ถ้าคุณสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้คุณจะแก้ไขเรื่องอะไร? สำหรับผมถ้าหากผมสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้ผมคงจะย้อนเวลากลับไปที่จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ในวันที่ผมได้เจอกับคนที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของผม.............ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อนในตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมเป็นเด็กที่พ่อแม่ไม่ได้ขีดเส้นทางเดินชีวิตให้หรือว่าตีกรอบชีวิตไว้ให้เลยจึงทำให้ผมค่อนข้างที่จะมีอิสระในการใช้ชีวิตตามที่ตัวผมเองต้องการแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ขีดเส้นทางชีวิตและตีกรอบชีวิตตัวเองมาตลอด ด้วยความที่ว่าผมเป็นแบบนี้และค่อนข้างที่จะเป็นเด็กเรียนจึงทำให้ไม่ค่อยที่จะมีเพื่อนมากนักและเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงเลยทีเดียว สูงจนถึงขั้นที่ว่าเมื่อจบชั้นประถมผมได้ลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเพื่อนที่โรงเรียนทั้งรูปถ่าย เฟส เบอร์โทร ผมลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องในอดีตทั้งหมดเพราะด้วยความคิดที่ว่าถ้ายังมีเรื่องในอดีตหรือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมาเกี่ยวข้องกับปัจจุบันของผมอยู่ตัวผมก็จะไม่ก้าวเดินไปข้างหน้าเหมือนกับเวลาที่ไม่เคยเดินถอยหลัง ผมคิดแบบนี้มาตลอดจนกระทั่งผมจบชั้นประถมและได้เข้าเรียนชั้นมัธยมที่ รร แห่งหนึ่งผมก็ยังคิดแบบเดิมมาตลอดจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและต่อจากนี้แหละครับมันคือจุดเปลี่ยนของชีวิตผมที่ผมยังจำได้ไม่เคยลืม วันนั้นเป็นวันที่มีการปฐมนิเทศเด็ก ม ปลายทั้งเด็กเก่าและเด็กใหม่ และวันนั้นก็เป็นวันที่ทำให้ผมได้เจอกับเธอคนนั้น คนที่เปลี่ยนชีวิตของผมจากที่ไม่มีจุดหมายให้มีจุดหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและต้องทำมันให้ได้(เดี๋ยวมาต่อใหม่นะครับ วันนี้ง่วงแล้ว

)
มาต่อกันจากเมื่อวานกันเลยครับ----> หลังจากที่ผมเจอคนที่ทำให้ผมมีจุดหมายในชีวิตแล้วผมก็เริ่มที่จะทำทุกอย่างให้เธอมาสนใจผมบ้าง พูดตรงๆนะเธอค่อนข้างที่จะป็อปในหมู่เด็กใหม่มากเพราะด้วยรอยยิ้มที่น่ารักสดใสแค่ผมได้เห็นแค่ครั้งเดียวก็ทำให้ผมยิ้มไปได้ทั้งวันแล้วและด้วยความป็อปของเค้านี่แหละที่เป็นปัญหาเพราะมีผู้ชายมาต่อคิวจีบเค้ายาวเป็นหางว่าวเลยแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีหรอกเพราะมันยิ่งทำให้ผมรู้ตัวเองว่าผมต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะให้เค้าหันมามองผมบ้างเริ่มต้นที่การไปฟิตเนส เล่นบาสจนหุ่นค่อนข้างที่จะเหมือนคนสุขภาพดีขึ้นมาหน่อยๆแล้วก็ต่อด้วยการไปฝึกเล่นดนตรี เล่นกีตาร์ผมเล่นหนักมากเล่นจนถึงขั้นเลือดออกเลยแหละ พอเล่นได้ดีพอสมควรแล้วถึงจะอ่อนซ้อมไปหน่อยก็เถอะ5555 ต่อจากนั้นก็เรื่องการเรียน ผมไปหมกตัวเองอยู่ในหอสมุดค่อนข้างนานเลยแหละเพราะช่วงนั้นมีสอบพอดีเลยตั้งใจอ่านหน่อยจนคะแนนถือว่าก็เยอะอยู่ เพราะความที่หมกตัวเองอยู่กับหนังสือนานไปหน่อยคะแนนช่วงกลางภาคเลยออกมาดีมาก5555 ผมคิดว่าแค่นี้ก็คงจะพอแล้วแหละจึงพยายามที่จะเข้าไปคุยอีกครั้งแต่ก็นั่นแหละครับถ้าเค้าจะชอบผมจริงๆเค้าคงชอบผมไปตั้งแต่ที่เราเจอกันแล้วแหละ คงมีแค่ผมเท่านั้นที่คิดแบบนั้นกับเค้าตั้งแต่แรกเห็นจนผมรู้ว่าเค้ามีคนที่ชอบแล้วและอกหักไปแล้วด้วย แต่ก็อย่างที่บอกแหละครับว่าถ้าเค้าจะชอบเราเค้าคงชอบเราไปนานแล้ว นั่นจึงทำให้ผมพยายามที่จะตัดใจแต่ก็ตัดใจไม่ลงจริงๆ หลังจากนั้นเค้ากับผมก็ต่างใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากใช้แต่ผมก็ยังตัดใจไม่ลงอยู่ดีจนกระทั่งวันที่เราทุกคนต่างที่จะต้องเข้ามหาลัยเพื่อไปตามทางชีวิตของตัวเองซึ่งในวันจบนั้นผมก็ไม่อยากให้เค้าจดจำว่าเคยมีผมอยู่ในวงโคจรของเค้า ผมจึงตีตัวออกห่างโดยที่จากไปโดยที่ไม่ได้บอกลากันเลยซักคำเดียว เค้ากับผมนั้นต่างก็พยายามที่จะเข้าในคณะที่ตัวเองอยากเข้าจนสมหวังทั้งคู่โดยที่คณะที่ผมกับเค้าเลือกนั้นก็คือคณะแพทย์ซึ่งหลังจากที่เราทั้งสองเรียนจบก็ต่างไปทำงานในต่างที่กันโดยที่เขาไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลที่ต่างจังหวัดส่วนผมนั้นไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลในต่างประเทศพร้อมทั้งทำธุรกิจควบคู่ไปด้วยจนฐานะค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียวและดูเหมือนว่าผมกับเค้าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานของตัวเองเป็นอย่างมากแต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าหลังจากจบมัธยมเราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่ง.......................
ไว้มาต่อวันหลังนะครับ เหนื่อยแล้ว5555555
จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผมกับเค้าถูกเรียกตัวให้ไปเป็นแพทย์อาสาที่เกาะแห่งหนึ่งในอินโดนีเซียโดยที่เราทั้งสองคนนั้นได้ขึ้นเรือลำเดียวกันเพื่อไปที่เกาะแห่งนั้นแต่ทั้งผมและเขาไม่มีใครรู้เลยว่าเราทั้งสองได้ไปเกาะแห่งนั้นด้วยเรือลำเดียวกัน จนกระทั่งได้มีพายุโหมกระหน่ำเข้าซัดเรือจนเรือได้อัปปางลง ทุกๆคนรวมทั้งผมหนีขึ้นเรือชูชีพไปได้แต่ก่อนที่เราจะเข้าฝั่งนั้นผมได้เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังลอยคออยู่กลางทะเล ผมจึงบอกให้คนอื่นๆหนีขึ้นฝั่งไปก่อนส่วนผมจะนำเรือชูชีพอีกลำไปช่วยผู้หญิงคนนั้นเมื่อผมพยายามที่อุ้มเธอขึ้นมาบนเรือผมได้เห็นใบหน้าที่ผมไม่เคยลืมและจะไม่มีวันลืม ใช่ครับ เธอคือผู้หญิงคนนั้น ในขณะที่น้ำตาผมกำลังไหนพรากจู่ๆก็มีคลื่นขนาดใหญ่ซัดทำให้เรือชูชีพจมลงซึ่งผมก็ทำได้เพียงจำมือเธอคนนั้นไว้แล้วผมก็หมดสติไป
ค่อยมาต่อละกันนะ...
หลังจากที่ได้สติผมก็รีบตามหาเธอทันที แล้วผมก็เห็นเธอนอนหมดสติอยู่บนชายหาดผมจึงปลุกเธอ พอเธอฟื้นผมจึงบอกทุกอย่างที่ผมอยากจะบอกเธอในวันที่เรียนจบ เธอบอกผมว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าผมชอบเธอแต่เธอคิดกับผมแค่เพื่อนเท่านั้นและเธอก็คิดไว้แล้วว่าถ้าจบงานนี้เมื่อไหร่เธอก็จะกลับไปแต่งงานกับคนที่เธอรักและจะมีลูกด้วยกัน2คน เมื่อผมได้ฟังอย่างนั้นแล้วผมก็หายห่วงแล้วหละครับเพราะคนที่ผมรักเค้ามีความสุขดี หลังจากที่ติดเกาะอยู่ได้ประมาณ2วันทหารที่ค่ายอาสาก็มารับพวกเรากลับ แต่ระหว่างที่กำลังกลับไปที่ค่ายนั้นก็มีโจรสลัดกลุ่มหนึ่งขับเรือผ่านมาแล้วกราดยิงใส่เรือของผมทำให้ทหารที่ติดมากับเรือเสียชีวิตไปหลายนายเมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเราจึงยอมแพ้แต่พวกโจรสลัดบอกว่าจะฆ่าทุกคนที่อยู่บนเรือ ระหว่างที่โจรสลัดกำลังจะยิงเธอคนนั้นผมจึงกระโดดไปแย่งปืนจากพวกโจรสลัด แย่งกันไปซักพักก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ปัง ปัง! เมื่อสิ้นเสียงปืนผมก็นอนจมกองเลือดอยู่บนเรือ หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเรือจำนวนมากขับผ่านมาเหมือนเป็นโชคดีของผมทหารหน่วยอื่นกำลังมา กลุ่มโจรที่อยู่บนเรือพยายามยิงต่อสู้แต่นั่นก็ไม่ได้ผลทำให้กลุ่มโจรสลัดที่อยู่บนเรือถูกยิงตายทั้งหมด แล้วผมก็ได้ยินเสียงอันแผ่วเบาของผู้หญิงที่กำลังกอดผมไว้ว่า"แกอย่าพึ่งตายนะ แกจะตายตอนนี้ไม่ได้ เรายังมีเรื่องที่จะต้องคุยกันอีกตั้งเยอะ อย่าพึ่งเป็นไรนะ"ผมมองที่ใบหน้าเธอในตอนนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าเธอกำลังร้องไห้ ผมจึงบอกกับเธอไปว่า"แกรู้มั้ย ฉันมันเป็นคนที่ไม่มีจุดหมายในชีวิต ที่ฉันทำทุกอย่างจนถึงตอนนี้ก็เพราะแก แกคือจุดหมายของฉัน แม้ว่าฉันจะทำตามจุดหมายของฉันไม่สำเร็จแต่ฉันก็ไม่ห่วงอะไรแล้วแหละ เพราะฉันมั่นใจว่าคนคนนั้นจะทำให้แกมีความสุข ทำให้แกยิ้มได้ เติมเต็มทุกอย่างในชีวิตแกที่แม้แต่ฉันก็ทำไม่ได้ ขอให้แกโชคดีนะ ลาก่อน"---------------------End
(รอติดตามต่อนะครับในbad version)
In my dream
มาต่อกันจากเมื่อวานกันเลยครับ----> หลังจากที่ผมเจอคนที่ทำให้ผมมีจุดหมายในชีวิตแล้วผมก็เริ่มที่จะทำทุกอย่างให้เธอมาสนใจผมบ้าง พูดตรงๆนะเธอค่อนข้างที่จะป็อปในหมู่เด็กใหม่มากเพราะด้วยรอยยิ้มที่น่ารักสดใสแค่ผมได้เห็นแค่ครั้งเดียวก็ทำให้ผมยิ้มไปได้ทั้งวันแล้วและด้วยความป็อปของเค้านี่แหละที่เป็นปัญหาเพราะมีผู้ชายมาต่อคิวจีบเค้ายาวเป็นหางว่าวเลยแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีหรอกเพราะมันยิ่งทำให้ผมรู้ตัวเองว่าผมต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะให้เค้าหันมามองผมบ้างเริ่มต้นที่การไปฟิตเนส เล่นบาสจนหุ่นค่อนข้างที่จะเหมือนคนสุขภาพดีขึ้นมาหน่อยๆแล้วก็ต่อด้วยการไปฝึกเล่นดนตรี เล่นกีตาร์ผมเล่นหนักมากเล่นจนถึงขั้นเลือดออกเลยแหละ พอเล่นได้ดีพอสมควรแล้วถึงจะอ่อนซ้อมไปหน่อยก็เถอะ5555 ต่อจากนั้นก็เรื่องการเรียน ผมไปหมกตัวเองอยู่ในหอสมุดค่อนข้างนานเลยแหละเพราะช่วงนั้นมีสอบพอดีเลยตั้งใจอ่านหน่อยจนคะแนนถือว่าก็เยอะอยู่ เพราะความที่หมกตัวเองอยู่กับหนังสือนานไปหน่อยคะแนนช่วงกลางภาคเลยออกมาดีมาก5555 ผมคิดว่าแค่นี้ก็คงจะพอแล้วแหละจึงพยายามที่จะเข้าไปคุยอีกครั้งแต่ก็นั่นแหละครับถ้าเค้าจะชอบผมจริงๆเค้าคงชอบผมไปตั้งแต่ที่เราเจอกันแล้วแหละ คงมีแค่ผมเท่านั้นที่คิดแบบนั้นกับเค้าตั้งแต่แรกเห็นจนผมรู้ว่าเค้ามีคนที่ชอบแล้วและอกหักไปแล้วด้วย แต่ก็อย่างที่บอกแหละครับว่าถ้าเค้าจะชอบเราเค้าคงชอบเราไปนานแล้ว นั่นจึงทำให้ผมพยายามที่จะตัดใจแต่ก็ตัดใจไม่ลงจริงๆ หลังจากนั้นเค้ากับผมก็ต่างใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากใช้แต่ผมก็ยังตัดใจไม่ลงอยู่ดีจนกระทั่งวันที่เราทุกคนต่างที่จะต้องเข้ามหาลัยเพื่อไปตามทางชีวิตของตัวเองซึ่งในวันจบนั้นผมก็ไม่อยากให้เค้าจดจำว่าเคยมีผมอยู่ในวงโคจรของเค้า ผมจึงตีตัวออกห่างโดยที่จากไปโดยที่ไม่ได้บอกลากันเลยซักคำเดียว เค้ากับผมนั้นต่างก็พยายามที่จะเข้าในคณะที่ตัวเองอยากเข้าจนสมหวังทั้งคู่โดยที่คณะที่ผมกับเค้าเลือกนั้นก็คือคณะแพทย์ซึ่งหลังจากที่เราทั้งสองเรียนจบก็ต่างไปทำงานในต่างที่กันโดยที่เขาไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลที่ต่างจังหวัดส่วนผมนั้นไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลในต่างประเทศพร้อมทั้งทำธุรกิจควบคู่ไปด้วยจนฐานะค่อนข้างที่จะดีเลยทีเดียวและดูเหมือนว่าผมกับเค้าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานของตัวเองเป็นอย่างมากแต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าหลังจากจบมัธยมเราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่ง.......................
ไว้มาต่อวันหลังนะครับ เหนื่อยแล้ว5555555
จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผมกับเค้าถูกเรียกตัวให้ไปเป็นแพทย์อาสาที่เกาะแห่งหนึ่งในอินโดนีเซียโดยที่เราทั้งสองคนนั้นได้ขึ้นเรือลำเดียวกันเพื่อไปที่เกาะแห่งนั้นแต่ทั้งผมและเขาไม่มีใครรู้เลยว่าเราทั้งสองได้ไปเกาะแห่งนั้นด้วยเรือลำเดียวกัน จนกระทั่งได้มีพายุโหมกระหน่ำเข้าซัดเรือจนเรือได้อัปปางลง ทุกๆคนรวมทั้งผมหนีขึ้นเรือชูชีพไปได้แต่ก่อนที่เราจะเข้าฝั่งนั้นผมได้เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังลอยคออยู่กลางทะเล ผมจึงบอกให้คนอื่นๆหนีขึ้นฝั่งไปก่อนส่วนผมจะนำเรือชูชีพอีกลำไปช่วยผู้หญิงคนนั้นเมื่อผมพยายามที่อุ้มเธอขึ้นมาบนเรือผมได้เห็นใบหน้าที่ผมไม่เคยลืมและจะไม่มีวันลืม ใช่ครับ เธอคือผู้หญิงคนนั้น ในขณะที่น้ำตาผมกำลังไหนพรากจู่ๆก็มีคลื่นขนาดใหญ่ซัดทำให้เรือชูชีพจมลงซึ่งผมก็ทำได้เพียงจำมือเธอคนนั้นไว้แล้วผมก็หมดสติไป
ค่อยมาต่อละกันนะ...
หลังจากที่ได้สติผมก็รีบตามหาเธอทันที แล้วผมก็เห็นเธอนอนหมดสติอยู่บนชายหาดผมจึงปลุกเธอ พอเธอฟื้นผมจึงบอกทุกอย่างที่ผมอยากจะบอกเธอในวันที่เรียนจบ เธอบอกผมว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าผมชอบเธอแต่เธอคิดกับผมแค่เพื่อนเท่านั้นและเธอก็คิดไว้แล้วว่าถ้าจบงานนี้เมื่อไหร่เธอก็จะกลับไปแต่งงานกับคนที่เธอรักและจะมีลูกด้วยกัน2คน เมื่อผมได้ฟังอย่างนั้นแล้วผมก็หายห่วงแล้วหละครับเพราะคนที่ผมรักเค้ามีความสุขดี หลังจากที่ติดเกาะอยู่ได้ประมาณ2วันทหารที่ค่ายอาสาก็มารับพวกเรากลับ แต่ระหว่างที่กำลังกลับไปที่ค่ายนั้นก็มีโจรสลัดกลุ่มหนึ่งขับเรือผ่านมาแล้วกราดยิงใส่เรือของผมทำให้ทหารที่ติดมากับเรือเสียชีวิตไปหลายนายเมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเราจึงยอมแพ้แต่พวกโจรสลัดบอกว่าจะฆ่าทุกคนที่อยู่บนเรือ ระหว่างที่โจรสลัดกำลังจะยิงเธอคนนั้นผมจึงกระโดดไปแย่งปืนจากพวกโจรสลัด แย่งกันไปซักพักก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ปัง ปัง! เมื่อสิ้นเสียงปืนผมก็นอนจมกองเลือดอยู่บนเรือ หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเรือจำนวนมากขับผ่านมาเหมือนเป็นโชคดีของผมทหารหน่วยอื่นกำลังมา กลุ่มโจรที่อยู่บนเรือพยายามยิงต่อสู้แต่นั่นก็ไม่ได้ผลทำให้กลุ่มโจรสลัดที่อยู่บนเรือถูกยิงตายทั้งหมด แล้วผมก็ได้ยินเสียงอันแผ่วเบาของผู้หญิงที่กำลังกอดผมไว้ว่า"แกอย่าพึ่งตายนะ แกจะตายตอนนี้ไม่ได้ เรายังมีเรื่องที่จะต้องคุยกันอีกตั้งเยอะ อย่าพึ่งเป็นไรนะ"ผมมองที่ใบหน้าเธอในตอนนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าเธอกำลังร้องไห้ ผมจึงบอกกับเธอไปว่า"แกรู้มั้ย ฉันมันเป็นคนที่ไม่มีจุดหมายในชีวิต ที่ฉันทำทุกอย่างจนถึงตอนนี้ก็เพราะแก แกคือจุดหมายของฉัน แม้ว่าฉันจะทำตามจุดหมายของฉันไม่สำเร็จแต่ฉันก็ไม่ห่วงอะไรแล้วแหละ เพราะฉันมั่นใจว่าคนคนนั้นจะทำให้แกมีความสุข ทำให้แกยิ้มได้ เติมเต็มทุกอย่างในชีวิตแกที่แม้แต่ฉันก็ทำไม่ได้ ขอให้แกโชคดีนะ ลาก่อน"---------------------End
(รอติดตามต่อนะครับในbad version)