ครั้งแต่จะไม่ชุ่ย จะได้ทำดีมาแล้ว จะเข้าสู่หมวดหมู่อะไร?

๑๗. อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺมนุสาสติ.
ถ้าพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็ควรทำตนฉันนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕๓๖.

“คนทั่วเขาจะว่ามากเกินไป ธรรมทั้งปวง! นั้น จะยกคำนั้นอย่างเดียว คืออาจรู้ไม่ได้ตามมติทางกลาง เพราะคติอัตโนมัติเอง มติตนเองทุกคนนั้นแตกต่างกันไป ลองไม่ยกว่า เป็นวินัยศัพท์ สุตตศัพท์ หรือจะศัพท์อภิธรรมะ เป็นทั่วไปแล้ว ก็ย่อมจะกล่าวว่า พระพุทธเจ้ากล่าวในที่ นิพพานศัพท์ ก็เพราะฉะนั้น ที่ถูกกล่าวทั้งปวงทั้งหมด จึงไม่ใช่!นิพพาน เพราะนิพพานคือวิมุตติเป็นที่กล่าว นอกจากผู้กล่าว (พระพุทธเจ้า ซึ่งต่อไปเป็นพุทธปรินิพพาน) แล้ว ที่อื่นจึงเป็น ธรรมทั้งปวงไปทั้งหมด, ธรรมทั้งปวง จึงแปลว่า ไม่มีอะไร กับพุทธองค์ผู้ดำรัสตรัสแล้วต่อทุกคนทั่วไป แต่ซึ่งธรรมทั้งปวง นั้น ย่อมเป็นทุกสิ่งของคนทั่วไป ที่ยังไม่ปรินิพพานแล้ว อยู่

เพราะฉะนั้น เห็นว่า โดยย่อของการกล่าวบท “ธรรม” ซึ่งบทแห่งพระโพธิปักขิยธรรม ยอมให้ถามกันมา ทั้งด้วยกับแสดงรายละเอียด นั้นก็เท่ากับว่าแสดงบทแห่งโพธิปักขิยธรรม นั้น ๆ แก่ทั้งคนภายในศาสนา และภายนอกศาสนา, ซึ่งธรรมแบบนี้ต้องไม่พ้น เป็นซึ่ง ธรรมทั้งปวงด้วย แต่ครั้งจะให้ได้ตอบเล่าวินัยศัพท์ สุตตศัพท์ หรือซึ่งศัพท์ทางอภิธรรมะ คนจะยาก เพราะคนต้องกล่าวเป็นอุปัติ คือกำหนดอุบัติศัพท์ขึ้น ยกขึ้น

เพราะคนทั่วกล่าวศัพท์เป็นวิมุตติไม่ได้ เพราะทุกคนเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องเทียบว่า จะยกแต่ทางเทียบเคียงบทซึ่งโพธิปักขิยธรรม ที่ซึ่งท่านได้ให้สารูปกรรมอยู่นอกปรินิพพานของพระพุทธเจ้า นั้น ๆ ฉะนั้นว่า โพธิปักขิยธรรมทั้งสิ้น ไม่พ้น ๘ บท ตัวอย่าง อันจะสั่งแก่สิ่งทั้งปวงได้ กับธรรมทั้งปวงได้ ทั้งในศาสนาและนอกศาสนา ให้สอนสั่งกันไว้ได้อย่างนั้น

ดั่งที่ทราบกัน ๘ บททั่ว ดั่งว่า อันที่จะยกธงขึ้น ก็จะต้องคืออย่างนี้ คือ ด้วย สันติบท (สงบ), ตาณบท (ต้านทาน), เลณบท (ซ่อนเร้น), สรณบท (ที่พึ่ง), อภยบท (ไม่มีภัย), อัจจุตบท (ไม่เคลื่อน), อมตบท (ไม่ตาย) และ นิพพานบท บทซึ่งดับตัณหา. ข้อจะพูด ธรรมทั้งปวง คนจะเข้าใจว่ากราดไปทั่ว ฉะนั้นพวกเราจึงควร สะตุ สังเคราะห์ หรือแปรรูปมาซะก่อน จึงเรียกว่าได้จริยามารยาท ของการจะเป็นสาราณียกรตามจำเป็น ถ้าใคร่จะไม่แปรรูป หรือสังเคราะห์มาเลย ยกมามาก ถ้าไม่ยอมคาดเลขเอกโท ตีเส้นขีดกรอบ ก็จะไม่พ้นโทษได้

เพราะเป็นเหมือนแค่ทางประชด เสียดแทง สอดเสียบกันนั้น จะมากนัก ก็คือการยกมาโดยไม่พิเคราะห์ หรือสังเคราะห์เองซะก่อนอย่างนั้นเอง, ครั้งแต่จะไม่ชุ่ย จะได้ทำดีมาแล้ว จะเข้าสู่หมวดหมู่พระพุทธเจ้าแท็ก (#) หรือพระไตรปิฎกแท็ก (#) จริง ๆ คนเราไม่ต้องสูงเยี่ยม แต่แค่พูดตามหัวใจ และการปฏิญาณตน แล้วมุ่งกระทำจบแสดงความประสงค์มุ่งดี ในธรรมบท (๓๗) ซึ่งโพธิปักขิย บท ๘ ประการบทนั้น อย่างนั้นแล้ว เป็นประการที่ดี ว่าเป็นบทซึ่ง ความสงบ ๑ ที่ต้านทาน ๑ เป็นที่ซ่อนเร้น ๑ เป็นที่พึ่ง ๑ ที่ไม่มีภัย ๑ มั่นคงไม่เคลื่อน ๑ ไม่ตาย ๑ และดับซึ่งอวิชชาตัณหา ๑ ดั่งนี้พูดคลุมไว้ ก็จึงเรียกว่า ตอบตามสำนวนธรรม หรือถามไปแล้วตามธรรม ในซึ่งธรรมทั้งปวงที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง, ขอว่า พวกเราจะไม่ใช่แค่ว่า “กระผม จะขอกล่าวไว้โดยอุปมา!” ขอเถอะว่า ใครอย่ามุ่งแค่นั้น แค่อุปมานั้น ถ้ามุ่งแค่เท่านั้นยังไม่ดีนัก, ขอว่า ใครจะตอบ ก็ดี ขอให้ตอบมุ่งไปถึงแก่นจะเป็น แก่บททั้ง ๘ บท ด้วยโพธิปักขิยธรรม ปฏิบัติมาดั่งนั้น นำมาด้วย ในการที่จะได้ใคร่ ในการที่จะสงเคราะห์ให้คนอื่นได้เห็น”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่