ง”
พลันที่ 36 สนช.ก่อการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยเน้น
ไปยังตำแหน่ง
“ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” กระแสต่อต้านก็เกิดตามมาโดยอัตโนมัติ
มิใช่เพื่อปกป้องกกต.ชุดเก่า หากแต่เพราะรู้ “เจตนา”
เด่นชัดว่าเจตนาของ 36 สนช.ก็เพื่อยื้อ ถ่วง หน่วงโรดแม็ป “การเลือกตั้ง” ให้ทอดยาวออกไป
จึงพากันออกมาต่อต้านขัดขวาง
กระทั่งในที่สุดก็จำใจต้องถอนร่างออกไป
ไม่ว่าจะมองผ่านพาดหัวตัวไม้ของสื่อหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะมองผ่านการกำหนดวันเลือกตั้ง
เป็นเหมือนกับตุ๊กตาอันมาจากกกต.
2 เรื่องนี้ขานรับกันอย่างปี่กับขลุ่ย
สะท้อนความเรียกร้องต้องการ
“การเลือกตั้ง” อันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในสังคมได้อย่าง
ลึกซึ้งและกว้างขวาง
เท่ากับเป็นสัญญาณเตือนไปยังคนยื้อ ถ่วง หน่วง
“การเลือกตั้ง”
https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/analysis-today-politics/news_1469007
การเลือกตั้ง .... /sao..เหลือ..noi
หากเห็นความหน้าชื่นตาบานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเดินทางไปในกระบวนการ
”ครม.สัญจร” ก็เหมือนกับว่าคสช.กำลัง อยู่ในจุดครองความได้เปรียบในทางการเมือง
เพราะว่า “ประชาชน” ก็ออกมาตั้งแถวต้อนรับพร้อมกับเปล่งเสียงให้กำลังใจ
มีแต่คนอยากให้อยู่นานๆ ไม่เรียกร้องเรื่อง”การเลือกตั้ง”
แต่พลันที่เดินเข้าทำเนียบรัฐบาลและประสบเข้ากับกองทัพนักข่าวไม่ว่าคนไทยหรือต่างประเทศ
คำถามยอดฮิตที่สุด คือ เรื่อง”การเลือกตั้ง
ยิ่งเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดธงไว้ที่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 คำถามยิ่งรุกกระหน่ำ
เข้ามาโดยรอบ
อาการวิกสิตแย้มบานก็กลับกลายเป็นความหงุดหงิดทันที
ไม่ว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่เข้าสู่สนามการเมืองตั้งแต่ยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ย่อมมองออก
แม้กระทั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มองทะลุ
เพราะว่าผ่านการเมืองยุคหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 และร่วมอยู่ในสถานการณ์
นองเลือดเมื่อเดือน พฤษภาคม 2535
ไม่ว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงอ่าน “สถานการณ์”
ได้แจ้งแทงตลอด
รับรู้ใน “ปัญหา” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องประสบ
เป็นปัญหาอย่างเดียวกับที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ประสบมาแล้วหลังการเลือกตั้ง
เดือนมีนาคม 2535
เป็นปัญหาที่คนอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ วิเคราะห์เจนจบ และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
เก็บรับมาเป็นบทเรียนหลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เข้าใจ
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปเหมือนกับที่ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่า พรรคชาติไทยพัฒนา
ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย
ล้วนเคย”เตือน”มาแล้วด้วยความกังวล
นั่นก็คือ ปัญหาไม่เพียงแต่จะปะทุขึ้นก่อน”เลือกตั้ง”เท่านั้นหากภายหลัง”เลือกตั้ง”ก็จะยิ่งรุนแรง
แหลมคม ยิ่งขึ้น เนื่องแต่แนวคิดในเรื่องสืบทอดอำนาจ
ผ่านรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์
https://www.khaosod.co.th/hot-topics/news_1471828
วิเคราะห์การเมือง : อารมณ์ สังคม อยากเห็น “การเลือกตั้ง” ขึ้น กระแสสูง
ยิ่งเห็นอารมณ์ความรู้สึก “อยากเลือกตั้ง” ปรากฏขึ้นและดำรงอยู่ภายในสังคมมากขึ้น
เพียงใด ยิ่งทำให้ภาพของ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ที่เคลื่อนไหวเมื่อปลายเดือนมกราคม 2561
มากด้วยความโดดเด่น
จากเดือนมกราคมกระทั่งเดือนพฤษภาคม 2561 พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเกิด
เป็นกลุ่ม MBK ตามมาด้วยกลุ่ม RDN
ติดคดีความมากมาย แม้กระทั่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116
ความเรียกร้องต้องการของพวกเขาเด็ดเดี่ยวมั่นคง คือ อยากเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้น
ภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ให้จงได้
จิตหนึ่งใจเดียว คือ “อยากเลือกตั้ง”
ต้องยอมรับว่า กระบวนการเคลื่อนไหวของ “กลุ่มอยากเลือกตั้ง” เป็นการจุดประกาย
ในทางความคิด หรือจะเรียกอย่างเป็นภาษาสมัยใหม่
ก็ต้องเรียกว่าเป็น Start Up
พลันที่พวกเขาสำแดงตัวตนออกมาก็เปิดการปะทะกับอีกตัวตนหนึ่งซึ่งยึดตามคำสั่งหัวหน้าคสช.
ฉบับที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คนมาเป็นเครื่องมือ
นำไปสู่ภาพเปรียบเทียบ 2 ภาพโดยอัตโนมัติ
ภาพ 1 เรียกร้องต้องการอยากเห็น “การเลือกตั้ง” ปรากฏขึ้นตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้
เมื่อไปเยือนทำเนียบขาว
ภาพ 1 เหมือนกับไม่อยากเห็น “การเลือกตั้ง”
ถามว่าความเรียกร้องต้องการ “การเลือกตั้ง” กำลังเป็นกระแสและเป็นความเรียกร้อง
ต้องการภายในสังคมไทยหรือไม่
คำตอบนี้เห็นจากกรณี “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง”
พลันที่ 36 สนช.ก่อการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยเน้น
ไปยังตำแหน่ง “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” กระแสต่อต้านก็เกิดตามมาโดยอัตโนมัติ
มิใช่เพื่อปกป้องกกต.ชุดเก่า หากแต่เพราะรู้ “เจตนา”
เด่นชัดว่าเจตนาของ 36 สนช.ก็เพื่อยื้อ ถ่วง หน่วงโรดแม็ป “การเลือกตั้ง” ให้ทอดยาวออกไป
จึงพากันออกมาต่อต้านขัดขวาง
กระทั่งในที่สุดก็จำใจต้องถอนร่างออกไป
ไม่ว่าจะมองผ่านพาดหัวตัวไม้ของสื่อหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าจะมองผ่านการกำหนดวันเลือกตั้ง
เป็นเหมือนกับตุ๊กตาอันมาจากกกต.
2 เรื่องนี้ขานรับกันอย่างปี่กับขลุ่ย
สะท้อนความเรียกร้องต้องการ “การเลือกตั้ง” อันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในสังคมได้อย่าง
ลึกซึ้งและกว้างขวาง
เท่ากับเป็นสัญญาณเตือนไปยังคนยื้อ ถ่วง หน่วง “การเลือกตั้ง”
https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/analysis-today-politics/news_1469007