คุณเคยประเมินความรู้สึกของความรัก ต่ำไปไหมครับ? ถ้ายังไม่เคย ผมจะเล่าให้ฟัง

ผมกับแฟนตัดสินใจคบกันตอนช่วงเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะตกลงคบกัน เรารู้จักกันผ่านทาง Application หาคู่ เราคุยกันได้ไม่นาน ซักประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็ตกลงเป็นแฟนกัน ซึ่งเราได้มีการคุยกันตั้งแต่แรกว่า คบกันได้ แต่ซักวันอีกฝ่ายต้องไปแต่งงานตามหน้าที่เพื่อมีครอบครัวให้กับพ่อและแม่ ซึ่งเราสองคนก็ตกลงร่วมกันอย่างดี แน่นอนครับ ผมเพศชาย แฟนผมก็เพศชาย ผมเป็นพุทธ แฟนผมเป็น อิสลาม
          
          ช่วงแรกๆที่เราเริ่มคบกัน เงื่อนไขทุกอย่างที่เขายื่นมาให้ผม ผมตกลง ยอมรับ และยินดีทุกเงื่อนไข ใช่ครับ ความรักของเราสองคนเป็นไปด้วยดี ผมขพาเขาไปเที่ยว เขาพาผมไปกินของอร่อยๆ เราคบกันมาเรื่อยๆ จนวันนึงเขาเรียนใกล้จบ แล้วเขาก็บอกว่าเรียนจบ จะกลับไปอยู่บ้าน และจะไปดูตัวคนที่จะแต่งงานด้วย ที่แม่หาไว้ให้ ซึ่งตอนนั้นผมก็เริ่มหวั่นไหวแล้ว แต่ก็มั่นใจว่าฝ่ายหญิงจะยังไม่เลือกเขา เพราะคนไม่เคยคุยกัน ไม่รู้จักกันมาก่อน นี่มันปี 2018 แล้ว แถมฝ่ายหญิงยังอยู่ระหว่างเรียนด้วย น้องผู้หญิงเรียนอยู่ต่างประเทศ เขาจะเลือกแต่งงานด้วยได้ยังไง แถมแต่งเสร็จ ฝ่ายหญิงต้องบินกลับไปเรียนต่ออีกตั้ง 1 ปี แล้วทำไมจะต้องรีบแต่ง แต่แล้ว สิ่งที่ผมไม่คาดคิด มันก็เกิดขึ้น ฝ่ายหญิงตอบตกลง หลังจากที่ผมได้ข่าว ทุกอย่างในตัวผมมันดิ่งมาก ความรู้สึกวังเวง เหงา เสียใจ กระวนกระวายใจ ถาโถมเข้ามา ยอมรับว่าช่วงแรกสติแตกมาก ไม่คิดว่าปลายทางมันจะมาเร็วขนาดนี้ ทำไม แค่ระยะเวลาไม่กี่เดือน ผมรักคนคนนึงได้มากขนาดนี้เลยเหรอ ผมเสียใจมาก ผมร้องไห้ตั้งแต่วันที่ได้ข่าว ร้องไห้กับแฟน โทรไปร้องไห้กับเพื่อน อ๋อ ลืมบอกไปครับ สิ่งที่ทำให้ผมเสียใจมาก ส่วนนึงก็มาจาก รอบข้างผมไม่มีใครรู้ว่าผมคบผู้ชาย จะมีก็แค่เพื่อนสนิทที่ไว้ใจไม่กี่คน มันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอึดอัดพอสมควร ครอบครัวผม พ่อ แม่ ก็ไม่มีใครรู้ว่าผมคบผู้ชาย แต่การที่ผมมีลักษณะเบี่ยงเบน พวกเขาก็น่าจะรู้ แต่เพียงแค่ผมไม่ได้บอก
         
         แฟนผมมีเพื่อนสนิทรุ่นน้องอยู่คนหนึ่ง เขามักจะปรึกษา เรื่องระหว่างเราสองคน กับน้องคนนั้นบ่อยๆ จนวันนึงความรู้สึกผมหน่วงมาก ไม่ไหวจริงๆ เลยได้ทักไปคุยกับน้องคนนั้น แล้วน้องคนนั้นก็หลุดออกมาว่า ถ้าผมจริงใจตั้งแต่แรก แฟนผมเขาคงไม่เลือกแต่งานเร็วขนาดนี้ ผมก็เริ่มเอะใจ ทำไมน้องเขาตอบกลับมาแบบนั้น เริ่มสงสัย เลยไปจี้เอาความจริงกับแฟน ก็ปรากฎว่าเขาหมดความไว้ใจผมไปซักระยะแล้ว เขาไม่รู้สึกหึงหวงผมแล้ว ที่ยังมีอยู่ก็แค่รัก รักผมที่ผมให้ความสำคัญกับเขา ซึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้น มันเกิดจากเขาสามารถเข้ารหัส Instargram ผมได้ แล้วเขาไปเจอว่าผมคุยกับเพื่อน (คนที่ผมแอบชอบก่อนหน้าที่จะมาเจอเขา) ในทำนองกุ๊กกิ๊กกัน ประโยคที่เขาเจ็บและทำให้หมดรักผมคือประโยคที่ผมบอกกับเพื่อนว่า กอดหน่อย ซึ่งการที่ผมกับเพื่อนคนนั้นคุยกัน ผมเองกับเพื่อนก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งผมก็ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นสาเหตุทำให้ผมกับแฟนต้องจบกันเร็วขนาดนี้ เพราะเราตกลงกันแต่แรกว่า มีอะไรจะคุยกันตรงๆ แต่เขากลับเก็บไว้เงียบๆ แล้วเอาไปปรึกษาคนอื่น ซึ่งผมก็ไม่รุ้ว่าคนที่เขาปรึกษา ให้คำปรึกษาว่ายังไง หลายคนอาจจะถามว่า แล้วทำไมมีแฟนแล้วยังไปคุยกับเพื่อนที่แอบชอบอยู่อีกล่ะ ก็เพราะผมไม่เคยมีแฟนมาก่อน ผมติดนิสัยคุยกับคนอื่นไปเรื่อย ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าแฟนผมจะเก็บไปคิดมากแบบนี้ เพราะผมก็ไว้ใจเขา ว่าเขาจะบอกกับผมตรงๆถ้าเกิดเค้ารุ้สึกยังไง
หลังจากที่ผมหาสาเหตุจนเจอแล้ว ผมก็เริ่มจะโกรธและพาลไปหมด ผมเริ่มแอดน้องผู้หญิงคนนั้นไป เพื่อจะถามและเล่าอะไรให้ฟังบ้าง แต่น้องเขาไม่รับ แถมปิด Add Friend ผมอีก มันยิ่งทำให้ผมโกรธมากขึ้น ผมเลยเริ่มแอดเพื่อของน้องไป ก็มีรับผมบ้าง แต่สุดท้ายผมก็ไม่กล้าที่จะทำแบบที่ผมคิด เพราะคมที่จะซวยปลายทางที่สุด ก็หนีไม่พ้นแฟนผม เขาเป็นอิสลามที่เคร่งพอสมควร วันนึงผมก็สารภาพกับแฟนว่า ผมเคยมีความคิดแบบนี้นะ มีความคิดที่จะบอกความจริงกับทุกคนว่าเขาคบผู้ชายนะ ว่าเขาทำผิดนะ เขาได้ยินตอนแรกเขาโกรธผมมาก ผมร้องไห้ รู้สึกผิด แล้วก็ยอมรับไปว่าผมจะพยายามที่จะควบคุมตัวเองให้ได้ ขอใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีความสุขมากที่สุด
    
          สิ่งที่ผมเล่ามาหลายๆคนอาจจะไม่รู้สึกอะไร อาจจะบอกว่าไร้สาระ ใช่คับ ถ้าเป็นแต่ก่อนผมก็จะรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ผมก็เคยมีความคิดว่าคนอกหัก มันจะฟูมฟายอะไรนักหนา จนมาเจอกับตัวเอง มันทรมานมาก เจ็บปวด นึกเห็นหน้าเขาก็ร้องไห้ นึกเห็นภาพเขาจะกอดกัน ผมก็ร้องไห้ อะไรที่เกี่ยวกับเขาผมก็จะร้องไห้ไปหมด แต่ก็ยังดีครับ หลังๆก็เริ่มทำใจได้บ้าง แต่ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ดี แม้แต่ในตอนนี้ ในหัวผมก็ยังวนเวียนคิดว่า ผมจะจากกับเข้าด้วยดี หรือ จะพังบ้านเขาดี เพราะ น้องผู้หญิงที่จะมาแต่งด้วย เขาไม่รู้ว่าผู้ชายที่เขาจะแต่งด้วยมีอะไรยังไงบ้าง ยิ่งงานแต่งเขาสองคนใกล้เข้ามาเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกชีวิตไร้ค่ามากขึ้นเท่านั้น ผมไม่รู้นะว่าเส่นทางข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ผมยังเชื่อเสมอว่า ผู้ชายที่ชอบผู้ชาย จะทนอยู่กับผู้หญิงไม่ได้แน่ๆ อันนี้คือในส่วนของความคิดผม

    สุดท้ายที่อยากจะฝากและอยากถามความคิดเห็นสำหรับคนที่อดทนอ่านมาถึงบรรทัดนี้คือ
1. อย่าล้อเล่นกับความรัก อย่าคิดว่าคุณจะควบคุมมันได้ ยิ่งถ้าคุณไม่เคยอกหัก ผมแนะนำว่า อย่าหัดมีความรักแบบที่ผมเล่ามาเด็ดขาด
2. ถ้าเลือกที่จะรักใครซักคน ความจริงใจ และการพูดกันตรงๆ จะดีที่สุด อย่างน้อยถ้าตกลงกันไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายก็จะจากกันด้วยเหตุผลที่ดีกว่า
3. ถ้าคุณเป็นผม คุณเลือกที่จะรอเขากลับมาหรือไม่ หรือ ถ้าไม่ผมควรจะตัดใจยังไงดี เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำให้ผมเสียใจเลย

สำหรับคนที่มีความรักอยู่ ขอให้รักกันไปนานๆนะครับ อย่าให้ใครต้องเจอกับปลายทางความรักแบบผมเลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่