ความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างครอบครัวและอนาคตสามี

ดิฉันคบกับแฟนซึ่งอายุน้อยกว่า 6 ปีมาเกือบ 2 ปีแล้วค่ะ ในช่วงแรกของการคบกันพ่อของดิฉันก็ไม่ชอบแฟนของดิฉันเท่าไหร่ เนื่องจากอายุน้อยกว่าและอาชีพของเค้าที่เป็น freelance ซึ่งพ่อดิฉันค่อนข้างหัวโบราณไม่เข้าใจในลักษณะงานและความมั่นคง แต่งานดังกล่าวค่อนข้างสร้างรายได้ให้แฟนเป็นอย่างดี ซึ่งดิฉันเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ได้แต่พยายามอธิบายให้พ่อเข้าใจในลักษณะงานและรายได้ของแฟน ที่ซึงเลี้ยงดูครอบครัวของเราในอนาคตได้อย่างสบาย ช่วงเวลาที่คบหากันดิฉัน เค้าก็ดูแลดิฉันเป็นอย่างดี มารับมาส่ง ดูแลดิฉันเหมือนที่พ่อเคยดูแล ครอบครัวของเค้าเองก็เอ็นดูดิฉันเหมือนลูกคนนึง และมีของฝากกลับไปที่บ้านของดิฉันตลอด ดิฉันได้แต่แอบเอาไปวางแล้วบอกแค่แม่ของดิฉันเอง พ่อก็เหมือนรับรู้และก็แสดงความไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา ส่วนของดิฉันมีอาชีพที่ค่อนข้างมั่นคงเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและมีหน้าตาในสังคม คุณพ่อของดิฉันจึงคาดหวังให้ดิฉันลงเอยกับคนที่มีหน้าตาในสังคมเช่นเดียวกัน ทุกๆครั้งที่แฟนเข้าหาที่บ้าน พ่อมักมีอาการไม่ชอบใจ ชักสีหน้าใส่แฟน จนทำให้แฟนของดิฉันเองก็โกรธ ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อของดิฉันไม่ชอบเค้าเป็นอันมาก เราทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อยมาก จนแฟนดิฉันเองก็เกรงไม่กล้าเข้าไปที่บ้านดิฉันบ่อยนัก

เมื่อปีที่แล้วดิฉันได้เริ่มพูดคุยเรื่องการแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแฟน โดยแม่ของแฟนไปหาฤกษ์มาให้ ในส่วนของทัศนคติของแฟนและการตกลงกันระหว่างดิฉันกับตัวเค้า ก็คิดว่าเราจะจดทะเบียนกันก่อนแล้วจัดงานเล็กๆเท่านั้น เนื่องจากส่วนตัวของดิฉันและแฟนต้องการทำบุญ ต้องการงานที่อบอุ่นและน่าจดจำ ดิฉันได้นำเรื่องไปปรึกษาแม่ แม่ดิฉันเริ่มพูดถึงพิธีการและจำนวนขันหมากที่ทำให้ดิฉันเองก็ไม่ทันตั้งตัว เพราะคิดว่าจะแค่รดน้ำเป็นสิริมงคลและทำุญเพียงเท่านั้น ส่วนพ่อดิฉันก็ตั้งเงินสินสอดไว้เยอะพอสมควร ดิฉันก็เอาเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาแฟน ทางแฟนเองก็ตกใจและเราสองคนก็ทะเลาะกัน โดยที่ดิฉันเองก็ไม่สามารถขัดใจพ่อแม่ได้เหมือนกัน ส่วนแฟนเองเค้าต้องนำเงินไปหมุนและมีแผนจะซื้อบ้านด้วย ดิฉันเครียดหนักมาก กลายเป็นโรคซึมเศร้า แม่ของดิฉันก็เริ่มใจอ่อน แต่ก็ยืนยันจำนวนขันหมาก ดิฉันเองก็ไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กับแฟนอีกเลย จนกระทั่งเริ่มปีที่สองเราพูดคุยเรื่องนี้กันอีกรอบ แฟนดิฉันก็เอ่ยปากว่าจะเตรียมเงินให้ แต่เรื่องพิธีการเค้าไม่ถนัดเลย และเค้าเองก็ไม่อยากให้ใครต้องมาฟุ่มเฟือยกับเรื่องที่เค้ามองแค่เปลือก ดิฉันยังไม่ได้บอกที่บ้านว่าเค้าจะให้พ่อแม่มาคุยแล้ว เพราะดิฉันกลัวว่ามันจะพัง เนื่องด้วยทัศนคติที่ไม่ตรงกัน ดิฉันเองก็หาทางออกให้กับเหตุการณ์นี้ไม่ได้เลย ดิฉันรักพ่อแม่มาก และก็รักแฟนคนนี้มากเช่นกัน สุดท้ายเราทั้งสองคนก็ยังหาบทสรุปให้กับเรื่องนี้ไม่ได้เลย ดิฉันในฐานะคนกลางยอมรับว่าลำบากใจจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่