ชีวิตต้องอาญาธรรม
ชีวิตของคนเราบางคนที่มาเกิดบนโลกมนุษย์นี้ บางคนต้องอาญาธรรม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ได้ทำอกุศลกรรม (ทำชั่ว) ไว้ในอดีตชาติ เช่น เคยเป็นพระแต่ทำหน้าที่บกพร่อง ก่อนตายสำนึกผิดอยากแก้ไขกรรมตนแต่ตายเสียก่อน ฯลฯ มาบัดนี้ต้องมาเสวยกรรมวิบากนั้น
หากเปรียบเทียบปัจจุบัน เหมือนเราได้ทำผิดศาลพิพากษาให้เราจำคุก แต่เราสำนึกผิด ขอลดหย่อนโทษไม่จำคุก อยู่นอกคุกทำมาหากินเช่นเดียวกับคนทั่วไป แต่จะเพิ่มมากกว่าคนทั่วไปคือ
๑) จะต้องบำเพ็ญความดี และ
๒) จะต้องมารายงานตัวที่ศาลทุกเดือน
เราจะขอลดหย่อนผ่อนโทษได้นั้นเราต้องมีอัยการหรือบุคคลที่เป็นหลักค้ำประกันให้เราว่าเราจะไม่หนีและเราสำนึกผิดจริงๆ พร้อมที่จะแก้ไข และเป็นโทษสามารถไม่ร้ายแรงผ่อนผันได้ เช่นเดียวกันกับทางธรรม เราไม่อยากจะเสวยวิบากกรรมที่จะทำให้เราต้องสูญเสียหรือเราไม่ชอบใจ จึงขอผ่อนผันขอมาทำหน้าที่บำเพ็ญกุศล เพื่อส่งบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรแทน อย่างนี้จึงจะดีทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายตัวเรากับฝ่ายเจ้ากรรมนายเวร
แต่เราจะทำอย่างนี้ได้นั้น เราต้องมีครูบาอาจารย์ที่เข้าใจเรา คือ เข้าใจกรรมและสามารถชี้แนะ แนะนำสั่งสอนให้เราพัฒนากรรมเราได้ และครูบาอาจารย์ขอเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรขอให้เราได้ทำหน้าที่บำเพ็ญกุศลดีกว่าต้องมาสังเวยรับวิบากกรรม
ฉะนั้น เมื่อเราได้โอกาส ได้ทำหน้าที่ บำเพ็ญกุศลเจริญพรหมวิหาร ๔ เราจะอยู่ในคุก หรืออยู่นอกคุก จงเลือกเอา
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
ชีวิตต้องอาญาธรรม
ชีวิตของคนเราบางคนที่มาเกิดบนโลกมนุษย์นี้ บางคนต้องอาญาธรรม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ได้ทำอกุศลกรรม (ทำชั่ว) ไว้ในอดีตชาติ เช่น เคยเป็นพระแต่ทำหน้าที่บกพร่อง ก่อนตายสำนึกผิดอยากแก้ไขกรรมตนแต่ตายเสียก่อน ฯลฯ มาบัดนี้ต้องมาเสวยกรรมวิบากนั้น
หากเปรียบเทียบปัจจุบัน เหมือนเราได้ทำผิดศาลพิพากษาให้เราจำคุก แต่เราสำนึกผิด ขอลดหย่อนโทษไม่จำคุก อยู่นอกคุกทำมาหากินเช่นเดียวกับคนทั่วไป แต่จะเพิ่มมากกว่าคนทั่วไปคือ
๑) จะต้องบำเพ็ญความดี และ
๒) จะต้องมารายงานตัวที่ศาลทุกเดือน
เราจะขอลดหย่อนผ่อนโทษได้นั้นเราต้องมีอัยการหรือบุคคลที่เป็นหลักค้ำประกันให้เราว่าเราจะไม่หนีและเราสำนึกผิดจริงๆ พร้อมที่จะแก้ไข และเป็นโทษสามารถไม่ร้ายแรงผ่อนผันได้ เช่นเดียวกันกับทางธรรม เราไม่อยากจะเสวยวิบากกรรมที่จะทำให้เราต้องสูญเสียหรือเราไม่ชอบใจ จึงขอผ่อนผันขอมาทำหน้าที่บำเพ็ญกุศล เพื่อส่งบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรแทน อย่างนี้จึงจะดีทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายตัวเรากับฝ่ายเจ้ากรรมนายเวร
แต่เราจะทำอย่างนี้ได้นั้น เราต้องมีครูบาอาจารย์ที่เข้าใจเรา คือ เข้าใจกรรมและสามารถชี้แนะ แนะนำสั่งสอนให้เราพัฒนากรรมเราได้ และครูบาอาจารย์ขอเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรขอให้เราได้ทำหน้าที่บำเพ็ญกุศลดีกว่าต้องมาสังเวยรับวิบากกรรม
ฉะนั้น เมื่อเราได้โอกาส ได้ทำหน้าที่ บำเพ็ญกุศลเจริญพรหมวิหาร ๔ เราจะอยู่ในคุก หรืออยู่นอกคุก จงเลือกเอา
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์