เนื่องจากเมื่อวานผมได้เหลือบไปเห็น BNK48 Girl Don't Cry มีรอบเข้าฉายตอนสามทุ่ม ผมจึงได้กดจองไปตั้งแต่เวลาประมาณบ่ายโมงเศษๆ (ในใจก็คิดนะกูทำอะไรอยู่วะเนี่ย 55555) หลังจากนั้น จึงพยายามสวมวิญญาณโอตะ นั่งไล่อ่านประวัติสมาชิกในวงทุกคนอย่างละเอียด (ถึงอ่านแล้วจะจำชื่อไม่ค่อยได้ก็เถอะนะ) ถึงจุดๆนี้พวกคุณคงเข้าใจแล้วหละว่าผมไม่ใช่โอตะ แน่นอน 0/ การรีวิวจะไม่มีการอวยอะไรทั้งสิ้น และทั้งหมดเป็นความคิดเห็นจากมุมมองของผมเพียงฝ่ายเดียวนะครับ (ฝ่ายคนที่ไม่ใช่โอตะนะฮ้า บ บ บ บ)
เริ่มจากตอนเดินกำลังเข้าโรงไป ต่างจังหวัดแม้จะเป็นเวลาสามทุ่มก็ตาม ผมรู้สึกได้ว่า คนมันเยอะหวะเฮ้ย 50คนได้มั้งเนี่ย แต่ละคนมันดูเหมือนมีความกระชุ่มกระชวยผิดปกติ แม่เจ้า เหมือนมาดูคอนเสิร์ต เป็นบรรยากาศในการดูหนังที่แปลกประหลาดดีนะครับ 555 แต่ทว่า พอหนังเริ่มจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ อาจจะด้วยความที่ว่ามันเป็น Documentary และ เต๋อ นวพล เป็นผู้กำกับด้วย กลับทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวหนังมันมีไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือมีจุดที่ทำให้เราอยากจะเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นเลย หนังเล่ามาในมุมที่ส่วนมากเป็นการอธิบาย ว่า Bnk48 คืออะไร การคัดเลือกเป็นยังไง สมาชิกมีกี่คน เป้าหมายของแต่ละคนคืออะไร และจุดที่หนังพูดถึงมากที่สุดคือ "ความรู้สึก" ของน้องๆแต่ละคนก่อนและหลังจากที่เข้าร่วมวงมาแล้ว ความรู้สึกระหว่างคนที่ติด Senbatsu กับ Under Girl มุมมองของแต่ละฝ่าย การทำงานในวงที่ค่อยๆเปลี่ยนไป และทัศนคติในการใช้ชีวิตของน้องๆที่ค่อยเปลี่ยนไป ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันระหว่างงานกับเพื่อน หนังก็พยายามเล่าว่าการแข่งขันภายในวงมันสูงขนาดไหน กดดันมากขนาดไหน โดยพยายามเล่าผ่านการพูดคุยกับตัวน้องทีละคนๆตัดสลับไปมา และมีภาพประกอบและวีดีโอแทรกเป็นระยะ แต่ทว่า!!!!!!! จุดนี้แหละครับคือจุดเด่นและจุดด้อยหลักในภาพยนตร์ เรื่องนี้
สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นโอตะและคุณมีหลักการในการดำเนินชีวิตของคุณอยู่แล้ว(ย้ำนะว่าของคุณเอง) คุณจะมีความรู้สึกลึกๆว่า กูดูอะไรอยู่วะเนี่ย ทำไมต้องมานั่งฟังเด็กวัยรุ่นเกือบ 30 คนมานั่งเล่าประสบการณ์ในช่วงชีวิตที่กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งความจริงน่ารักๆใบนี้ด้วยวะ บางมุมสำหรับเรา

แทบไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่เลยนะเรื่องแบบนี้

โคตรจะเป็นเรื่องปกติของชีวิตและการทำงานเป็นหมู่คณะเลยนะครับ โอ้แม่เจ้า แถมแต่ละคนเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเริ่มต้นจากจุดไหน พัฒนามาได้ไกลแค่ไหน (แน่หละก็ไม่ใช่โอตะนี่หว่า T.T) ยิ่งหนังดำเนินผ่านไปก็ยิ่งน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆ แถมแทบจะแพทเทิร์นนี้จนจบเรื่อง โอ้พระเจ้า หนัง 110 นาที ตัวหนังมี End credit ด้วยนะครับอย่าลืมดูกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ยังจะมีภาค2อีกโว้ยยยยยยยยยยย ถึงจะไม่ชอบแต่กูก็จะไปดูวววววววววว
ถ้าจะสรุปตามความรู้สึกผมก็ คงไม่แนะนำให้คนที่ไม่ใช่โอตะ หรือคุณอาจจะเป็นโอตะก็เถอะ ถ้าคุณมองโลกในแบบเดียวกับที่ผมเขียนไว้ ถ้าคุณตั้งใจจะไปดูหรือจะไปดูเพราะอะไรก็แล้วแต่ ไม่รู้หละ จงอย่าคาดหวังกับหนังให้มากนัก ทำตัวให้ไม่เข้าใจความเป็นจริงของโลกและพยายามเข้าใจหนังซะนะ ไม่งั้นคุณจะออกมาสภาพเดียวกับผม T.T
แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นบุคคลประเภทเดียวกับผมในกรณีใดก็ตามแต่ ผมขอแนะนำไปสะบัดตูดลุกจากคอมออกไปดูซะ

สนุกแน่นอน!!! 0/
คะแนน ผมให้ 5/10 แล้วกันนะครับ ส่วนตั๊วส่วนตัว (กราบขออภัยในทุกๆคำที่กล่าวไปกระทบแล้วอาจจะทำให้เกิดความลำบากใจแก่ทุกๆท่านนะครับ)
[CR] Bnk48 Girl Don't Cry พิจารณาตัวเองก่อนเข้าไปดูนะครับ (อาจจะสปอย)
เริ่มจากตอนเดินกำลังเข้าโรงไป ต่างจังหวัดแม้จะเป็นเวลาสามทุ่มก็ตาม ผมรู้สึกได้ว่า คนมันเยอะหวะเฮ้ย 50คนได้มั้งเนี่ย แต่ละคนมันดูเหมือนมีความกระชุ่มกระชวยผิดปกติ แม่เจ้า เหมือนมาดูคอนเสิร์ต เป็นบรรยากาศในการดูหนังที่แปลกประหลาดดีนะครับ 555 แต่ทว่า พอหนังเริ่มจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ อาจจะด้วยความที่ว่ามันเป็น Documentary และ เต๋อ นวพล เป็นผู้กำกับด้วย กลับทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวหนังมันมีไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือมีจุดที่ทำให้เราอยากจะเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นเลย หนังเล่ามาในมุมที่ส่วนมากเป็นการอธิบาย ว่า Bnk48 คืออะไร การคัดเลือกเป็นยังไง สมาชิกมีกี่คน เป้าหมายของแต่ละคนคืออะไร และจุดที่หนังพูดถึงมากที่สุดคือ "ความรู้สึก" ของน้องๆแต่ละคนก่อนและหลังจากที่เข้าร่วมวงมาแล้ว ความรู้สึกระหว่างคนที่ติด Senbatsu กับ Under Girl มุมมองของแต่ละฝ่าย การทำงานในวงที่ค่อยๆเปลี่ยนไป และทัศนคติในการใช้ชีวิตของน้องๆที่ค่อยเปลี่ยนไป ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันระหว่างงานกับเพื่อน หนังก็พยายามเล่าว่าการแข่งขันภายในวงมันสูงขนาดไหน กดดันมากขนาดไหน โดยพยายามเล่าผ่านการพูดคุยกับตัวน้องทีละคนๆตัดสลับไปมา และมีภาพประกอบและวีดีโอแทรกเป็นระยะ แต่ทว่า!!!!!!! จุดนี้แหละครับคือจุดเด่นและจุดด้อยหลักในภาพยนตร์ เรื่องนี้
สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นโอตะและคุณมีหลักการในการดำเนินชีวิตของคุณอยู่แล้ว(ย้ำนะว่าของคุณเอง) คุณจะมีความรู้สึกลึกๆว่า กูดูอะไรอยู่วะเนี่ย ทำไมต้องมานั่งฟังเด็กวัยรุ่นเกือบ 30 คนมานั่งเล่าประสบการณ์ในช่วงชีวิตที่กำลังจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งความจริงน่ารักๆใบนี้ด้วยวะ บางมุมสำหรับเรา
ถ้าจะสรุปตามความรู้สึกผมก็ คงไม่แนะนำให้คนที่ไม่ใช่โอตะ หรือคุณอาจจะเป็นโอตะก็เถอะ ถ้าคุณมองโลกในแบบเดียวกับที่ผมเขียนไว้ ถ้าคุณตั้งใจจะไปดูหรือจะไปดูเพราะอะไรก็แล้วแต่ ไม่รู้หละ จงอย่าคาดหวังกับหนังให้มากนัก ทำตัวให้ไม่เข้าใจความเป็นจริงของโลกและพยายามเข้าใจหนังซะนะ ไม่งั้นคุณจะออกมาสภาพเดียวกับผม T.T
แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นบุคคลประเภทเดียวกับผมในกรณีใดก็ตามแต่ ผมขอแนะนำไปสะบัดตูดลุกจากคอมออกไปดูซะ
คะแนน ผมให้ 5/10 แล้วกันนะครับ ส่วนตั๊วส่วนตัว (กราบขออภัยในทุกๆคำที่กล่าวไปกระทบแล้วอาจจะทำให้เกิดความลำบากใจแก่ทุกๆท่านนะครับ)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ข้อมูลเพิ่มเติม