'ธนาธร' ลุย'กำแพงเพชร'ลั่น จะยกระดับชาวนา ต้องหนุนให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1082918
‘ธนาธร’ ลุย ‘กำแพงเพชร’ หนุนใช้เทคโนโลยียกระดับ สร้าง ‘เกษตร 4.0’ ที่แท้จริง
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นาย
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนาย
รณวิต หล่อเลิศสุนทร ว่าที่รองหัวหน้าพรรค จัดกิจกรรม
“ธนาธรออนทัวร์” รับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่ ต.ดอนแตง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืช อาทิ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ทั้งนี้ ปัญหาหลักที่เกษตรกรสะท้อนคือ เรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมโรงสีข้าว และลานตากข้าวของชุมชน
นาย
ธนาธร กล่าวว่า การเดินทางมารับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ถือว่าเป็นจังหวัดที่ 40 แล้วในการเดินทางของตนเอง และมีความตั้งใจจะไปให้ครบทุกจังหวัด เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวนโยบายต่อไป ทั้งนี้ จากการได้ไปหลายๆ แห่งทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา พบปัญหาตรงกันเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการผลิตมีราคาสูง เป็นปัญหาใหญ่มาก สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชแทบทุกชนิด มีการพูดถึงให้รัฐเข้ามาช่วยรับจำนำ หรือประกันพืชผล แต่สำหรับอนาคตใหม่ การประกันราคาผลผลิทางการเกษตรมีความจำเป็นแค่ในระยะสั้น ในช่วง 1-2 ปีแรกรัฐอาจจะต้องเข้ามาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน แต่ในระยะยาว อยนาคตใหม่มองไปถึงเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน
“เราต้องสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ยกตัวอย่าง เครื่องอบข้าวลดความชื้น ด้วยงบประมาณ 53,000 ล้านบาทที่ใช้ในการประกันราคาข้าวปีล่าสุด รัฐสามารถนำเครื่องนี้ไปให้ประชาชนใช้ได้ทุกชุมชน ไม่ต้องไปแย่งกันตากที่ลานวัด ไม่ต้องใช้ท้องถนนเป็นลานตากข้าว และด้วยเทคโนโลยีนี้เราจะได้ค่าความชื้นของข้าวที่เป็นตัวเลขวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่วัดด้วยความรู้สึกแบบที่เกษตรกรถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี มีนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ทันสมัยอีกมากที่สามารถนำมาใช้เพิ่มผลผลิตได้ นี่ต่างหากคือ เกษตร 4.0 ที่แท้จริง” นาย
ธนาธรกล่าว
เพื่อไทย ชี้ ประชาชนไม่อยากให้แก้กฎหมาย กกต.กลัวกระทบโรดแม็ป
https://www.thairath.co.th/content/1353115
อนุสรณ์ รักษาการรองโฆษก พรรคเพื่อไทย ชี้ ประชาชนไม่อยากให้แก้ พ.ร.ป.กกต. หลังหลายโพลชี้คนกลัวกระทบโรดแม็ป ย้ำคนส่วนมากอยากเห็นการเดินหน้า ซัดบิ๊กตู่ยื้อเลือกตั้งต่อท่ออำนาจ...
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2561 นาย
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนช.ส่วนหนึ่งร่วมกันลงชื่อยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประเด็นผู้ตรวจการเลือกตั้งจนถูกวิพากษ์วิจารณ์และเกิดความหวาดระแวงจะส่งผลกระทบต่อโรดแม็ปการเลือกตั้งต้องยืดออกไป ว่า สนช.ที่ร่วมกันลงชื่อถ้าฟังกระแสสังคม ฟังเสียงประชาชนบ้าง จะรับรู้ได้เองว่าประชาชนต้องการอะไร อยากให้แก้ไข พ.ร.ป.กกต.หรือไม่ วันนี้โพลสำนักต่างๆ สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง การลงทุนทั้งจากต่างประเทศ ภาคเอกชนในประเทศ ต่างก็รอดูความชัดเจนการเลือกตั้ง
รักษาการ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ดังนั้นการเรียกร้องการเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จึงเป็นความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน นักการเมืองคือกลุ่มคนกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบหากยังไม่มีการเลือกตั้ง แต่ที่กระทบกันถ้วนหน้าคือ ประชาชน ความเชื่อมั่นของประเทศที่เกิดคำถามจากนานาประเทศว่าทำไมช่วงเวลา 4-5 ปี ประเทศไทยไม่สามารถกลับสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากลได้เพราะอะไร มีความพยายามในการยื้อการเลือกตั้งออกไปให้นานที่สุด เพื่อขยายการสืบทอดอำนาจออกไปให้นานที่สุดด้วยหรือไม่ กลุ่มการเมืองต่างๆ ที่จะสนับสนุนพลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง ก็ประกาศตัวชัดเจนพร้อมเป็นรัฐบาลทุกกลุ่มการเมืองแล้ว ถึงขั้นมีการเดินสายดูดสัญจร คู่ขนานไปกับการจัดประชุม ครม.สัญจร ก็เปิดหน้าทำกันแล้ว
นาย
อนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า แม่น้ำ 5 สาย ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมบอกว่าจะจัดการเลือกตั้ง ก.พ. 2562 จึงยังไม่มีคนเชื่อมากนัก ส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของพวกท่านที่ผ่านมา ที่ประกาศจะเลือกตั้งแล้วก็หาแท็กติกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือการที่แม่น้ำ 5 สายต่างฝ่ายต่างพูดต่างตีความจนสับสนไปหมดหรือไม่ ดังนั้นสิ่งใดที่จะเป็นส่งสัญญาณสร้างความหวาดระแวงต่อประเทศชาติและประชาชน ต้องระมัดระวัง.
รองหน.ประชาธิปัตย์ เชื่อสังคมมอง สนช. รับใบสั่งผู้มีอำนาจ หวังยื้อเวลา
https://www.matichon.co.th/politics/news_1082631
“องอาจ” ชี้แก้ กม. กกต. ปมผู้ตรวจการ ลต.กระทบความเชื่อมั่นเลือกตั้งแน่ เชื่อ สนช. รับใบสั่งผู้มีอำนาจ หวังยื้อเวลา
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นาย
องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าชื่อเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเน้นไปที่ระบบการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า การแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของ สนช. ที่สามารถทำได้เมื่อพบว่าหลังมีการบังคับใช้กฎหมายไปแล้วมีปัญหาที่ควรแก้ไข แต่การที่ สนช.เสนอแก้กฎหมาย กกต.ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งโดยอ้างว่า กกต.ชุดปัจจุบันกำลังจะหมดหน้าที่ควรรอให้ กกต. ชุดใหม่มาทำหน้าที่สรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้นเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะ กกต. ชุดปัจจุบันมีอำนาจหน้าที่ทำงานตามปกติจนกว่าจะมี กกต. ชุดใหม่ เพราะฉะนั้นการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งก็เป็นการทำงานปกติตามกฎหมายและระเบียบที่วางไว้ ส่วนที่ สนช. อ้างว่า กกต. ออกระเบียบการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่เหมาะสม จึงต้องการแก้กฎหมาย กกต. เพื่อกำหนดวิธีการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งไว้ในกฎหมาย โดยไม่ให้ กกต.ไปออกระเบียบเองนั้น ซึ่งเมื่อดูร่างแก้ไขกฎหมาย กกต.ของ สนช. แล้ว ก็ไม่เห็นหลักประกันอะไรที่แสดงให้เห็นว่าจะได้ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ดีกว่าแต่อย่างใด
นาย
องอาจกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นร่างแก้ไขกฎหมาย กกต. ของ สนช. กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งโดยตัดองค์ประกอบในส่วนของภาคประชาชนออกไปอีกด้วย ซึ่งถือว่าแย่กว่าเดิม เพราะของเดิมมีภาคประชาชนเข้าร่วมสรรหาด้วย ถึงแม้ สนช.จะอ้างว่าเสนอแก้ไขกฎหมาย กกต. เป็นเจตนาดี เพื่อทำให้การเลือกตั้งเกิดความสุจริตเที่ยงธรรม แต่ข้ออ้างในการแก้ไขกฎหมาย กกต. ไม่สมเหตุสมผล จึงถูกมองได้ว่าการเคลื่อนไหวแก้ไขกฎหมาย กกต. ครั้งนี้มีใบสั่งจากผู้มีอำนาจมาถึง สนช. เพื่อทำให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญของ กกต. เป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นอันตรายมากต่อการที่ประเทศกำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง เพราะผู้มีอำนาจมีแนวโน้มจะเป็นผู้ลงสนามเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าถูกสังคมมองว่าผู้มีอำนาจกำลังใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้องผ่านกลไกผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อให้สมประโยชน์ กับตนเองมากที่สุด ก็จะยิ่งฉุดรั้งความไม่เชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งมากขึ้น ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อการเดินหน้าประเทศไทยให้เข้าสู่สภาวะปกติแต่อย่างใด จึงขอฝากผู้มีอำนาจไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี และหาทางทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น กับการเลือกตั้งให้ได้ เพราะถ้าปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังต่อไปก็จะส่งผลกระทบสร้างภาพลบต่อผู้มีอำนาจต่อไป
'ไพศาล'ปลุกปชช.หนุนพรรคมีนโยบายถอดกัญชาจากยาเสพติด ยก มะกันเอาทำเบียร์แล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_1082897
วันนี้ (12 ส.ค.) นาย
ไพศาล พืชมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรี (พล.อ.
ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ แสดงความเห็นสนับสนุนพรรคการเมืองที่จะปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยระบุว่า
“นับถึงเวลานี้ ยังไม่มีพรรคการเมืองใด ประกาศนโยบายที่จะปลดล็อค กะท่อม กัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดเพื่อใช้ในทางการแพทย์เลย พี่น้องประชาชนจะต้องช่วยสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนโยบายเรื่องนี้”
ก่อนหน้านี้ นาย
ไพศาล โพสต์ข้อความ ถึงเบียร?ยี่ห้อหนึ่ง ที่ได้เปิดตัวเบียร์กัญชา ในอเมริกา
“เมืองไทยเรา ขอแค่ปลดล๊อคสกัดเป็นยารักษามะเร็งก่อนได้ไหมครับมบริษัทเบียร์ยักใหญ่วางจำหน่าย เบียร์กัญชาที่ปราศจากแอลกอฮอล์ 100% มีแต่ THC (สารสกัดจากกัญชา) ล้วนๆ ชื่อ Hi-Fi Hops แล้ว ณ แคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรัฐที่กัญชาถูกกฎหมาย หลังจากนี้บทบาทของกัญชาในโลกเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ผลิตภัณฑ์จากกัญชาอีกมากมายหลายหมื่นชนิด จะทยอยออกสู่ตลาดเรื่อยๆ วันนึงร้านกัญชาจะมีอยู่ทั่วไปเหมือนร้านกาแฟ ในปัจจุบันก็เป็นได้”
"สามมิตร"ยันลงพื้นที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
https://www.dailynews.co.th/politics/660181
"กลุ่มสามมิตร"มั่นใจไม่ทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง-ไม่ขัดคำสั่งคสช. เหตุไม่ใช่พรรค อ้างช่วยรัฐบาลลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน เหน็บอาจไม่ถูกใจบางคน
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. นาย
ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีที่ประธานกกต.สั่งตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ว่า เราคิดว่าไม่น่าจะผิดกฏหมาย เพราะกลุ่มสามมิตรไม่ใช่พรรคการเมือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง เราเป็นกลุ่มคนที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน เราทำในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อพี่น้องประชาชน คนยากคนจนนำเสนอปัญหาต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนผ่านกลุ่มสามมิตร เราก็จะนำปัญหาข้อเรียกร้องต่างๆ ส่งไปยังรัฐบาลผ่านช่องทางต่างๆเพื่อให้รัฐบาลช่วยดำเนินการแก้ไข ถือเป็นการสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนฐานรากของประเทศเท่านั้น
นาย
ธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราเชื่อมั่นว่าไม่ได้กระทำการที่ขัดคำสั่งคสช. เพราะกลุ่มสามมิตรเดินทางไปรับฟังปัญหาของประชาชน ไม่ได้ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไปสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง ส่วนตัวจึงเชื่อว่าคสช.จะเข้าใจ นอกจากนี้ กลุ่มสามมิตรยังช่วยรัฐบาลทางอ้อมในการสะท้อนปัญหาต่างๆของประชาชน รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบและได้ประโยชน์ อาทิ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ชาวบ้านพอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น แนวทางการทำงานของกลุ่มสามมิตรจึงไม่น่าจะผิดกฏหมายอะไร เพียงแต่อาจไม่ถูกใจใครบางคน ถ้าสิ่งที่กลุ่มสามมิตรทำเพื่อประชาชนนั้น ถูกใจประชาชนทั่วประเทศ เรายังเดินหน้าลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป.
JJNY : 8in1 ธนาธรลุยกำแพงเพชร/พท.ชี้แก้กม./แมงสาปชี้สนช.รับใบสั่ง/ไพศาลหนุนกัญชา/สามมิตร/ปธ.กกต./ชุมนุมบ้านพัก/สค.การค้า
https://www.matichon.co.th/politics/news_1082918
‘ธนาธร’ ลุย ‘กำแพงเพชร’ หนุนใช้เทคโนโลยียกระดับ สร้าง ‘เกษตร 4.0’ ที่แท้จริง
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายรณวิต หล่อเลิศสุนทร ว่าที่รองหัวหน้าพรรค จัดกิจกรรม “ธนาธรออนทัวร์” รับฟังปัญหาประชาชนในพื้นที่ ต.ดอนแตง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืช อาทิ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ทั้งนี้ ปัญหาหลักที่เกษตรกรสะท้อนคือ เรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมโรงสีข้าว และลานตากข้าวของชุมชน
นายธนาธร กล่าวว่า การเดินทางมารับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ถือว่าเป็นจังหวัดที่ 40 แล้วในการเดินทางของตนเอง และมีความตั้งใจจะไปให้ครบทุกจังหวัด เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวนโยบายต่อไป ทั้งนี้ จากการได้ไปหลายๆ แห่งทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา พบปัญหาตรงกันเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการผลิตมีราคาสูง เป็นปัญหาใหญ่มาก สำหรับเกษตรกรที่ปลูกพืชแทบทุกชนิด มีการพูดถึงให้รัฐเข้ามาช่วยรับจำนำ หรือประกันพืชผล แต่สำหรับอนาคตใหม่ การประกันราคาผลผลิทางการเกษตรมีความจำเป็นแค่ในระยะสั้น ในช่วง 1-2 ปีแรกรัฐอาจจะต้องเข้ามาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน แต่ในระยะยาว อยนาคตใหม่มองไปถึงเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า ทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน
“เราต้องสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ยกตัวอย่าง เครื่องอบข้าวลดความชื้น ด้วยงบประมาณ 53,000 ล้านบาทที่ใช้ในการประกันราคาข้าวปีล่าสุด รัฐสามารถนำเครื่องนี้ไปให้ประชาชนใช้ได้ทุกชุมชน ไม่ต้องไปแย่งกันตากที่ลานวัด ไม่ต้องใช้ท้องถนนเป็นลานตากข้าว และด้วยเทคโนโลยีนี้เราจะได้ค่าความชื้นของข้าวที่เป็นตัวเลขวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่วัดด้วยความรู้สึกแบบที่เกษตรกรถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี มีนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ทันสมัยอีกมากที่สามารถนำมาใช้เพิ่มผลผลิตได้ นี่ต่างหากคือ เกษตร 4.0 ที่แท้จริง” นายธนาธรกล่าว
เพื่อไทย ชี้ ประชาชนไม่อยากให้แก้กฎหมาย กกต.กลัวกระทบโรดแม็ป
https://www.thairath.co.th/content/1353115
อนุสรณ์ รักษาการรองโฆษก พรรคเพื่อไทย ชี้ ประชาชนไม่อยากให้แก้ พ.ร.ป.กกต. หลังหลายโพลชี้คนกลัวกระทบโรดแม็ป ย้ำคนส่วนมากอยากเห็นการเดินหน้า ซัดบิ๊กตู่ยื้อเลือกตั้งต่อท่ออำนาจ...
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2561 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนช.ส่วนหนึ่งร่วมกันลงชื่อยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประเด็นผู้ตรวจการเลือกตั้งจนถูกวิพากษ์วิจารณ์และเกิดความหวาดระแวงจะส่งผลกระทบต่อโรดแม็ปการเลือกตั้งต้องยืดออกไป ว่า สนช.ที่ร่วมกันลงชื่อถ้าฟังกระแสสังคม ฟังเสียงประชาชนบ้าง จะรับรู้ได้เองว่าประชาชนต้องการอะไร อยากให้แก้ไข พ.ร.ป.กกต.หรือไม่ วันนี้โพลสำนักต่างๆ สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง การลงทุนทั้งจากต่างประเทศ ภาคเอกชนในประเทศ ต่างก็รอดูความชัดเจนการเลือกตั้ง
รักษาการ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ดังนั้นการเรียกร้องการเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จึงเป็นความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน นักการเมืองคือกลุ่มคนกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบหากยังไม่มีการเลือกตั้ง แต่ที่กระทบกันถ้วนหน้าคือ ประชาชน ความเชื่อมั่นของประเทศที่เกิดคำถามจากนานาประเทศว่าทำไมช่วงเวลา 4-5 ปี ประเทศไทยไม่สามารถกลับสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากลได้เพราะอะไร มีความพยายามในการยื้อการเลือกตั้งออกไปให้นานที่สุด เพื่อขยายการสืบทอดอำนาจออกไปให้นานที่สุดด้วยหรือไม่ กลุ่มการเมืองต่างๆ ที่จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง ก็ประกาศตัวชัดเจนพร้อมเป็นรัฐบาลทุกกลุ่มการเมืองแล้ว ถึงขั้นมีการเดินสายดูดสัญจร คู่ขนานไปกับการจัดประชุม ครม.สัญจร ก็เปิดหน้าทำกันแล้ว
นายอนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า แม่น้ำ 5 สาย ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมบอกว่าจะจัดการเลือกตั้ง ก.พ. 2562 จึงยังไม่มีคนเชื่อมากนัก ส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของพวกท่านที่ผ่านมา ที่ประกาศจะเลือกตั้งแล้วก็หาแท็กติกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก หรือการที่แม่น้ำ 5 สายต่างฝ่ายต่างพูดต่างตีความจนสับสนไปหมดหรือไม่ ดังนั้นสิ่งใดที่จะเป็นส่งสัญญาณสร้างความหวาดระแวงต่อประเทศชาติและประชาชน ต้องระมัดระวัง.
รองหน.ประชาธิปัตย์ เชื่อสังคมมอง สนช. รับใบสั่งผู้มีอำนาจ หวังยื้อเวลา
https://www.matichon.co.th/politics/news_1082631
“องอาจ” ชี้แก้ กม. กกต. ปมผู้ตรวจการ ลต.กระทบความเชื่อมั่นเลือกตั้งแน่ เชื่อ สนช. รับใบสั่งผู้มีอำนาจ หวังยื้อเวลา
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าชื่อเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเน้นไปที่ระบบการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า การแก้ไขกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของ สนช. ที่สามารถทำได้เมื่อพบว่าหลังมีการบังคับใช้กฎหมายไปแล้วมีปัญหาที่ควรแก้ไข แต่การที่ สนช.เสนอแก้กฎหมาย กกต.ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งโดยอ้างว่า กกต.ชุดปัจจุบันกำลังจะหมดหน้าที่ควรรอให้ กกต. ชุดใหม่มาทำหน้าที่สรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้นเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะ กกต. ชุดปัจจุบันมีอำนาจหน้าที่ทำงานตามปกติจนกว่าจะมี กกต. ชุดใหม่ เพราะฉะนั้นการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งก็เป็นการทำงานปกติตามกฎหมายและระเบียบที่วางไว้ ส่วนที่ สนช. อ้างว่า กกต. ออกระเบียบการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่เหมาะสม จึงต้องการแก้กฎหมาย กกต. เพื่อกำหนดวิธีการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งไว้ในกฎหมาย โดยไม่ให้ กกต.ไปออกระเบียบเองนั้น ซึ่งเมื่อดูร่างแก้ไขกฎหมาย กกต.ของ สนช. แล้ว ก็ไม่เห็นหลักประกันอะไรที่แสดงให้เห็นว่าจะได้ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ดีกว่าแต่อย่างใด
นายองอาจกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นร่างแก้ไขกฎหมาย กกต. ของ สนช. กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งโดยตัดองค์ประกอบในส่วนของภาคประชาชนออกไปอีกด้วย ซึ่งถือว่าแย่กว่าเดิม เพราะของเดิมมีภาคประชาชนเข้าร่วมสรรหาด้วย ถึงแม้ สนช.จะอ้างว่าเสนอแก้ไขกฎหมาย กกต. เป็นเจตนาดี เพื่อทำให้การเลือกตั้งเกิดความสุจริตเที่ยงธรรม แต่ข้ออ้างในการแก้ไขกฎหมาย กกต. ไม่สมเหตุสมผล จึงถูกมองได้ว่าการเคลื่อนไหวแก้ไขกฎหมาย กกต. ครั้งนี้มีใบสั่งจากผู้มีอำนาจมาถึง สนช. เพื่อทำให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญของ กกต. เป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นอันตรายมากต่อการที่ประเทศกำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง เพราะผู้มีอำนาจมีแนวโน้มจะเป็นผู้ลงสนามเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ถ้าถูกสังคมมองว่าผู้มีอำนาจกำลังใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้องผ่านกลไกผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อให้สมประโยชน์ กับตนเองมากที่สุด ก็จะยิ่งฉุดรั้งความไม่เชื่อมั่นต่อความสุจริตเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งมากขึ้น ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อการเดินหน้าประเทศไทยให้เข้าสู่สภาวะปกติแต่อย่างใด จึงขอฝากผู้มีอำนาจไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี และหาทางทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น กับการเลือกตั้งให้ได้ เพราะถ้าปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังต่อไปก็จะส่งผลกระทบสร้างภาพลบต่อผู้มีอำนาจต่อไป
'ไพศาล'ปลุกปชช.หนุนพรรคมีนโยบายถอดกัญชาจากยาเสพติด ยก มะกันเอาทำเบียร์แล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_1082897
วันนี้ (12 ส.ค.) นายไพศาล พืชมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ แสดงความเห็นสนับสนุนพรรคการเมืองที่จะปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยระบุว่า
“นับถึงเวลานี้ ยังไม่มีพรรคการเมืองใด ประกาศนโยบายที่จะปลดล็อค กะท่อม กัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดเพื่อใช้ในทางการแพทย์เลย พี่น้องประชาชนจะต้องช่วยสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนโยบายเรื่องนี้”
ก่อนหน้านี้ นายไพศาล โพสต์ข้อความ ถึงเบียร?ยี่ห้อหนึ่ง ที่ได้เปิดตัวเบียร์กัญชา ในอเมริกา
“เมืองไทยเรา ขอแค่ปลดล๊อคสกัดเป็นยารักษามะเร็งก่อนได้ไหมครับมบริษัทเบียร์ยักใหญ่วางจำหน่าย เบียร์กัญชาที่ปราศจากแอลกอฮอล์ 100% มีแต่ THC (สารสกัดจากกัญชา) ล้วนๆ ชื่อ Hi-Fi Hops แล้ว ณ แคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรัฐที่กัญชาถูกกฎหมาย หลังจากนี้บทบาทของกัญชาในโลกเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ผลิตภัณฑ์จากกัญชาอีกมากมายหลายหมื่นชนิด จะทยอยออกสู่ตลาดเรื่อยๆ วันนึงร้านกัญชาจะมีอยู่ทั่วไปเหมือนร้านกาแฟ ในปัจจุบันก็เป็นได้”
"สามมิตร"ยันลงพื้นที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
https://www.dailynews.co.th/politics/660181
"กลุ่มสามมิตร"มั่นใจไม่ทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง-ไม่ขัดคำสั่งคสช. เหตุไม่ใช่พรรค อ้างช่วยรัฐบาลลงพื้นที่รับฟังปัญหาชาวบ้าน เหน็บอาจไม่ถูกใจบางคน
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีที่ประธานกกต.สั่งตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ว่า เราคิดว่าไม่น่าจะผิดกฏหมาย เพราะกลุ่มสามมิตรไม่ใช่พรรคการเมือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง เราเป็นกลุ่มคนที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน เราทำในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อพี่น้องประชาชน คนยากคนจนนำเสนอปัญหาต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนผ่านกลุ่มสามมิตร เราก็จะนำปัญหาข้อเรียกร้องต่างๆ ส่งไปยังรัฐบาลผ่านช่องทางต่างๆเพื่อให้รัฐบาลช่วยดำเนินการแก้ไข ถือเป็นการสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนฐานรากของประเทศเท่านั้น
นายธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราเชื่อมั่นว่าไม่ได้กระทำการที่ขัดคำสั่งคสช. เพราะกลุ่มสามมิตรเดินทางไปรับฟังปัญหาของประชาชน ไม่ได้ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไปสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง ส่วนตัวจึงเชื่อว่าคสช.จะเข้าใจ นอกจากนี้ กลุ่มสามมิตรยังช่วยรัฐบาลทางอ้อมในการสะท้อนปัญหาต่างๆของประชาชน รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบและได้ประโยชน์ อาทิ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ชาวบ้านพอใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น แนวทางการทำงานของกลุ่มสามมิตรจึงไม่น่าจะผิดกฏหมายอะไร เพียงแต่อาจไม่ถูกใจใครบางคน ถ้าสิ่งที่กลุ่มสามมิตรทำเพื่อประชาชนนั้น ถูกใจประชาชนทั่วประเทศ เรายังเดินหน้าลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป.