บทเรียนครั้งแรกมันสอนให้เราจำ(อย่าพึงไม่สนใจนะค่ะอยากให้คุณแม่คุณพ่อเขามาอ่านก่อน)

กระทู้สนทนา
สวัสดีคุณแม่ๆมือใหม่หลายท่านและทุกๆคนที่กำลังจะเป็นแม่ วันนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ในการคลอดลูกทั้งคนแรกและคนที่2และวิธีการเลี้ยงลูกที่ทำให้ทั้งลูกและแม่สบายไม่เหนื่อย
       ******ขอเล่าเป็นเรื่องๆนะค่ะ******
ลูกคนแรก : หลังจากที่รู้ว่าต้องท้องก็ไปฝากท้องเจาะเลือดตามปกติเหมือนคุณแม่ท่านอื่นแต่ผลเลือดไม่เป็นที่หน้าพอใจอย่างมาก ผลเลือดของ จขกท คือเป็น ธาลัสซิเมียเลยต้องตามสามีไปตรวจเลือดผลเลือดปกติคุณเลยเรียกคุยและให้ตัดสินใจบางอย่าง เราตัดสินใจตามใจเราเองโดยไม่บอกว่าหมอเรียกเพราะอะไร เราเป็นอะไร(เรามาบอกพ่อที่หลัง) ครั้งแรกไม่มีอะไรมาก เจาะเลือดหาหมอตามนัดทุกครั้ง
  วันที่ไปคลอดยังไม่ถึงกำหนดคลอดวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ตื่นเช้ามาเข้าห้องน้ำแต่มันมีสิ่งผิดปกติคือเลือดออกเยอะมากและก็มีมูกเลือดเลยโทรถาม รพ. เขาบอกว่าจะคลอดแล้วก็เลยไปด้วยความใจเย็นและไม่เจ็บไม่ปวดท้อง เราเลยไม่เรียกรถแท็กซี่หรือรถโรงพยาบาลทั้งที่มีเลือดออกเยอะต้องใส่ผ้าอนามัยแต่ เรากลับขึ้นรถเมล์อล้วนั่งเรื่อข้ามฟากไปนั่งเรื่อด่วนเจ้าพระยา (ธงส้มธงที่เร็วกว่านี้มีแต่ไม่นั่ง)ประมาณ45นาทีถึงปุ๊บพยาบาลดูประวัฒิแล้วเข็นเขาห้องคลอด พิเศษ พยาบาลจะให้กินข้าวก่อนเพราะต้องอดอาหารอย่างน้อง10ชั่วโมงเพื่อต้องผ่าคลอด พยาบาลจะเข้ามาตรวจบ่อยๆว่าปากมดลูกเปิดหรือยังติดเครื่องฟังเสียงหัวใจลูกให้น้ำเกลือให้ยาทางหลอดเลือดดำและให้ยาเร่งคลอดและให้ยานอนหลับทันที  สำหรับคุณแม่คนอื่นอาจจะปวดมากบางคนปวดจนน้ำตาไหลแต่สำหรับเราไม่เจ็บไม่ปวดเลย เวลาผ่าไป10ชั่วโมง พยาบาลเดินสะกิดเบาแล้วพูดด้วยเสียงเบาๆกลัวเราสะดุดตื่น พยาบาลบอกว่าคุณแม่ค่ะตื่นได้แล้วค่ะจะเข้าผ่าตัดคลอดแล้วค่ะ (ที่ต้องผ่าเพราะปากมดลูกไม่เปิดและเลือดไม่หยุดไหล)การผ่าของเราคือบล็อคหลังก่อนผ่าหมอจะใส่สายออกซิเจนให้แล้วหมอก็จะลงมือผ่าไปเรื่อยๆตามแผนที่วางไว้ (ลูกตัวใหญ่มาก)หลังจากผ่าสิ่งที่คุณแม่ทุกคนต้องเจอคือหนาวสั่นมากๆและความดันบางคนสูงคนแรกหลังผ่าความดันอยู่ที่180พอหลังจากนั้นความดันก็จะลดเอง หลังจากผ่าเสร็จก็เข้าห้องพักวันแรกหมอจะให้น้ำเกลือใส่สายฉี่ไว้และให้ยาแก้ปวดทางหลอดเลือดดำวันแรกสบายมากค่ะปวดแผลก็ขอยาแก้ปวด พอวันที่2หมอจะถอดสายและให้ลุกเข้าห้องน้ำเอง อาหารมื่อแรกเป็นน้ำข้าว น้ำผักอีกอย่างจำไม่ได้ค่ะแต่ด้วยความที่เจ็บแผลปวดแผลเลยนอนอยู่กลับเตียงกว่าจะหายเจ็บและลงจากเตียงได้ก็วันที่4ที่5ก็เดินลงจากเตียงไปเรียนสอนอาบน้ำลูก (พยาบาลจะพยามให้เอาลูกมาเลี้ยงเองเพื่อเวลากลับบ้านจะได้เรียกได้) วันที่5กลับบ้านแผลก็ยังไม่หายเจ็บแล้วเดินขึ้นลงบรรนไดทำให้แผลหายช้าและไม่ค่อยลุกไปไหนกว่าแผลจะหายจริงคือ6เดือนถึงหายเจ็บแผลและเดินได้เหมือนคนปกติ
ลูกคนที่2: บอกก่อนเลยว่าคนนี้ปัญหาเยอะมากฝากท้องช้า หลังจากที่ท้องได้9สัปดาห์ เราก็มีเลือดออกเข้า รพ. เนื่องจากแท้งคุกคามสัปดาห์ที่10 ปวดท้องมากเข้า รพ.อีกรอบครั้งนี้รกลอกตัวและการตั้งครรภ์ก็ดำเนินมาเรื่อยจนเข้าเดือนที่6 24สัปดาห์ ปวดท้องมากปวดเหมือนคนจะคลอดลูก เข้า รพ.อีกรอบนึงครั้งนี้หมอตรวจแล้วความดันสูงมาก(ครรภ์เป็นพิษ) แอดมิน1คืนเพื่อนเตรียมตัวผ่าคลอดฉุกเฉินแต่พอเช้ามาหมอบอกกลับบ้านได้ถ้ายังไม่ฝากท้องผ่าไม่ได้(คนละ รพ.กับที่ฝาก) อีก1อาทิตย์เลยเลือกฝาก รพ.ที่คลอดลูกคนแรกเจาะเลือดตรวจเหมือนครั้งแรกแต่ครั้งนี้ที่เพิ่มเข้ามาคือโรคต่างๆ เจาะครั้งแรกเจอเบาหวานและความดันที่สูงเพราะมีครรภ์เป็นพิษ ถ้าความดันสูงมากก็ต้องผ่าทันที่ เราก็ตรวจตามนัดทุกครั้งจนถึงวันที่จะต้องตรวจและลงวันว่าจะผ่าวันไหนแต่พอเข้าตรวจหมอบอกให้เตรียมห้องไว้เพราะความดันสูงมากอาจจะไม่ให้กลับบ้านแต่ด้วยความดือรันของเราเลยขอกลับก่อนถ้ามาอีกครั้งความดันไม่ลงจะยอมนอน รพ. พอมาอีกครั้งความดันลงแต่ไม่เยอะมากเลยไม่ต้องนอน  หลังจากนัดตรวจ3วัน ก็ได้กลับมานอน รพ.อีกรอบด้วยอาการเลือดออกความดันสูงหมอเจาะเลือด ฉีดยากระตุ้นปอดลูก4เข็ม เก็บฉี่24ชั่วโมงเพื่อตรวจว่าเป็นอะไรคราวนี้เจออีก1โรคคือโปรตีนรั่วแต่โชคยังเข้าข้างไม่ต้องผ่าออกก่อนกำหนดทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จนถึงวันนัดนอน รพ. คือ16กรกฎาคม2561ครั้งนี้เจอปัญหาให้คือความดันสูงทั้งตัวล่างตัวและตัวบนทำให้มีโอกาสชักและต้องวัดความดันตลอดหมอเลยให้นอนรอห้องคลอด จนวันที่17เช้าหมอเตรียมตัวผ่าพอเข้าห้องผ่าหมอซักประวัฒิและอ่านประวัฒิความดันยังสูงทั้งตัวบนตัวล่างมีประวัฒิโรคต่างๆตอนท้อง พอเข็นเข้าห้องผ่าหมอจะทำความสะอาดวัดความดันและให้ยาบล็อดหลังแต่หลังจากฉีดยาบล็อคหลังสิ่งที่เกิดขึ้นคือหายใจไม่ออกแน่นจนหมอต้องใส่ออกซิเจนให้หลังจากนั้นก็ผ่าตามปกติจนลูกออกพอลูกคลอดปุ๊บหมอรีบเอาลูกไปไว้ตึกเด็ก(ทำหมันด้วย)พออกมาคือไม่หนาวแต่ความดันยังสูงอยู่ก็นอนรอที่ห้องพักฟื้นพอเสร็จเข็นขึ้นตึกพักวันแรกด้วยความที่กลัวเป็นแบบท้องแรกคือแผลหายช้ากว่าจะเจ็บลุกขึ้นเดินได้ใช้เวลา6เดือน ท้องนี้เลยคิดว่าต้องพลิกซ้ายขวาให้ได้เกิน60ครั้ง วันที่2พอถอดสายน้ำเกลือสายฉี่บังคับตัวเองให้ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำและเดินเอง วันที่3เริ่มเจ็บแผลน้อยลง วันที่4เดินคล่อยไม่เจ็บ วันที่5,6,7,อยู่รอลูกวันที่8ได้กลับบ้าน กลับมาถึงเดินไปตลาดเองเลยจร้าพอเดินออกไปมีแต่คนทักกลับแล้วหรออกมาเดินทำไมเดินแผลแยก บางคนบอกพึง8วันเองแผลยังไม่หายเจ็บหรอกไม่ต้องเดินเหมือนเดิมค่ะรั้นบอกไม่เจ็บแล้ว(ไม่เจ็บจริงๆ)14วันวิ่งขึ้นลงบรรนไดบ้านแล้วค่ะตอนนี้ลูกคนที่2 1เดือนกับ2วันไม่เจ็บแผลแล้วแผลหายแล้วใช้ชีวิตปกติแต่มีคนห้ามเรื่อยว่าอย่าวิ่งอย่าเดินไปไหนเอง อย่านั้งรถเมล์รถมอไซค์มันสะเทือนฟังนะค่ะแต่บางที่ก็ต้องออก
วิธีเลี้ยงลูกคนแรก (บอกก่อนนะค่ะแต่ละคนอาจเลี้ยงไม่เหมือนกัน): หลังจากกลับบ้านด้วยความที่กลัวอดนอนกลัวเหนื่อยแต่มีแฟนพ่อแม่ช่วยเลี้ยงอยู่แล้วกลัวต้องตื่นบ่อยๆ เลยคิดว่าจะเลี้ยงลูกให้เป็นเวลาและฝึกเขาไปในตัวและลูกต้องนอนเมาะ(ที่นอนหนาๆ)อย่างเดียวไม่มีการอุ่มเดิน นอนเปลหรืออะไรที่ทำให้ไม่ได้นอน ลูกกินนมผงด้วยนมแม่ด้วย ช่วงกินนมอย่างเดียว ช่วงนี้จะปลุกทุก2ชั่งโมงครึ่งให้กินนมและให้ตื่น15นาที่ถึงให้นอนทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ พอเริ่มกินข้าวได้นอนน้อยลงจะให้กินข้าวมื้อเย็นคือเวลา6โมงเย็น ช่วงนี้พอ6โมงเช้าจะปลุกให้ตื่นกินนมขวดแรกพอครบ3ชั่วโมงก็จะให้นอนและปลุกกินนมอีกเมื่อครบ3ชั่วโมงและให้นอนและจะปลุกอาบน้ำตอนเทียงทำแบบนี้ทุกวัน เราจะกำหนดเวลาเล่นกี่ชั่วโมงนอนกี่ชั่วโมงกินกี่ชั่วโมงลูกจะไม่งอแงและเราจะได้พักผ่อนเต็มที่ ลูกคนที่2กำลังฝึกให้เป็นเวลาเหมือนคนแรกค่ะ
ลูกคนแรกน้ำหนัก3910กรัม
ลูกคนที่2น้ำหนัก2410กรัม
เราค่อยข้างเชื่อคนแก่ค่ะ(แต่รั้นบ้างเรื่อง)คนผ่าเข้าจะห้ามแกงขี่เหล็ก  หน่อไม้ เห็ด ไข่ ถั่ว ของพวกนี้เราไม่กินจนครบ1ปีค่ะ น้ำเย็นน้ำอัดลมน้ำแข็ง(อันนี้รั้นค่ะห้ามก็กินถึงกินน้ำเย็นน้ำแข็งแต่ก็มีน้ำนมเยอะนะค่ะเพราะกินน้ำมันละหลายๆลิตร)
ลูก2คนคนละพ่อค่ะส่วนแฟนคนปัจจุบันอยู่ก็หายไปตอนเราท้อง7เดือนแล้วไม่กลับมาอีกเลยค่ะ
ปล.ของใช้เด็กอ่อนเราไม่ได้เตรียมไม่ได้ซื้อไว้นะค่ะเพราะรู้ว่าเดียวญาติเพื่อนมาเยี่ยมก็ของเต็มบ้านไม่ต้องซื้ออะไรเลยค่ะ
ปล.ถ้าเขียนแล้วงงขออภัยด้วยพึงเคยเขียนแชร์ประสบการณ์ครั้งแรก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่