แค่อยากระบาย สุดท้ายก็กลายเป็นมือที่สาม

น่าจะกว่า 2 ปีแล้ว กับการแอบชอบใครคนนั้น ...เราจำวันเวลาที่แน่นอนไม่ได้หรอก เพราะเราไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นจากตรงไหน อึดอัด...แต่คุยกับใครไม่ได้ จนต้องมาตั้งกระทู้ ทั้งๆที่มีคนเตือนแล้ว ว่าดูให้ดีๆ แต่สุดท้าย...ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

หลังจากที่ได้ฟังคำเตือนนั้น บอกเลยว่าค่อนข้างปิดใจ พยายามทำตัวให้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่ดี แผนกเราเป็นแผนกเล็กๆ มีคนน้อย แต่ค่อนข้างสนิทสนมกัน ค่อนข้างรู้เรื่องส่วนตัวกัน รวมไปถึงสถานะหัวใจของเพื่อนๆ ร่วมงาน เรายังคงแอบชอบพี่เค้าแบบเงียบๆ ยังคอยติดตามเรื่องพี่เค้าอยู่ห่างๆ ว่าช่วงไหนมีแฟน ช่วงไหนโสด ช่วงไหนเริ่มมีคนคุย และด้วยความสนิทสนมกันในแผนก ทำให้รู้เรื่องพวกนี้ได้โดยไม่ต้องสืบ ไม่ต้องถามใคร แค่วงสนทนาเล็กๆ ระหว่างวัน ทำให้รับรู้ความเคลื่อนไหวของพี่เค้าได้เป็นอย่างดี

จนมาวันนึง พี่เค้าเริ่มที่จะเข้ามาคุยกับเรามากขึ้น เริ่มสนใจกิจกรรมยามว่างของเรามากขึ้น แทบจะทำเหมือนเราเลยก็ว่าได้ มันเลยทำให้เราเหมือนจะเข้ากันได้มากขึ้น คุยกันตลอด เริ่มออกไปไหนมาไหนด้วยกัน และด้วยใจเราที่มันแอบชอบเค้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีเหรอที่จะไม่หวั่นไหว ในเวลาแค่ไม่กี่เดือนมานี้ เราบอกได้เลยว่า เราชอบพี่เค้ามาก และจากการกระทำ (ไม่มีเรื่องทะลึ่งๆ นะ....อย่าคิดไกล) และคำพูดต่างๆ เราเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าพี่เค้าคงรู้สึกไม่ต่างกัน เราอยู่แบบแฮปปี้มากๆ ค่ะช่วงนี้ มีกำลังใจจะทำงานมากเป็นพิเศษ และแน่นอนค่ะ...พี่เค้าก็ดูไม่ต่างกัน แต่เรื่องนี้ยังคงเป็นความลับระหว่างเราสองคนอยู่ เพราะถ้าคนอื่นๆ ในแผนกรู้ คงจะแซวกันให้วุ่นวายไปหมด เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะ แต่ก็ไม่เคยคุยกันว่าจะต้องปิด แต่แค่คิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมมากกว่า ณ ตอนนี้ ความรู้สึกที่เรามีมันไปไกลมากแล้ว

แล้ววันใจสลายของเราก็มาถึง วันนั้นเราต้องช่วยพี่เค้าทำงานชิ้นนึง แต่คอมเรามีปัญหา พี่เค้าเลยให้ใช้โน้ตบุ๊คของเค้าก่อน เพราะงานเร่งมาก โดยที่เราก็นั่งทำอยู่ที่โต๊ะพี่เค้านั่นแหละ แล้วจู่ๆ ก็มีข้อความเข้ามา เห็นกันทั้งคู่ พี่เค้ารีบปิดทันที แต่แค่ประโยคๆ เดียว ทำให้เราเข้าใจทุกอย่าง ตอนนั้น บอกได้คำเดียว ว่าหน้าชา ตัวชาไปหมด คิดอะไรไม่ออก แต่ก็แปลกนะคะที่น้ำตาไม่ยักกะไหล เรานั่งทำงานต่อเงียบๆ ค่ะ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำทุกอย่างให้เสร็จให้เร็วที่สุด แล้วรีบออกไปจากตรงนี้

เสร็จงาน เพื่อนๆ เจ้ากรรมชวนไปหาไรกินด้วยกัน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เราไม่อยากให้ใครอึดอัด จำต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากวันนั้น เราและพี่เค้าไม่คุยข้อความส่วนตัวกันอีกเลย ไม่โทรหากันอีกเลย จะมีบ้างก็ในข้อความกลุ่ม ไม่รู้ว่าเราหรือพี่เค้าเป็นฝ่ายตัดการติดต่อ แต่ไม่ได้บล๊อกกันหรอกนะคะ สิ่งที่เราคิดว่าต้องทำ คือการถอยออกมาให้เร็วที่สุด เราไม่ต้องการเป็นมือที่ 3 เราไม่ต้องการทำให้ใครอีกคนเสียใจ เรายอมเจ็บ (แล้วมันก็เจ็บมากด้วย) เรายอมเสียใจ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเจ็บ ไหนจะต้องเจอหน้ากันทุกวัน ไหนจะต้องทำตัวให้เป็นปกติเหมือนว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น เพื่อบรรยากาศการทำงานที่เหมือนเดิม ไม่ทำให้คนอื่นๆ ต้องพลอยอึดอัดไปด้วย มันเจ็บ และทรมานมากๆ ค่ะ คุยกับใครก็ไม่ได้ ระบายกับใครก็ไม่ได้ ถึงกับต้องมาระบายเอาในนี้ เราเป็นคนเพื่อนน้อย กับครอบครัวก็ต้องเข้มแข็ง ขออาศัยใช้พื้นที่ตรงนี้ซักหน่อยก็แล้วกันค่ะ เผื่อว่ามันจะทำให้ความรู้สึกเราดีขึ้น

เราไม่โทษใครหรอกนะคะ ถ้าเรื่องนี้จะมีคนผิด ก็คงเป็นตัวเราเองที่ปล่อยใจไปกับความรู้สึกเร็วไปโดยที่ไม่คิดหรือตรวจสอบให้ดีซะก่อน ส่วนผู้ชายคนนั้น วันนี้เราให้เป็นได้แค่คนที่ร่วมงานกันเท่านั้น คงจะไม่มีวันยอมให้เค้ากลับเข้ามาทำร้ายจิตใจเราอีกเป็นอันขาด เราไม่ต้องการเคลียร์ ไม่ต้องการถามอะไรค่ะ เพราะไม่ว่าจะได้รับคำตอบหรือคำอธิบายอะไร เราคงไม่เชื่ออยู่ดี

เราสัญญาว่าจะเข้มแข็งค่ะ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้แม้ว่าต้องเดินเพียงลำพัง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่