หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องการไลฟสดของเสก ที่เที่ยวไล่ด่าคนโน้นคนนี้
ก็เลยไปนั่งหาอ่านเอาตามเวบข่าว ปรากฏว่า แทบไม่มีการแกะคลิปให้อ่านกันเลย เลยต้องไปนั่งฟังเอง
พี่แกก็โม้เสียยกใหญ่ แต่ที่ฝีมือไม่ตก ก็เรื่องดนตรีเขาล่ะนะ
อ่ะ มาเข้าเรื่องกัน
ไม่รู้ว่า มีใครได้ฟังคลิปกันบ้างหรือเปล่า แต่ฟังๆเองแล้ว มันไม่ได้แย่ อย่างที่เป็นข่าวเท่าไหร่นะ
เลือกสุ่มมา1คลิป พอดีพูดถึงคุณทักษิณ
เขาบอกว่า ขอเรียกคุณทักษิณนะ เพราะเผื่อมีผู้หลักผู้ใหญ่มาฟังจะได้รื่นหู
(ถือว่าเป็นข้อดีของเขา ที่อย่างน้อย คนเคยเคารพกันมา ก็ควรให้เกียรติกันในระดับหนึ่ง
คำพูดของเสก เป็นคำพูดที่เป็น
สีเหลือง
คุณทักษิณกลับบ้านไม่ได้ เพราะ"กลับไม่ได้"
ทำไม ถึงกลับไม่ได้ ก็เพราะยังมีคนต่อต้านเขาอยู่น่ะสิ
คนไทยมี 69 ล้านกว่าคน คนที่ไม่อยากให้เขากลับมา ไม่ชอบ หรือเรียกว่าต่อต้าน มีอยู่ประมาณ 30%
(ไม่รู้ไปเอาตัวเลขมาจากไหน)
ถามว่า เป็นความจริงไหม ต้องบอกว่า ใกล้เคียงความเป็นจริงอยู่เหมือนกัน
จริงๆแล้ว จำนวนตัวเลขไม่ได้สำคัญ สำคัญที่ว่า คนต่อต้านเขายังมีเยอะอยู่
หากเขากลับมา ไม่ว่าจะด้วยอะไร ก็ต้องโดนเล่นงานโดยฝ่ายต่อต้านอีกอยู่ดี
หรือถ้ามีใครออกมาปลุกปั่นอะไร ความเกลียดนั้น ก็จะเป็นแรงให้เขาต้องลำบาก
ผมรักกานต์ ผมรักแซนวิช ผมรักอีฟ กานต์เป็นคนดี ดีมากๆ ช่วยเหลือผมทุกอย่าง ไปกับผมทุกศาล
ดูแลผมทุกเรื่อง หาข้าวหาปลาให้กิน หายา พาไปหาหมอเวลาไม่สบาย
แต่กานต์กลับมาไม่ได้ ผมไม่ให้กลับ นี่คือ ผมคนเดียวเป็นเจ้าบ้านนะ กานต์ยังกลับมาไม่ได้
อย่างเนี่ย ต่อให้กานต์ ร้องไห้ขอกลับมาอยู่บ้านนี้ แล้วแซนวิช แล้วอีฟ (กะใครอีกคนก็ไม่รู้ฟังไม่ถนัด) เขาจะคิดยังไง
แซนวิช ก็บอกว่า ฉันเลี้ยงลูกให้คุณนะ โอ้ยย
ปัญหาอีกเยอะแยะจะตามมา ตราบใดที่คุณกานต์ กลับไปอยู่ที่บ้าน ในขณะที่ยังมีเมียคนอื่นๆ ที่เสกก็ต้องดูแลอยู่อีกเหมือนกัน
จะบอกว่า ใครสำคัญกว่าใครมันก็ไม่ได้ ทุกคนเมื่อมีความสัมพันธ์ ผูกพันกันแล้ว ย่อมเป็นผู้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ตราบใด ที่เมียเล็กเมียหลวง ยังต่อต้านกัน หรือไม่ลงลอยกัน ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ก็ต้องตัดใจใครสักคน
ซึ่งในกรณีนี้ ก็คือ คุณทักษิณ
ถามว่า คุณทักษิณ มีความดีความชอบหรือไม่ "มี มหาศาล" แต่ เมื่อออกไปแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะเข้ามาอีก ก็ต้องได้รับการยอมรับ จากคนส่วนใหญ่
คำว่า คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่กึ่งนึง ไม่ใช่แค่ **ทั้งหมด หาร2 บวก1** แต่ต้องเป็นเสียงใหญ่ ที่เสียงส่วยน้อย จะต้องไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อะไรได้
เป็นที่น่าเสียดาย สิบกว่าปีที่ผ่านมา ฝ่ายเสื้อแดง ไม่สามารถทำให้เสียงข้างน้อยลดลง จนเหลือใกล้ศูนย์ได้
ไม่เพียงแต่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เสียงต่อต้านก็ยังไม่น้อยลง
แถมยังมีเรื่องแคนดิเดต และการคอรัปชั่น การบริหารงานที่ล้มเหลวของแครดิเดตอีกด้วย
แม้ใครจะมองว่า ความล้มเหลวเหล่านั้น มาจากเสียงต่อต้าน แต่มันก็ยังเป็นความล้มเหลวอยู่ดี
คุณยิ่งลักษณ์ มาเป็นแคนดิเดต เพื่อรักษาฐานเสียงให้กลุ่มเพื่อไทย โดยมีสโลแกน "แก้ไขไม่แก้แค้น"
แต่กลุ่มสนับสนุน ไม่เพียงไม่ช่วยลดเสียงต่อต้าน แต่ดันเพิ่มแรงเสียดทานให้กับคุณยิ่งลักษณ์ มากขึ้นๆ
ไม่ใช้โอกาสนั้น ในการลดความขัดแย้ง
"แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง" เป็นแค่คำกลางๆที่ใช้สำหรับความปรองดอง
แต่หลายคนกลับเข้าใจว่า ใครคิดอย่างไรปล่อยให้เขาคิด ไม่พยายามให้ความจริง หรือเปลี่ยนแปลงความคิดใคร
ถามจริงๆ หากคนในบ้านคุณ คิดการณ์ใดที่หมิ่นเหม่ คุณจะไม่พยายามเปลี่ยนความคิดเขาเหรอ?
การเปลี่ยนความคิดของฝ่ายตรงข้า ทำได้
เราต้องเสนอความคิดดีๆ ที่เข้าทางเข้า เพื่อให้เขาได้เห็นแง่มุมดีๆ แบบที่คุณเห็น
ต่อเมื่อเขาเข้าใจ เห็นด้วย และมีความหวัง หรืออุดมการณ์เดียวกับคุณ นั่นแหละ คือการแสวงจุดร่วมได้แล้ว
แต่หากต้องบังคับฝืนใจเขา เราเองก็ต้องยอมรับความต่าง ไม่ใช่ดึงดันตั้งแง่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันไปตลอด
เพียงเพื่อจะได้ใช้คำว่า "ประชาธิปไตย"
"เราเป็นประชาธิปไตยนะ เธอไม่ใช่"
"เราเป็นคนรักชาตินะ เธอไม่ใช่"
"เราเป็นคนไม่โกงนะ เธอไม่ใช่"
"เราเป็นคนเก่งนะ เธอไม่ใช่"
ฯลฯ
การพยายามแยกเขาแยกเราแบบนี้ มีแต่จะทำให้เสียงสนับสนุนน้อยลง
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ในกลุ่มใดๆ ย่อมมีความขัดแย้ง และในความขัดแย้งนั้น ก็จะค่อยๆแตกออกเป็น สอง สี แปด ฯลฯ
หากอยากให้คุณทักษิณ คุณปูกลับมา หลายฝ่ายต้องร่วมใจกัน ลดความขัดแย้ง เพิ่มจุดร่วม
ขอแค่ไม่ต่อต้าน แม้ไม่สนับสนุน ก็กลับมาได้สบายๆแล้ว
กระเทาะความจริง ความเห็นของเสก โลโซ "ทำไมทักษิณกลับบ้านไม่ได้?"
ก็เลยไปนั่งหาอ่านเอาตามเวบข่าว ปรากฏว่า แทบไม่มีการแกะคลิปให้อ่านกันเลย เลยต้องไปนั่งฟังเอง
พี่แกก็โม้เสียยกใหญ่ แต่ที่ฝีมือไม่ตก ก็เรื่องดนตรีเขาล่ะนะ
อ่ะ มาเข้าเรื่องกัน
ไม่รู้ว่า มีใครได้ฟังคลิปกันบ้างหรือเปล่า แต่ฟังๆเองแล้ว มันไม่ได้แย่ อย่างที่เป็นข่าวเท่าไหร่นะ
เลือกสุ่มมา1คลิป พอดีพูดถึงคุณทักษิณ
เขาบอกว่า ขอเรียกคุณทักษิณนะ เพราะเผื่อมีผู้หลักผู้ใหญ่มาฟังจะได้รื่นหู
(ถือว่าเป็นข้อดีของเขา ที่อย่างน้อย คนเคยเคารพกันมา ก็ควรให้เกียรติกันในระดับหนึ่ง
คำพูดของเสก เป็นคำพูดที่เป็นสีเหลือง
คุณทักษิณกลับบ้านไม่ได้ เพราะ"กลับไม่ได้"
ทำไม ถึงกลับไม่ได้ ก็เพราะยังมีคนต่อต้านเขาอยู่น่ะสิ
คนไทยมี 69 ล้านกว่าคน คนที่ไม่อยากให้เขากลับมา ไม่ชอบ หรือเรียกว่าต่อต้าน มีอยู่ประมาณ 30%
(ไม่รู้ไปเอาตัวเลขมาจากไหน)
ถามว่า เป็นความจริงไหม ต้องบอกว่า ใกล้เคียงความเป็นจริงอยู่เหมือนกัน
จริงๆแล้ว จำนวนตัวเลขไม่ได้สำคัญ สำคัญที่ว่า คนต่อต้านเขายังมีเยอะอยู่
หากเขากลับมา ไม่ว่าจะด้วยอะไร ก็ต้องโดนเล่นงานโดยฝ่ายต่อต้านอีกอยู่ดี
หรือถ้ามีใครออกมาปลุกปั่นอะไร ความเกลียดนั้น ก็จะเป็นแรงให้เขาต้องลำบาก
ผมรักกานต์ ผมรักแซนวิช ผมรักอีฟ กานต์เป็นคนดี ดีมากๆ ช่วยเหลือผมทุกอย่าง ไปกับผมทุกศาล
ดูแลผมทุกเรื่อง หาข้าวหาปลาให้กิน หายา พาไปหาหมอเวลาไม่สบาย
แต่กานต์กลับมาไม่ได้ ผมไม่ให้กลับ นี่คือ ผมคนเดียวเป็นเจ้าบ้านนะ กานต์ยังกลับมาไม่ได้
อย่างเนี่ย ต่อให้กานต์ ร้องไห้ขอกลับมาอยู่บ้านนี้ แล้วแซนวิช แล้วอีฟ (กะใครอีกคนก็ไม่รู้ฟังไม่ถนัด) เขาจะคิดยังไง
แซนวิช ก็บอกว่า ฉันเลี้ยงลูกให้คุณนะ โอ้ยย
ปัญหาอีกเยอะแยะจะตามมา ตราบใดที่คุณกานต์ กลับไปอยู่ที่บ้าน ในขณะที่ยังมีเมียคนอื่นๆ ที่เสกก็ต้องดูแลอยู่อีกเหมือนกัน
จะบอกว่า ใครสำคัญกว่าใครมันก็ไม่ได้ ทุกคนเมื่อมีความสัมพันธ์ ผูกพันกันแล้ว ย่อมเป็นผู้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ตราบใด ที่เมียเล็กเมียหลวง ยังต่อต้านกัน หรือไม่ลงลอยกัน ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ก็ต้องตัดใจใครสักคน
ซึ่งในกรณีนี้ ก็คือ คุณทักษิณ
ถามว่า คุณทักษิณ มีความดีความชอบหรือไม่ "มี มหาศาล" แต่ เมื่อออกไปแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะเข้ามาอีก ก็ต้องได้รับการยอมรับ จากคนส่วนใหญ่
คำว่า คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่กึ่งนึง ไม่ใช่แค่ **ทั้งหมด หาร2 บวก1** แต่ต้องเป็นเสียงใหญ่ ที่เสียงส่วยน้อย จะต้องไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อะไรได้
เป็นที่น่าเสียดาย สิบกว่าปีที่ผ่านมา ฝ่ายเสื้อแดง ไม่สามารถทำให้เสียงข้างน้อยลดลง จนเหลือใกล้ศูนย์ได้
ไม่เพียงแต่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เสียงต่อต้านก็ยังไม่น้อยลง
แถมยังมีเรื่องแคนดิเดต และการคอรัปชั่น การบริหารงานที่ล้มเหลวของแครดิเดตอีกด้วย
แม้ใครจะมองว่า ความล้มเหลวเหล่านั้น มาจากเสียงต่อต้าน แต่มันก็ยังเป็นความล้มเหลวอยู่ดี
คุณยิ่งลักษณ์ มาเป็นแคนดิเดต เพื่อรักษาฐานเสียงให้กลุ่มเพื่อไทย โดยมีสโลแกน "แก้ไขไม่แก้แค้น"
แต่กลุ่มสนับสนุน ไม่เพียงไม่ช่วยลดเสียงต่อต้าน แต่ดันเพิ่มแรงเสียดทานให้กับคุณยิ่งลักษณ์ มากขึ้นๆ
ไม่ใช้โอกาสนั้น ในการลดความขัดแย้ง
"แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง" เป็นแค่คำกลางๆที่ใช้สำหรับความปรองดอง
แต่หลายคนกลับเข้าใจว่า ใครคิดอย่างไรปล่อยให้เขาคิด ไม่พยายามให้ความจริง หรือเปลี่ยนแปลงความคิดใคร
ถามจริงๆ หากคนในบ้านคุณ คิดการณ์ใดที่หมิ่นเหม่ คุณจะไม่พยายามเปลี่ยนความคิดเขาเหรอ?
การเปลี่ยนความคิดของฝ่ายตรงข้า ทำได้
เราต้องเสนอความคิดดีๆ ที่เข้าทางเข้า เพื่อให้เขาได้เห็นแง่มุมดีๆ แบบที่คุณเห็น
ต่อเมื่อเขาเข้าใจ เห็นด้วย และมีความหวัง หรืออุดมการณ์เดียวกับคุณ นั่นแหละ คือการแสวงจุดร่วมได้แล้ว
แต่หากต้องบังคับฝืนใจเขา เราเองก็ต้องยอมรับความต่าง ไม่ใช่ดึงดันตั้งแง่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันไปตลอด
เพียงเพื่อจะได้ใช้คำว่า "ประชาธิปไตย"
"เราเป็นประชาธิปไตยนะ เธอไม่ใช่"
"เราเป็นคนรักชาตินะ เธอไม่ใช่"
"เราเป็นคนไม่โกงนะ เธอไม่ใช่"
"เราเป็นคนเก่งนะ เธอไม่ใช่"
ฯลฯ
การพยายามแยกเขาแยกเราแบบนี้ มีแต่จะทำให้เสียงสนับสนุนน้อยลง
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ในกลุ่มใดๆ ย่อมมีความขัดแย้ง และในความขัดแย้งนั้น ก็จะค่อยๆแตกออกเป็น สอง สี แปด ฯลฯ
หากอยากให้คุณทักษิณ คุณปูกลับมา หลายฝ่ายต้องร่วมใจกัน ลดความขัดแย้ง เพิ่มจุดร่วม
ขอแค่ไม่ต่อต้าน แม้ไม่สนับสนุน ก็กลับมาได้สบายๆแล้ว