คุยกับคนๆหนึ่งได้ประมาณ 5 เดือนกว่าๆค่ะ อายุห่างกัน 3 ปี เราเด็กกว่า ตลอดที่ผ่านมาก็คุยกันดีมาตลอด มันเริ่มจากที่พี่เขาชอบเรามากกว่า แต่พอมานานๆเราก็ชอบพี่เขามากขึ้นเหมือนกัน ต่างคนต่างคุยแค่คนเดียว พี่เขาเคยพูดแล้วว่ายังไงก็จะคบกันเพียงแต่ “ขอรอเวลาให้พี่จัดการตัวเองได้ก่อน”
เราก็เชื่อนะ เพราะ ช่วงแรกบ้านอยู่ใกล้กันก็ไปหากันบ่อยๆ กินข้าววันละชั่วโมง กลับมาก็คุยกัน คอลกัน ทุกวัน แต่พอผ่านๆไป พี่เขาย้ายไปอยู่หอที่ทำงานซึ่งไกลจากบ้านเรา ก็เลยไม่ได้เจอกัน บวกกับเขาเป็นคนบ้างานระดับนึง ทำโอทีแทบทุกวัน เสาร์อาทิตย์บางทีก็ทำ กลับหอ 5 ทุ่ม ก็ต้องนอนแล้ว เราเลยได้คุยกันน้อยลง เพราะ พี่เขาไม่คุยตอนทำงานด้วย (เว้นแต่ว่างก้จะทักมาบ้าง)
ซึ่งนอกจากเรื่องงาน พี่เขาก็จะชอบอ่านหนังสือ เรียนภาษาญี่ปุ่น เล่นเกมส์ เขียนโปรแกรม บลาๆ ซึ่งพอกลับบ้านเขาก็จะทำเรื่องพวกนี้ก่อนคุยกับเราเสมอ จนบางวันก็ทำแต่เรื่องพวกนี้จนลืมคุยกับเราไปเลย บางวันก็ไม่คอลมา บอกง่วงแล้วจะนอน แต่สามารถตั้งนาฬิกาปลุกมาเล่นเกมส์ตอนตี 2 ได้
เราเองก็ไม่อยากจะคิดมากนะ เพราะ นอกจากเรื่องพวกนี้ ทุกอย่างพี่เขาดีหมด แบบที่เราก็มองเห็นแหละว่าเราจะมีอนาคตร่วมกันได้ เราก็เคยงอแงกับพี่เขาหลายครั้งเวลา ว่า เมื่อไหร่เขาจะจัดการเวลาตัวเองให้เราได้ เพราะ เราเห็นว่าเขาสามารถวางแผนทุกอย่างในชีวิตได้หมด ยกเว้นเรื่องของเราสองคน เราเองก็ไม่ได้อยากจะไปววอแวอะไรกับเขา เพราะ เราก็ยังไม่ได้คบกันและเราก็รู้ว่ามันไม่ควร แต่เราผิดมั้ยที่เราต้องการความใส่ใจบ้าง เราอยากเป็นแผนนึงในชีวิตเขาบ้างเหมือนกัน
แล้วยิ่งเวลาผ่านไป พี่เขาก็มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาตลอดๆ ความสำคัญเรามันก็ลดๆๆๆๆไปเรื่อยๆ แล้ววันนึง มันอาจจะไม่มีวันที่เป็นของเราก็ได้
เราเคยบอกเขาเรื่องนี้ แล้วเขาก็บอกเพียงแค่ว่าให้เชื่อใจกัน ให้พยายามเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายมากขึ้น แต่สำหรับเราคำพูดนี้มันไม่เคลียเลย เราไม่รู้ว่าพี่เขายังชอบเราเหมือนเดิมมมั้ย ยังมองว่าเรามีอนาคตร่วมกันได้หรือเปล่า รำคาญเราบ้างมัยที่เราวอแวเรื่องเดิมๆกับเขาซ้ำๆ
จากทั้งหมมดที่เล่ามา เราอยากรู้จริงๆว่าเรางี่เง่ามั้ย ที่เรียกร้องมากขนาดนี้ ทั้งๆที่พี่เขาก็ดีกับเราทุกอย่าง เว้นแค่เรื่องจัดสรรเวลา สำหรับเราตอนนี้เราก็ยังเชื่อพี่เขาอยู่ ยังอยากอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าเราไม่สามารถเป็นส่วนนึงของชีวิตเขาได้จริงๆ เราก็คงต้องไป เท่านี้ล่ะค่ะ ได้ระบายแล้วก็สบายใจ555
แบบนี้แปลว่าเราเป็น “ผู้หญิงงี่เง่า” มั้ยคะ
เราก็เชื่อนะ เพราะ ช่วงแรกบ้านอยู่ใกล้กันก็ไปหากันบ่อยๆ กินข้าววันละชั่วโมง กลับมาก็คุยกัน คอลกัน ทุกวัน แต่พอผ่านๆไป พี่เขาย้ายไปอยู่หอที่ทำงานซึ่งไกลจากบ้านเรา ก็เลยไม่ได้เจอกัน บวกกับเขาเป็นคนบ้างานระดับนึง ทำโอทีแทบทุกวัน เสาร์อาทิตย์บางทีก็ทำ กลับหอ 5 ทุ่ม ก็ต้องนอนแล้ว เราเลยได้คุยกันน้อยลง เพราะ พี่เขาไม่คุยตอนทำงานด้วย (เว้นแต่ว่างก้จะทักมาบ้าง)
ซึ่งนอกจากเรื่องงาน พี่เขาก็จะชอบอ่านหนังสือ เรียนภาษาญี่ปุ่น เล่นเกมส์ เขียนโปรแกรม บลาๆ ซึ่งพอกลับบ้านเขาก็จะทำเรื่องพวกนี้ก่อนคุยกับเราเสมอ จนบางวันก็ทำแต่เรื่องพวกนี้จนลืมคุยกับเราไปเลย บางวันก็ไม่คอลมา บอกง่วงแล้วจะนอน แต่สามารถตั้งนาฬิกาปลุกมาเล่นเกมส์ตอนตี 2 ได้
เราเองก็ไม่อยากจะคิดมากนะ เพราะ นอกจากเรื่องพวกนี้ ทุกอย่างพี่เขาดีหมด แบบที่เราก็มองเห็นแหละว่าเราจะมีอนาคตร่วมกันได้ เราก็เคยงอแงกับพี่เขาหลายครั้งเวลา ว่า เมื่อไหร่เขาจะจัดการเวลาตัวเองให้เราได้ เพราะ เราเห็นว่าเขาสามารถวางแผนทุกอย่างในชีวิตได้หมด ยกเว้นเรื่องของเราสองคน เราเองก็ไม่ได้อยากจะไปววอแวอะไรกับเขา เพราะ เราก็ยังไม่ได้คบกันและเราก็รู้ว่ามันไม่ควร แต่เราผิดมั้ยที่เราต้องการความใส่ใจบ้าง เราอยากเป็นแผนนึงในชีวิตเขาบ้างเหมือนกัน
แล้วยิ่งเวลาผ่านไป พี่เขาก็มีเรื่องใหม่ๆเข้ามาตลอดๆ ความสำคัญเรามันก็ลดๆๆๆๆไปเรื่อยๆ แล้ววันนึง มันอาจจะไม่มีวันที่เป็นของเราก็ได้
เราเคยบอกเขาเรื่องนี้ แล้วเขาก็บอกเพียงแค่ว่าให้เชื่อใจกัน ให้พยายามเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายมากขึ้น แต่สำหรับเราคำพูดนี้มันไม่เคลียเลย เราไม่รู้ว่าพี่เขายังชอบเราเหมือนเดิมมมั้ย ยังมองว่าเรามีอนาคตร่วมกันได้หรือเปล่า รำคาญเราบ้างมัยที่เราวอแวเรื่องเดิมๆกับเขาซ้ำๆ
จากทั้งหมมดที่เล่ามา เราอยากรู้จริงๆว่าเรางี่เง่ามั้ย ที่เรียกร้องมากขนาดนี้ ทั้งๆที่พี่เขาก็ดีกับเราทุกอย่าง เว้นแค่เรื่องจัดสรรเวลา สำหรับเราตอนนี้เราก็ยังเชื่อพี่เขาอยู่ ยังอยากอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าเราไม่สามารถเป็นส่วนนึงของชีวิตเขาได้จริงๆ เราก็คงต้องไป เท่านี้ล่ะค่ะ ได้ระบายแล้วก็สบายใจ555