บ้านพักของแทนไทเป็นหลังใหญ่ที่สุดในรีสอร์ท ธีร์วราเพิ่งนำขบวนทุกคนเดินมาเห็นหลังคาอยู่ลิบๆ เสียงเพลงจากในบริเวณบ้านก็ดังแว่วต้อนรับก่อนแล้ว โชคดีพูลวิลล่าหลังนี้อยู่เกือบสุดปลายเกาะห่างจากบ้านพักหลังอื่น เสียงจึงไม่รบกวนแขกที่เหลือ
จังหวะเพลงคึกคักทำเอาปานเรขาชักอยู่ไม่สุข ยิ้มแย้มฉุดมือพฤกษ์แซงพวกอาตรงไปบ้านพัก ธีร์วรามองตาม สุเมธผู้อยู่ข้างหล่อนจึงกระซิบว่า
“ผมกำชับพฤกษ์ไว้แล้ว ให้สนุกได้แต่ห้ามดื่มเหล้าและต้องคอยดูแลป่าน อย่าห่วงเลย”
หล่อนพึมพำขอบคุณ ไม่ยอมเอ่ยว่าก่อนออกจากที่พักก็ดึงหลานสาวไปแอบคุยสองต่อสองเช่นกัน
“ป่าน อาขอพูดให้ชัดนะ ถึงอาจะอนุญาตเรื่องคบหาแต่ไม่ยอมให้มีสัมพันธ์เกินเลย เกิดเห็นท่าไม่ดีอาต้องแยกพวกหนูออกจากกัน ถึงเวลานั้นอย่าหาว่าอาใจร้าย”
“โธ่ อาแก้วคิดมากเปล่าคะ”
“กับเรื่องพวกนี้ขอคิดเยอะๆ ไว้ดีกว่า ยังไงผู้หญิงเราก็เสียเปรียบ ยิ่งถ้าพาตัวเองไปอยู่สถานการณ์ล่อแหลมแล้วพลาดขึ้นมา เขามักตำหนิแต่ฝ่ายหญิงทั้งนั้น อีกอย่างมันก็ใช้ทดสอบความจริงใจของผู้ชายด้วย หากเขารักเราทำไมจะรอจนถึงเวลาเหมาะสมไม่ได้...ใช่ไหม”
สาวน้อยนิ่งไปก่อนพยักหน้ารับคำแข็งขัน ธีร์วราหวนคิดถึงภาพนั้นแล้วต้องยกยิ้ม ดีใจที่ปานเรขาก็ไม่ได้ดื้อเกินไปนัก
จังหวะนั้นเองสาวน้อยในห้วงคำนึงพลันวิ่งกลับมา หลิ่วตาใส่หล่อน “คืนนี้ป่านกับพี่พฤกษ์เป็นแค่ทัพหนุนนะคะ อาแก้วอาเมธควงกันดีๆ ล่ะ”
แก้มธีร์วราเริ่มร้อนผ่าว แม้หล่อนจะเคยบอกถึงความจำเป็นและแผนการให้หลานๆ ฟังเพื่อขอความร่วมมือ แต่พอโดนล้อซึ่งหน้าก็ทำตัวไม่ถูก ปานเรขาหัวเราะพลางย้อนกลับไปหาคนรักที่ยืนรอหน้าประตูรั้วบ้านพักแล้ว สุเมธเลยมีโอกาสเอียงคอหาหล่อน
“แย่ละสิ คุณหลุดง่ายอย่างนี้จะหลอกคุณแทนไทสำเร็จเรอะ”
ธีร์วรายกมือลูบหน้า “ฉันจะพยายามควบคุมอารมณ์แล้วกันค่ะ”
“ขืนปั้นหน้านิ่งแบบเคยไปตลอดงาน คงผิดปกติสุดๆ”
“จะให้ทำไงล่ะคะ ปาร์ตี้อยู่ตรงหน้านี่แล้ว”
“มาผมช่วย ลองคิดคำพูดสักประโยคเป็นสัญญาณระหว่างเราดูไหม ถ้าคุณเริ่มหลุดผมจะกระซิบส่งสัญญาณ คุณจะได้นึกออกว่าต้องแสดงละครเป็นแฟนผมไม่ใช่ทำตัวเป็นประธานบอร์ดลายหงส์เหมือนเคย น่าจะพอไหว”
“โอเคเลยคะ แต่คำนั้นต้องเนียนพอเผื่อใครได้ยินจะไม่ผิดสังเกต เอาคำไหนดี”
สุเมธหน้าเฉยมากตอนเอ่ยว่า “‘ผมรักคุณ’ เป็นไง”
หญิงสาวฟังแล้วอึ้ง อยากจะค้านแต่ดันมีคนตะโกนตัดหน้าเสียก่อน
“แก้ว! แก้วมาแล้ว ผมรอตั้งนาน” แทนไทวิ่งเหยาะๆ ตรงมาหาโดยมีปานเรขาและพฤกษ์เดินตาม พวกเขาคงเจอกันและฝ่ายหลังรายงานว่าธีร์วราอยู่ที่นี่
วันนี้หญิงสาวสวมบีกินี่ท่อนบนทับด้วยเชิ้ตบางผูกเอวลอย ยีนส์ขาสั้นขอบรุ่ย รองเท้าสานรัดเชือกเหนือข้อเท้า ดูผ่อนคลายกว่าช่วงมาใหม่อยู่มาก หนุ่มรอยสักมองสำรวจอย่างพึงพอใจขณะเอื้อมมือหมายจับแขนหล่อน แต่สุเมธรีบดึงธีร์วราไปหาตัวเอง แทนไทจึงคว้าพลาดจนตาเขียว
“อ้อ คุณก็มาด้วยเรอะ”
“ผมสุเมธครับ เรียกเมธเฉยๆ ก็ได้” ประธานฯ หนุ่มแนะนำตัวซ้ำเพราะแน่ใจว่าหนุ่มรอยสักคงลืมชื่อเขาเรียบร้อย “ผมตามแฟนมาครับ คุณแก้วไปไหนผมไปด้วย”
เพิ่งเจอหน้าแทนไทแท้ๆ สุเมธกลับจู่โจมทันทีจนหญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน เผลอหันขวับไปขมวดคิ้วใส่ สุเมธจึงก้มกระซิบ
“ผมรักคุณ”
โอ๊ย! ระหว่างชายหนุ่มสองคนนี่ธีร์วราไม่รู้อยากซัดหน้าใครมากกว่ากัน แต่ยามนี้ทำได้เพียงค้อนใส่สุเมธเท่านั้น หารู้ไม่ภาพหญิงสาวกระเง้ากระงอดชายคนรักนั่นน่าเอ็นดูเพียงใด สุเมธอมยิ้ม ส่วนแทนไทยิ่งร้อนรน
“ยะ...อย่ามัวอยู่ตรงนี้เลย เข้างานเถอะ”
งานสังสรรค์จัดขึ้นรอบสระว่ายน้ำของพูลวิลล่าซึ่งขนาดใหญ่กว่าสระที่บ้านพักธีร์วราเกือบสามเท่า รีสอร์ทเตรียมอาหารและพนักงานคอยบริการพร้อมสรรพ มีกระทั่งบาร์เหล้าแยกไว้ต่างหาก ซึ่งธีร์วราไม่แปลกใจเลยกับสิ่งเหล่านี้ แทนไททุ่มไม่อั้นเสมอสำหรับความสำราญ
กลุ่มของหล่อนไม่ใช่พวกเดียวที่ได้รับเชิญ เมื่อคะเนด้วยตาปาร์ตี้น่าจะมีสักสามสิบคน บ้างกำลังเต้นหน้าเวทีเตี้ยพร้อมวงดนตรีและนักร้อง บ้างนอนบนเรือยางจิบเครื่องดื่มกลางสระ บ้างก็มุงแถวโต๊ะบิลเลียดที่ตั้งตรงเฉลียงติดตัวบ้าน ดูขวักไขว่ไปหมด แทนไทเองพอกลับเข้างานอีกครั้งก็มีคนดึงตัวไปทันที มีเวลาแค่หันมองหล่อนตาละห้อยก่อนหายเข้าฝูงชน สุเมธยักไหล่
“ไหนๆ ก็ต้องอยู่สักพัก ผมไปเอาเครื่องดื่มให้นะ”
หญิงสาวมองตามแต่หยุดสายตาที่พฤกษ์ซึ่งเดินไปบาร์เครื่องดื่มเช่นกัน ครั้นหลานชายยกน้ำอัดลมสองแก้วย้อนไปหาปานเรขาผู้กำลังเดินเล่นทางริมสระอีกด้าน ธีร์วราค่อยเบาใจ
“ดูอะไรอยู่”
หล่อนรับน้ำส้มจากสุเมธ “ตาพฤกษ์น่ะค่ะเชื่อฟังคุณดีจัง แต่เขาก็โตแล้ว มาปาร์ตี้ทั้งทีค็อกเทลอ่อนๆ สักแก้วสองแก้วคงไม่เป็นไรมั้ง”
“ผู้ชายเหมือนไฟผู้หญิงก็น้ำมัน ยิ่งมีความชอบเป็นชนวน อย่าเพิ่มแอลกอฮอล์ให้ยุ่งไปกว่านี้เลยครับ” ธีร์วราจิบน้ำส้มรับฟัง เขาจึงกระเซ้า “ค่อยยังชั่ว ผมลุ้นแทบแย่ว่าน้ำส้มจะเป็นหมันเหมือนฟัวกรากับปลาดิบ”
“ได้ช่องเป็นต้องแซวนะคะ เอ๊ะ...ทำไมคุณดื่มน้ำเปล่า อย่างอื่นมีออกเยอะแยะ”
“ก็อย่างที่บอก คืนนี้มันยุ่งพอแล้ว” พอหญิงสาวเอียงคอคล้ายพยายามกลั่นกรองความหมายของเขา สุเมธกลับก้มลงใกล้หูหล่อน “และมิสเมลิซ่าอีกหนึ่งตัวยุ่งกำลังเดินมาโน่น พร้อมโชว์รึยัง”
ธีร์วราฉลาดพอจะไม่หันมองให้ผิดสังเกต “คราวนี้...ฉันขอกำกับเองนะคะ”
หล่อนวางแก้วลง เปลี่ยนมาสอดนิ้วกุมมือเขาไว้ ขณะที่สุเมธเริ่มประหลาดใจหญิงสาวก็หมุนตัวอย่างเป็นธรรมชาติไปทางสาวผมแดง เลิกคิ้วน้อยๆ
“นั่นคุณเมลิซ่านี่ สวัสดียามค่ำค่ะ”
“คุณแก้วใช่ไหม เท็ดดี้เคยบอกชื่อฉันไว้” วันนี้แขกส่วนใหญ่ต่างสวมชุดว่ายน้ำเดินเล่นรอบสระ เมลิซ่าเองก็มาในบีกินี่ขาวตัดกับผมสีแดงอย่างโดดเด่น
“ค่ะ ส่วนผู้ชายข้างฉันก็สุเมธค่ะ ขอบคุณที่เชิญเรามางาน ฉันลองโฉบไปบาร์เหล้า...อื้อหือ ไวน์ดีๆ ทั้งนั้น เสียดายพวกเราดื่มไม่ได้”
“ทำไมล่ะ ฉันเลือกไวน์เองเชียวนะ”
“รายนี้น่ะสิคะ” หล่อนเบียดตัวมาเขี่ยปลายจมูกเขาเล่น ยิ้มเสียหวานหยด สุเมธคอแห้งผากขึ้นทันควัน “ตรวจเลือดล่าสุดค่าตับขึ้นเลยต้องงดแอลกอฮอล์ นี่ก็ตามมาคุมค่ะ”
เมลิซ่ามองพวกหล่อนแล้วสีหน้าพลันผ่อนคลายลง “เป็นคู่ที่น่ารักจังนะคะ”
ธีร์วราหัวเราะน้อยๆ ตอนเอ่ยขอบคุณ ส่วนสุเมธเอาแต่ดื่มน้ำอั้กๆ ไม่พูดไม่จา สาวผมแดงคุยต่อสักพักค่อยขอตัวจากไป ธีร์วราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“เห็นไหมคะ แกล้งแสดงให้เธอเข้าใจเอง เห็นผลกว่าบอกโต้งๆ ซะอีก”
ถ้าเทียบว่ายิ้มพิฆาตนั่นทำเขากระหายขนาดไหน วิธีหล่อนก็ได้ผลเกินคาดเชียวล่ะ!
แววตาวาววับตรงหน้าทำเอาธีร์วราหนาววูบ เผลอก้าวถอยด้วยสัญชาติญาณ ตอนนั้นเองสาวฝรั่งสองคนในชุดบิกินีที่เกือบปิดไม่มิดมาขอให้สุเมธช่วยถ่ายรูปพวกหล่อน ชายหนุ่มเหลือบมองธีร์วรา ฝ่ายนั้นจึงรีบไล่
“ตามสบายค่ะ ฉันไปรอที่โต๊ะตรงนั้น”
หล่อนคว้าแก้วตัวเองแล้วเดินหนี ใจหนึ่งโล่งเมื่อปัญหาคลี่คลายง่ายดาย แต่อีกใจดันหงุดหงิดที่ดูเหมือนตัวเองจะตีตนไปก่อนไข้ ทั้งแทนไทและเมลิซ่าไม่คอยราวีมากเท่าที่คิด จะว่าไปมันก็ตลกตั้งแต่ตอนแทนไทกลับมาตั้งหน้าตั้งตาตื๊อหล่อนแล้ว ด้วยสมัยเลิกกันเขาไม่มีท่าทีจะอาวรณ์เท่าไรเลย แล้วนี่ท่ามกลางสาวตาน้ำข้าวหุ่นเซ็กซี่ดันมาสนใจหล่อนเสียอย่างนั้น
แต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่ากลับเป็นสายตาประหลาดของสุเมธเมื่อครู่ เขาจะทำท่าแบบนั้นกับหล่อนเพื่ออะไร หรือว่าเพราะ...
“ผมรักคุณ”
ธีร์วราสะดุ้งโหยง สะบัดหน้าหาตัวการที่กำลังก้มกระซิบพร้อมมุมปากหยักยิ้ม
“คะ...คุณเมธ! แกล้งฉันทำไม!”
“ไม่ได้แกล้งแต่เตือนต่างหาก มีสาวเซ็กซี่มาให้ท่าแฟนปกติเขาต้องเกิดอาการอะไรบ้างสิ” ชี้หน้ากล่าวหา “คุณแก้วลืมหน้าที่แฟนที่ดี!”
ธีร์วราจับใบหูที่เริ่มร้อนผ่าว และยังลามเลียมาสู่สองแก้มจนแดงระเรื่อ “จะยังไงก็เถอะ เลิกกระซิบรักๆ ใส่หูฉันได้แล้วค่ะ เปลี่ยนสัญญาณใหม่ดีไหม”
“แทนจะมัวเสียเวลาคิดสัญญาณใหม่ ผมว่าเราไปแสดงละครใส่หน้าแฟนเก่าคุณอีกรอบดีกว่า”
“หยุดได้แล้วมั้งคะ แทนกับเมลิซ่ารับรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน ก็บรรลุผลเรียบร้อย”
“พอใจกับผลลัพธ์แค่นี้เหรอ ลูกค้ากำลังชั่งใจอยู่ไม่รีบปิดการขายอาจเสียโอกาสนา ไปเถอะ” พูดไม่พูดเปล่ายังฉวยมือหล่อนดึงตัวขึ้นด้วย ธีร์วราตกใจจะชักกลับแต่ถูกขืนไว้ ตามด้วยคำพูดแผ่วๆ ริมโสต “ผมรักคุณ”
หล่อนจะบ้าตาย!
“คุณเมธคะ” หญิงสาวเค้นเสียงลอดไรฟันใส่ชายผู้ยังจูงมือเดินไปมา “ในงานคนเยอะแยะ แยกกันหาแทนกับเมลิซ่าดีกว่ามั้ง”
“หาตัวคุณแทนไม่ยากหรอกน่า แค่ตามกลิ่นไปก็พอ คุณเองก็ได้กลิ่นน้ำหอมเขาตอนวิ่งไปต้อนรับเราที่หน้างานใช่ไหม” ธีร์วราพยักหน้าทันที พูดชื่อน้ำหอมจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มเอ่ยว่า
“Vert Boheme ของ Tom Ford!”
กูรูเครื่องสำอางสองคนมองหน้ากันก่อนหัวเราะให้กับความบังเอิญ สุเมธถูจมูก เปรยขำๆ
“น่าจะมีใครเตือนเขาหน่อยนะว่าของ Tom Ford ไม่ต้องฉีดเยอะก็ฟุ้งแล้ว มาเถอะ เล่นอาบน้ำหอมขวดเป็นหมื่นจนกลิ่นแรงขนาดนี้ ทั้งงานมีคนเดียวแหละ”
พวกเขาเดินรอบสระแต่ไม่เจอเป้าหมาย ก็ไม่รู้ที่ไม่เจอเพราะธีร์วรามัวเสียสมาธิกับมือหนาๆ อุ่นๆ ที่เอาแต่กุมมือหล่อนไว้หรือไม่ จนจังหวะหนึ่งมีฝรั่งวัยรุ่นชายเดินเฉียดธีร์วรา หญิงสาวเลิกคิ้ว รีบหันไปเรียก
“ขอโทษนะคะ เห็นเท็ดดี้บ้างไหม”
วัยรุ่นหน้าอ่อนตาสีเขียวใส สวมกางเกงว่ายน้ำเสื้อฮาวายพาดบ่า ชี้บอกทางยังบ้านพักก่อนผละจาก สุเมธจึงถาม
“รู้ได้ไงว่าเขาเพิ่งเจอคุณแทน”
“ก็รายนี้แหละที่ฉุดแทนเขาไปตอนเราเพิ่งมาถึงงานไงคะ” หล่อนกล่าวขณะพากันเดินเข้าตัวบ้าน
“คุณจำคนเก่งนะ ผมเองแทบไม่สังเกตหน้าด้วยซ้ำ”
“ไม่ใช่แค่จำหน้าได้หรอกค่ะ ฉัน...” หญิงสาวหยุดคำเมื่อมองรอบ ข้างในนี้คนน้อยกว่าด้านนอกมาก และส่วนใหญ่ล้วนจับคู่หรือจับกลุ่มแบบไม่แบ่งเพศ...นัวเนียแนบชิด หล่อนเบนสายตาหนี “เอ้อ ไปรอข้างนอกดีไหมคะ”
เพิ่งสิ้นประโยค พลันมีเสียงผู้หญิงเอะอะแว่วจากชั้นบนและดังขึ้นเรื่อยๆ บรรดาคนข้างล่างต่างเงยหน้าหาต้นเสียง สุเมธกับธีร์วราเผอิญอยู่ใกล้บันไดมากกว่าใครเลยเปลี่ยนใจขึ้นไปสังเกตการณ์
ชั้นบนนี้มีแต่ห้องนอนลักษณะเหมือนพูลวิลล่าของธีร์วรา เสียงโวยวายดังจากห้องในสุดซึ่งเปิดประตูไว้กว้าง เมลิซ่าเจ้าของห้องกำลังตะโกนใส่พนักงานโรงแรมผู้ยืนหน้าซีด ธีร์วราต้องเข้าไปปราม
“เดี๋ยวก่อนคุณเมลิซ่า เกิดอะไรขึ้นคะ”
“นังนี่น่ะสิ” ฝรั่งผมแดงชี้ใส่หญิงสาวซึ่งโรงแรมส่งมาทำหน้าที่ในงานเลี้ยง “ขโมยแหวนเพชรฉัน!”
“ปะ...เปล่านะคะ หนูไม่ได้ทำ” พนักงานสาวปฏิเสธเสียงหลง
“แกนั่นแหละ เพราะฉันเพิ่งเปิดห้องที่ล็อกไว้แล้วเดินเข้ามาพร้อมแก หันหลังแวบเดียว โน่น!” กวาดนิ้วยังโต๊ะเครื่องแป้ง “แหวนที่วางบนนั้นหายไปแล้ว แกนั่นแหละขโมย”
“นะ...หนูขึ้นมาตามคำสั่งคุณที่จะให้ช่วยขนของนะคะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห้องมีของมีค่าอะไรบ้าง แล้วคุณหันหน้าไปแค่แวบเดียวจะหยิบแหวนได้ไง”
“เอ๊ะ...ยังจะเถียง” เมลิซ่าเงื้อมือสูง ธีร์วรารีบเดินมากันพนักงานสาวที่กำลังตัวสั่น
“ใจเย็นก่อนค่ะ เอางี้ ถ้าเธอเป็นขโมยต้องมีแหวนอยู่กับตัว ฉันไม่มีได้มีเสียอะไรขอทำหน้าที่ค้นตัวเธอให้ อย่าถึงกับใช้กำลังเลยค่ะ”
“หรือแหวนอาจหล่นแถวไหนก็ได้” สุเมธเสนอความเห็น “ผมเองไม่มีส่วนได้เสียเหมือนกัน ขอลองหาดูระหว่างที่คุณแก้วค้นตัวพนักงาน ถ้าคุณเมลิซ่าอนุญาตนะ”
คู่เล่ห์เคียงรัก ตอนที่ 13
จังหวะเพลงคึกคักทำเอาปานเรขาชักอยู่ไม่สุข ยิ้มแย้มฉุดมือพฤกษ์แซงพวกอาตรงไปบ้านพัก ธีร์วรามองตาม สุเมธผู้อยู่ข้างหล่อนจึงกระซิบว่า
“ผมกำชับพฤกษ์ไว้แล้ว ให้สนุกได้แต่ห้ามดื่มเหล้าและต้องคอยดูแลป่าน อย่าห่วงเลย”
หล่อนพึมพำขอบคุณ ไม่ยอมเอ่ยว่าก่อนออกจากที่พักก็ดึงหลานสาวไปแอบคุยสองต่อสองเช่นกัน
“ป่าน อาขอพูดให้ชัดนะ ถึงอาจะอนุญาตเรื่องคบหาแต่ไม่ยอมให้มีสัมพันธ์เกินเลย เกิดเห็นท่าไม่ดีอาต้องแยกพวกหนูออกจากกัน ถึงเวลานั้นอย่าหาว่าอาใจร้าย”
“โธ่ อาแก้วคิดมากเปล่าคะ”
“กับเรื่องพวกนี้ขอคิดเยอะๆ ไว้ดีกว่า ยังไงผู้หญิงเราก็เสียเปรียบ ยิ่งถ้าพาตัวเองไปอยู่สถานการณ์ล่อแหลมแล้วพลาดขึ้นมา เขามักตำหนิแต่ฝ่ายหญิงทั้งนั้น อีกอย่างมันก็ใช้ทดสอบความจริงใจของผู้ชายด้วย หากเขารักเราทำไมจะรอจนถึงเวลาเหมาะสมไม่ได้...ใช่ไหม”
สาวน้อยนิ่งไปก่อนพยักหน้ารับคำแข็งขัน ธีร์วราหวนคิดถึงภาพนั้นแล้วต้องยกยิ้ม ดีใจที่ปานเรขาก็ไม่ได้ดื้อเกินไปนัก
จังหวะนั้นเองสาวน้อยในห้วงคำนึงพลันวิ่งกลับมา หลิ่วตาใส่หล่อน “คืนนี้ป่านกับพี่พฤกษ์เป็นแค่ทัพหนุนนะคะ อาแก้วอาเมธควงกันดีๆ ล่ะ”
แก้มธีร์วราเริ่มร้อนผ่าว แม้หล่อนจะเคยบอกถึงความจำเป็นและแผนการให้หลานๆ ฟังเพื่อขอความร่วมมือ แต่พอโดนล้อซึ่งหน้าก็ทำตัวไม่ถูก ปานเรขาหัวเราะพลางย้อนกลับไปหาคนรักที่ยืนรอหน้าประตูรั้วบ้านพักแล้ว สุเมธเลยมีโอกาสเอียงคอหาหล่อน
“แย่ละสิ คุณหลุดง่ายอย่างนี้จะหลอกคุณแทนไทสำเร็จเรอะ”
ธีร์วรายกมือลูบหน้า “ฉันจะพยายามควบคุมอารมณ์แล้วกันค่ะ”
“ขืนปั้นหน้านิ่งแบบเคยไปตลอดงาน คงผิดปกติสุดๆ”
“จะให้ทำไงล่ะคะ ปาร์ตี้อยู่ตรงหน้านี่แล้ว”
“มาผมช่วย ลองคิดคำพูดสักประโยคเป็นสัญญาณระหว่างเราดูไหม ถ้าคุณเริ่มหลุดผมจะกระซิบส่งสัญญาณ คุณจะได้นึกออกว่าต้องแสดงละครเป็นแฟนผมไม่ใช่ทำตัวเป็นประธานบอร์ดลายหงส์เหมือนเคย น่าจะพอไหว”
“โอเคเลยคะ แต่คำนั้นต้องเนียนพอเผื่อใครได้ยินจะไม่ผิดสังเกต เอาคำไหนดี”
สุเมธหน้าเฉยมากตอนเอ่ยว่า “‘ผมรักคุณ’ เป็นไง”
หญิงสาวฟังแล้วอึ้ง อยากจะค้านแต่ดันมีคนตะโกนตัดหน้าเสียก่อน
“แก้ว! แก้วมาแล้ว ผมรอตั้งนาน” แทนไทวิ่งเหยาะๆ ตรงมาหาโดยมีปานเรขาและพฤกษ์เดินตาม พวกเขาคงเจอกันและฝ่ายหลังรายงานว่าธีร์วราอยู่ที่นี่
วันนี้หญิงสาวสวมบีกินี่ท่อนบนทับด้วยเชิ้ตบางผูกเอวลอย ยีนส์ขาสั้นขอบรุ่ย รองเท้าสานรัดเชือกเหนือข้อเท้า ดูผ่อนคลายกว่าช่วงมาใหม่อยู่มาก หนุ่มรอยสักมองสำรวจอย่างพึงพอใจขณะเอื้อมมือหมายจับแขนหล่อน แต่สุเมธรีบดึงธีร์วราไปหาตัวเอง แทนไทจึงคว้าพลาดจนตาเขียว
“อ้อ คุณก็มาด้วยเรอะ”
“ผมสุเมธครับ เรียกเมธเฉยๆ ก็ได้” ประธานฯ หนุ่มแนะนำตัวซ้ำเพราะแน่ใจว่าหนุ่มรอยสักคงลืมชื่อเขาเรียบร้อย “ผมตามแฟนมาครับ คุณแก้วไปไหนผมไปด้วย”
เพิ่งเจอหน้าแทนไทแท้ๆ สุเมธกลับจู่โจมทันทีจนหญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน เผลอหันขวับไปขมวดคิ้วใส่ สุเมธจึงก้มกระซิบ
“ผมรักคุณ”
โอ๊ย! ระหว่างชายหนุ่มสองคนนี่ธีร์วราไม่รู้อยากซัดหน้าใครมากกว่ากัน แต่ยามนี้ทำได้เพียงค้อนใส่สุเมธเท่านั้น หารู้ไม่ภาพหญิงสาวกระเง้ากระงอดชายคนรักนั่นน่าเอ็นดูเพียงใด สุเมธอมยิ้ม ส่วนแทนไทยิ่งร้อนรน
“ยะ...อย่ามัวอยู่ตรงนี้เลย เข้างานเถอะ”
งานสังสรรค์จัดขึ้นรอบสระว่ายน้ำของพูลวิลล่าซึ่งขนาดใหญ่กว่าสระที่บ้านพักธีร์วราเกือบสามเท่า รีสอร์ทเตรียมอาหารและพนักงานคอยบริการพร้อมสรรพ มีกระทั่งบาร์เหล้าแยกไว้ต่างหาก ซึ่งธีร์วราไม่แปลกใจเลยกับสิ่งเหล่านี้ แทนไททุ่มไม่อั้นเสมอสำหรับความสำราญ
กลุ่มของหล่อนไม่ใช่พวกเดียวที่ได้รับเชิญ เมื่อคะเนด้วยตาปาร์ตี้น่าจะมีสักสามสิบคน บ้างกำลังเต้นหน้าเวทีเตี้ยพร้อมวงดนตรีและนักร้อง บ้างนอนบนเรือยางจิบเครื่องดื่มกลางสระ บ้างก็มุงแถวโต๊ะบิลเลียดที่ตั้งตรงเฉลียงติดตัวบ้าน ดูขวักไขว่ไปหมด แทนไทเองพอกลับเข้างานอีกครั้งก็มีคนดึงตัวไปทันที มีเวลาแค่หันมองหล่อนตาละห้อยก่อนหายเข้าฝูงชน สุเมธยักไหล่
“ไหนๆ ก็ต้องอยู่สักพัก ผมไปเอาเครื่องดื่มให้นะ”
หญิงสาวมองตามแต่หยุดสายตาที่พฤกษ์ซึ่งเดินไปบาร์เครื่องดื่มเช่นกัน ครั้นหลานชายยกน้ำอัดลมสองแก้วย้อนไปหาปานเรขาผู้กำลังเดินเล่นทางริมสระอีกด้าน ธีร์วราค่อยเบาใจ
“ดูอะไรอยู่”
หล่อนรับน้ำส้มจากสุเมธ “ตาพฤกษ์น่ะค่ะเชื่อฟังคุณดีจัง แต่เขาก็โตแล้ว มาปาร์ตี้ทั้งทีค็อกเทลอ่อนๆ สักแก้วสองแก้วคงไม่เป็นไรมั้ง”
“ผู้ชายเหมือนไฟผู้หญิงก็น้ำมัน ยิ่งมีความชอบเป็นชนวน อย่าเพิ่มแอลกอฮอล์ให้ยุ่งไปกว่านี้เลยครับ” ธีร์วราจิบน้ำส้มรับฟัง เขาจึงกระเซ้า “ค่อยยังชั่ว ผมลุ้นแทบแย่ว่าน้ำส้มจะเป็นหมันเหมือนฟัวกรากับปลาดิบ”
“ได้ช่องเป็นต้องแซวนะคะ เอ๊ะ...ทำไมคุณดื่มน้ำเปล่า อย่างอื่นมีออกเยอะแยะ”
“ก็อย่างที่บอก คืนนี้มันยุ่งพอแล้ว” พอหญิงสาวเอียงคอคล้ายพยายามกลั่นกรองความหมายของเขา สุเมธกลับก้มลงใกล้หูหล่อน “และมิสเมลิซ่าอีกหนึ่งตัวยุ่งกำลังเดินมาโน่น พร้อมโชว์รึยัง”
ธีร์วราฉลาดพอจะไม่หันมองให้ผิดสังเกต “คราวนี้...ฉันขอกำกับเองนะคะ”
หล่อนวางแก้วลง เปลี่ยนมาสอดนิ้วกุมมือเขาไว้ ขณะที่สุเมธเริ่มประหลาดใจหญิงสาวก็หมุนตัวอย่างเป็นธรรมชาติไปทางสาวผมแดง เลิกคิ้วน้อยๆ
“นั่นคุณเมลิซ่านี่ สวัสดียามค่ำค่ะ”
“คุณแก้วใช่ไหม เท็ดดี้เคยบอกชื่อฉันไว้” วันนี้แขกส่วนใหญ่ต่างสวมชุดว่ายน้ำเดินเล่นรอบสระ เมลิซ่าเองก็มาในบีกินี่ขาวตัดกับผมสีแดงอย่างโดดเด่น
“ค่ะ ส่วนผู้ชายข้างฉันก็สุเมธค่ะ ขอบคุณที่เชิญเรามางาน ฉันลองโฉบไปบาร์เหล้า...อื้อหือ ไวน์ดีๆ ทั้งนั้น เสียดายพวกเราดื่มไม่ได้”
“ทำไมล่ะ ฉันเลือกไวน์เองเชียวนะ”
“รายนี้น่ะสิคะ” หล่อนเบียดตัวมาเขี่ยปลายจมูกเขาเล่น ยิ้มเสียหวานหยด สุเมธคอแห้งผากขึ้นทันควัน “ตรวจเลือดล่าสุดค่าตับขึ้นเลยต้องงดแอลกอฮอล์ นี่ก็ตามมาคุมค่ะ”
เมลิซ่ามองพวกหล่อนแล้วสีหน้าพลันผ่อนคลายลง “เป็นคู่ที่น่ารักจังนะคะ”
ธีร์วราหัวเราะน้อยๆ ตอนเอ่ยขอบคุณ ส่วนสุเมธเอาแต่ดื่มน้ำอั้กๆ ไม่พูดไม่จา สาวผมแดงคุยต่อสักพักค่อยขอตัวจากไป ธีร์วราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงท้าทาย
“เห็นไหมคะ แกล้งแสดงให้เธอเข้าใจเอง เห็นผลกว่าบอกโต้งๆ ซะอีก”
ถ้าเทียบว่ายิ้มพิฆาตนั่นทำเขากระหายขนาดไหน วิธีหล่อนก็ได้ผลเกินคาดเชียวล่ะ!
แววตาวาววับตรงหน้าทำเอาธีร์วราหนาววูบ เผลอก้าวถอยด้วยสัญชาติญาณ ตอนนั้นเองสาวฝรั่งสองคนในชุดบิกินีที่เกือบปิดไม่มิดมาขอให้สุเมธช่วยถ่ายรูปพวกหล่อน ชายหนุ่มเหลือบมองธีร์วรา ฝ่ายนั้นจึงรีบไล่
“ตามสบายค่ะ ฉันไปรอที่โต๊ะตรงนั้น”
หล่อนคว้าแก้วตัวเองแล้วเดินหนี ใจหนึ่งโล่งเมื่อปัญหาคลี่คลายง่ายดาย แต่อีกใจดันหงุดหงิดที่ดูเหมือนตัวเองจะตีตนไปก่อนไข้ ทั้งแทนไทและเมลิซ่าไม่คอยราวีมากเท่าที่คิด จะว่าไปมันก็ตลกตั้งแต่ตอนแทนไทกลับมาตั้งหน้าตั้งตาตื๊อหล่อนแล้ว ด้วยสมัยเลิกกันเขาไม่มีท่าทีจะอาวรณ์เท่าไรเลย แล้วนี่ท่ามกลางสาวตาน้ำข้าวหุ่นเซ็กซี่ดันมาสนใจหล่อนเสียอย่างนั้น
แต่ที่น่าสงสัยยิ่งกว่ากลับเป็นสายตาประหลาดของสุเมธเมื่อครู่ เขาจะทำท่าแบบนั้นกับหล่อนเพื่ออะไร หรือว่าเพราะ...
“ผมรักคุณ”
ธีร์วราสะดุ้งโหยง สะบัดหน้าหาตัวการที่กำลังก้มกระซิบพร้อมมุมปากหยักยิ้ม
“คะ...คุณเมธ! แกล้งฉันทำไม!”
“ไม่ได้แกล้งแต่เตือนต่างหาก มีสาวเซ็กซี่มาให้ท่าแฟนปกติเขาต้องเกิดอาการอะไรบ้างสิ” ชี้หน้ากล่าวหา “คุณแก้วลืมหน้าที่แฟนที่ดี!”
ธีร์วราจับใบหูที่เริ่มร้อนผ่าว และยังลามเลียมาสู่สองแก้มจนแดงระเรื่อ “จะยังไงก็เถอะ เลิกกระซิบรักๆ ใส่หูฉันได้แล้วค่ะ เปลี่ยนสัญญาณใหม่ดีไหม”
“แทนจะมัวเสียเวลาคิดสัญญาณใหม่ ผมว่าเราไปแสดงละครใส่หน้าแฟนเก่าคุณอีกรอบดีกว่า”
“หยุดได้แล้วมั้งคะ แทนกับเมลิซ่ารับรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน ก็บรรลุผลเรียบร้อย”
“พอใจกับผลลัพธ์แค่นี้เหรอ ลูกค้ากำลังชั่งใจอยู่ไม่รีบปิดการขายอาจเสียโอกาสนา ไปเถอะ” พูดไม่พูดเปล่ายังฉวยมือหล่อนดึงตัวขึ้นด้วย ธีร์วราตกใจจะชักกลับแต่ถูกขืนไว้ ตามด้วยคำพูดแผ่วๆ ริมโสต “ผมรักคุณ”
หล่อนจะบ้าตาย!
“คุณเมธคะ” หญิงสาวเค้นเสียงลอดไรฟันใส่ชายผู้ยังจูงมือเดินไปมา “ในงานคนเยอะแยะ แยกกันหาแทนกับเมลิซ่าดีกว่ามั้ง”
“หาตัวคุณแทนไม่ยากหรอกน่า แค่ตามกลิ่นไปก็พอ คุณเองก็ได้กลิ่นน้ำหอมเขาตอนวิ่งไปต้อนรับเราที่หน้างานใช่ไหม” ธีร์วราพยักหน้าทันที พูดชื่อน้ำหอมจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มเอ่ยว่า
“Vert Boheme ของ Tom Ford!”
กูรูเครื่องสำอางสองคนมองหน้ากันก่อนหัวเราะให้กับความบังเอิญ สุเมธถูจมูก เปรยขำๆ
“น่าจะมีใครเตือนเขาหน่อยนะว่าของ Tom Ford ไม่ต้องฉีดเยอะก็ฟุ้งแล้ว มาเถอะ เล่นอาบน้ำหอมขวดเป็นหมื่นจนกลิ่นแรงขนาดนี้ ทั้งงานมีคนเดียวแหละ”
พวกเขาเดินรอบสระแต่ไม่เจอเป้าหมาย ก็ไม่รู้ที่ไม่เจอเพราะธีร์วรามัวเสียสมาธิกับมือหนาๆ อุ่นๆ ที่เอาแต่กุมมือหล่อนไว้หรือไม่ จนจังหวะหนึ่งมีฝรั่งวัยรุ่นชายเดินเฉียดธีร์วรา หญิงสาวเลิกคิ้ว รีบหันไปเรียก
“ขอโทษนะคะ เห็นเท็ดดี้บ้างไหม”
วัยรุ่นหน้าอ่อนตาสีเขียวใส สวมกางเกงว่ายน้ำเสื้อฮาวายพาดบ่า ชี้บอกทางยังบ้านพักก่อนผละจาก สุเมธจึงถาม
“รู้ได้ไงว่าเขาเพิ่งเจอคุณแทน”
“ก็รายนี้แหละที่ฉุดแทนเขาไปตอนเราเพิ่งมาถึงงานไงคะ” หล่อนกล่าวขณะพากันเดินเข้าตัวบ้าน
“คุณจำคนเก่งนะ ผมเองแทบไม่สังเกตหน้าด้วยซ้ำ”
“ไม่ใช่แค่จำหน้าได้หรอกค่ะ ฉัน...” หญิงสาวหยุดคำเมื่อมองรอบ ข้างในนี้คนน้อยกว่าด้านนอกมาก และส่วนใหญ่ล้วนจับคู่หรือจับกลุ่มแบบไม่แบ่งเพศ...นัวเนียแนบชิด หล่อนเบนสายตาหนี “เอ้อ ไปรอข้างนอกดีไหมคะ”
เพิ่งสิ้นประโยค พลันมีเสียงผู้หญิงเอะอะแว่วจากชั้นบนและดังขึ้นเรื่อยๆ บรรดาคนข้างล่างต่างเงยหน้าหาต้นเสียง สุเมธกับธีร์วราเผอิญอยู่ใกล้บันไดมากกว่าใครเลยเปลี่ยนใจขึ้นไปสังเกตการณ์
ชั้นบนนี้มีแต่ห้องนอนลักษณะเหมือนพูลวิลล่าของธีร์วรา เสียงโวยวายดังจากห้องในสุดซึ่งเปิดประตูไว้กว้าง เมลิซ่าเจ้าของห้องกำลังตะโกนใส่พนักงานโรงแรมผู้ยืนหน้าซีด ธีร์วราต้องเข้าไปปราม
“เดี๋ยวก่อนคุณเมลิซ่า เกิดอะไรขึ้นคะ”
“นังนี่น่ะสิ” ฝรั่งผมแดงชี้ใส่หญิงสาวซึ่งโรงแรมส่งมาทำหน้าที่ในงานเลี้ยง “ขโมยแหวนเพชรฉัน!”
“ปะ...เปล่านะคะ หนูไม่ได้ทำ” พนักงานสาวปฏิเสธเสียงหลง
“แกนั่นแหละ เพราะฉันเพิ่งเปิดห้องที่ล็อกไว้แล้วเดินเข้ามาพร้อมแก หันหลังแวบเดียว โน่น!” กวาดนิ้วยังโต๊ะเครื่องแป้ง “แหวนที่วางบนนั้นหายไปแล้ว แกนั่นแหละขโมย”
“นะ...หนูขึ้นมาตามคำสั่งคุณที่จะให้ช่วยขนของนะคะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห้องมีของมีค่าอะไรบ้าง แล้วคุณหันหน้าไปแค่แวบเดียวจะหยิบแหวนได้ไง”
“เอ๊ะ...ยังจะเถียง” เมลิซ่าเงื้อมือสูง ธีร์วรารีบเดินมากันพนักงานสาวที่กำลังตัวสั่น
“ใจเย็นก่อนค่ะ เอางี้ ถ้าเธอเป็นขโมยต้องมีแหวนอยู่กับตัว ฉันไม่มีได้มีเสียอะไรขอทำหน้าที่ค้นตัวเธอให้ อย่าถึงกับใช้กำลังเลยค่ะ”
“หรือแหวนอาจหล่นแถวไหนก็ได้” สุเมธเสนอความเห็น “ผมเองไม่มีส่วนได้เสียเหมือนกัน ขอลองหาดูระหว่างที่คุณแก้วค้นตัวพนักงาน ถ้าคุณเมลิซ่าอนุญาตนะ”