มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมเคยตั้งกระทู้ในไอดีเก่าที่โดนบิน คือเรื่องที่ว่าผมไม่สามารถขับรถได้เพราะปัญหาทางสมอง กลัวผู้หญิงจะไม่ชอบ ตอนแรกก็เผื่อใจไว้ว่าจะต้องโดนด่าแน่ๆ ที่ไหนได้มีแต่คนชมว่าคิดดีแล้วที่ไม่เอาชีวิตคนที่เรารักมาเสี่ยงอันตราย บางคนบอกว่าถ้ามีแฟนก็อย่าปิดบัง บอกเขาไปตรงๆ ไม่งั้นเขาจะเข้าใจผิด
ตอนนั้นผมคิดอยู่เรื่องเดียวว่ากลัวมีแฟนแล้วแฟนจะไม่เข้าใจ คือไม่ใช่ว่าผมไม่หัดขับนะ แต่คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าไม่ควรให้ผมขับ สาเหตุหลักๆ ก็คือการทำงานที่ไม่สัมพันธ์กันของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ประกอบกับผมเป็นคนอารมณ์ร้อนและเสียสมาธิได้ง่าย ประเมินดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นอุปสรรคต่อการขับรถค่อนข้างรุนแรง คุณพ่อคุณแม่เลยไม่ให้ผมขับรถครับ ทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหนผมนั่งรถสาธารณะตลอด หลักๆ ก็รถเมล์กับรถไฟฟ้า แท็กซี่นั่งเฉพาะเวลารีบจริงๆ บางทีก็ตุ๊กๆ บางทีก็มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ผมไม่ชอบนั่งวินข้ามเขตเพราะกลัวโดนฟันราคา แต่ถ้าระยะทางไม่ไกลมากผมจะเดินเพราะอยากออกกำลังกายและประหยัดค่าโดยสาร ส่วนเวลาไปต่างจังหวัดผมนั่งรถไฟไปแล้วต่อรถรับจ้างแถวนั้น (เคยไปแค่อยุธยาครั้งเดียว ตอนนั้นนั่งรถไฟไป ถึงสถานีแล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งไม่คิดว่าจะราคากันเองขนาดนั้น)
ถึงตอนนี้ผมคิดแล้วว่าถ้ายังอยู่ตัวคนเดียวก็คงต้องพึ่งรถโดยสารสาธารณะแบบนี้ไปเรื่อยๆ ชีวิตนี้คงไม่ต้องมีรถส่วนตัว (เพราะมีก็ขับไม่ได้ แล้วก็ไม่มีปัญญาจ้างคนขับรถด้วย) ผมเลยเริ่มมาคิดถึงข้อดีของการไม่ใช้รถส่วนตัวว่ามีดีอะไรบ้าง เท่าที่คิดได้มีประมาณนี้ครับ
1. ประหยัดค่าน้ำมัน
2. ประหยัดค่าบำรุงรักษารถ (เอาเงินจากข้อ 1-2 ไปใช้ทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ)
3. เวลาไปไหนมาไหนไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถ
4. ช่วยลดปัญหาเรื่องการจราจร
5. ลดปัญหาการมีเรื่องกันบนท้องถนน
มีอีกไหมครับ ข้อดีของการไม่ใช้รถส่วนตัว แต่ก็ไม่แน่นะครับ ถ้าอนาคตผมมีแฟนที่เข้าใจและยอมรับได้ แต่ถ้าถามตรงๆ จะให้ผู้หญิงไปรับไปส่งบ่อยๆ ผมก็รู้สึกเหมือนเราเอาเปรียบเขา แต่จะให้ไปหัดขับรถ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่อนุญาตอีก (เคยขอนะครับไม่ใช่ไม่เคย) ผมก็เลยอยากรู้ข้อดีของการเดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัว เพราะอยากแสดงให้เห็นว่า ถึงไม่มีรถก็ไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ครับ
ป.ล.เรื่องขับรถไม่ได้นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ยังไม่อยากมีแฟนครับ พูดรวมๆ คือ”ยังหาคนที่เข้าใจเราไม่ได้”นี่แหละ
ป.ล.2 ขอใช้คำว่า”ไม่สามารถขับรถได้”นะครับ เพราะถ้าใช้คำว่า”ขับรถไม่เป็น”อาจจะมีคนเข้าใจผิด
อยากรู้ข้อดีของการไม่ใช้รถส่วนตัว จากผู้ชายที่ไม่สามารถขับรถได้คนหนึ่ง
ตอนนั้นผมคิดอยู่เรื่องเดียวว่ากลัวมีแฟนแล้วแฟนจะไม่เข้าใจ คือไม่ใช่ว่าผมไม่หัดขับนะ แต่คุณพ่อคุณแม่เห็นว่าไม่ควรให้ผมขับ สาเหตุหลักๆ ก็คือการทำงานที่ไม่สัมพันธ์กันของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย ประกอบกับผมเป็นคนอารมณ์ร้อนและเสียสมาธิได้ง่าย ประเมินดูแล้วคิดว่าน่าจะเป็นอุปสรรคต่อการขับรถค่อนข้างรุนแรง คุณพ่อคุณแม่เลยไม่ให้ผมขับรถครับ ทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหนผมนั่งรถสาธารณะตลอด หลักๆ ก็รถเมล์กับรถไฟฟ้า แท็กซี่นั่งเฉพาะเวลารีบจริงๆ บางทีก็ตุ๊กๆ บางทีก็มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่ผมไม่ชอบนั่งวินข้ามเขตเพราะกลัวโดนฟันราคา แต่ถ้าระยะทางไม่ไกลมากผมจะเดินเพราะอยากออกกำลังกายและประหยัดค่าโดยสาร ส่วนเวลาไปต่างจังหวัดผมนั่งรถไฟไปแล้วต่อรถรับจ้างแถวนั้น (เคยไปแค่อยุธยาครั้งเดียว ตอนนั้นนั่งรถไฟไป ถึงสถานีแล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งไม่คิดว่าจะราคากันเองขนาดนั้น)
ถึงตอนนี้ผมคิดแล้วว่าถ้ายังอยู่ตัวคนเดียวก็คงต้องพึ่งรถโดยสารสาธารณะแบบนี้ไปเรื่อยๆ ชีวิตนี้คงไม่ต้องมีรถส่วนตัว (เพราะมีก็ขับไม่ได้ แล้วก็ไม่มีปัญญาจ้างคนขับรถด้วย) ผมเลยเริ่มมาคิดถึงข้อดีของการไม่ใช้รถส่วนตัวว่ามีดีอะไรบ้าง เท่าที่คิดได้มีประมาณนี้ครับ
1. ประหยัดค่าน้ำมัน
2. ประหยัดค่าบำรุงรักษารถ (เอาเงินจากข้อ 1-2 ไปใช้ทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ)
3. เวลาไปไหนมาไหนไม่ต้องเสียเวลาหาที่จอดรถ
4. ช่วยลดปัญหาเรื่องการจราจร
5. ลดปัญหาการมีเรื่องกันบนท้องถนน
มีอีกไหมครับ ข้อดีของการไม่ใช้รถส่วนตัว แต่ก็ไม่แน่นะครับ ถ้าอนาคตผมมีแฟนที่เข้าใจและยอมรับได้ แต่ถ้าถามตรงๆ จะให้ผู้หญิงไปรับไปส่งบ่อยๆ ผมก็รู้สึกเหมือนเราเอาเปรียบเขา แต่จะให้ไปหัดขับรถ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่อนุญาตอีก (เคยขอนะครับไม่ใช่ไม่เคย) ผมก็เลยอยากรู้ข้อดีของการเดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัว เพราะอยากแสดงให้เห็นว่า ถึงไม่มีรถก็ไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ครับ
ป.ล.เรื่องขับรถไม่ได้นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ยังไม่อยากมีแฟนครับ พูดรวมๆ คือ”ยังหาคนที่เข้าใจเราไม่ได้”นี่แหละ
ป.ล.2 ขอใช้คำว่า”ไม่สามารถขับรถได้”นะครับ เพราะถ้าใช้คำว่า”ขับรถไม่เป็น”อาจจะมีคนเข้าใจผิด