ฉบับที่ ๕๕ วันเสาร์ที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

เรื่อง หนุ่มกราบแม่สังเวยชีวิต ไม่มีใครดีหมด และหมดดี มีจริงหรือสะท้อนบุคคลใดในสมัยพุทธกาล?
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวหน้าหนึ่งสะท้อนความรักแม่ แลกด้วยชีวิต เมื่อหนุ่มมีหมายจับคดียาเสพติดมา 3 ปี ย้อนกลับมากราบแม่ที่บ้าน ตำรวจสืบตามมาจับ รีบวิ่งกระโดดหนีลงแม่น้ำ สุดท้ายกลายเป็นศพ
จากการสอบถามพี่ชายของผู้เสียชีวิต ทราบว่า น้องชายทำงานอยู่ในตัวเมืองอยุธยา ได้เดินทางมาหากราบแม่ เนื่องในวันแม่ ขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 4 นาย เข้ามาที่บ้าน และสอบถามหาน้องชาย ขณะที่น้องชายเห็นตำรวจจึงวิ่งหลบหนีไป ตนก็ไม่รู้ว่าไปทางไหน กระทั่งมาทราบว่าน้องชายโดดลงไปในแม่น้ำป่าสักจมหายไป
เมื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์ ซึ้งใจ (กราบแม่) พร้อมสลดใจ (เสียชีวิต) หรือซะใจ (คดียาเสพติดถูกลงโทษ) ในบุคคลคนเดียวกันนี้ ที่ทั้งชื่นชม และชอกช้ำ ต้องกล่าวได้ว่า “ไม่มีคนดีหมด ไม่มีคนหมดดี” แต่หากสังคมให้โอกาส ก็กลับมาเป็นคนดี สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้ การรู้คุณแม่ เป็นความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี แสดงถึงจิตใจที่ดีได้ หรือบุคคลเช่นใดที่หมดหนทางเยียวยาแล้ว หมดความดี ทำดีไม่ได้มีจริงหรือ จะยืนยันคำพูดที่ว่า ไม่มีคนดีหมด ไม่มีคนหมดดี ใช้กับทุกคนได้หรือไม่
ในฐานะผู้เขียนศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงพบเรื่องราวในสมัยพุทธกาล 2 เรื่อง เรื่องแรก องคุลีมาล อำมหิตฆ่าคน นับพัน สุดท้ายก็เป็นพระอรหันต์ได้ กลายเป็นบุคคลที่”ดีหมด” คือ ไม่มีโอกาสทำความชั่วได้แล้ว หมดกิเลสแล้ว ส่วนอีกเรื่องคือ ยายหอย ด่าพระหน้าวัดเชตวัน เรื่องนี้ขอสรุปสั้น ๆ ว่า โปรดไม่ขึ้น มีมิจฉาทิฐิ อย่างรุนแรง แม้พระพุทธเจ้าผู้ปรารถนา”รื้อสัตว์ขนสัตย์ออกจากองทุกข์”ยังไม่โปรด เรียกได้ว่า หมดดีจริงๆ ดังนั้น บุคคลดีหมดคือพระอรหันต์ มีนิพพานเป็นที่ไป บุคคลหมดดี คือ มิจฉาทิฐิ มีโลกันตร์นรกเป็นที่ไป
สรุป ชีวิตมนุษย์เกิดมาได้เพราะพ่อและแม่ มีความรู้ มีอาหาร เริ่มต้นจากท่านนี้ ท่านคือผู้มีคุณ ทำให้เราเอาตัวรอดได้ในสังคม แต่หากเกิดมิจฉาทิฐิเสียแล้ว จะรอดยาก ต้องระมัดระวังให้ดี พระพุทธเจ้าตรัสว่า ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ มี 2 อย่างได้แก่ 1.ปรโตโฆสะ คือ การโฆษณาแต่บุคคลอื่น เสียงจากผู้อื่น ฟังคำบอกเล่าชักจูงของผู้อื่นและ 2.อโยนิโสมนสิการ คือ การทำในใจโดยไม่แยบคาย การไม่ใช้ปัญญาพิจารณา ความไม่รู้จักคิด การปล่อยให้อวิชาครอบงำ ก็จะทำความชั่วได้ เช่น การด่าพระวัดนั้น วัดโน่น จากข้อมูลที่ผิดๆ ตกเป็นเครื่องมือของคนพาลได้ เหมือนคดียาเสพติด ที่หลงไปยุ่งเกี่ยวเข้า สุดท้ายภัยนั้นตามติดจนวาระสุดท้ายของชีวิต
ทุกท่านคิดเห็นอย่างไร แลกเปลี่ยนความรู้กันใน Comment Facebook, YouTube, Blog, Line, IG, Twitter, pantip ...กันนะครับ ขอบคุณครับ
B.S.
11 ส.ค. 2561
ตอน หนุ่มกราบแม่สังเวยชีวิต ไม่มีใครดีหมด และหมดดี มีจริงหรือสะท้อนบุคคลใดในสมัยพุทธกาล? เวลา 14.00-14.20 น.
https://youtu.be/ZstQdDI8Pew
หนุ่มกราบแม่สังเวยชีวิต ไม่มีใครดีหมด และหมดดี มีจริงหรือ? สะท้อนบุคคลใดในสมัยพุทธกาล?
เรื่อง หนุ่มกราบแม่สังเวยชีวิต ไม่มีใครดีหมด และหมดดี มีจริงหรือสะท้อนบุคคลใดในสมัยพุทธกาล?
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวหน้าหนึ่งสะท้อนความรักแม่ แลกด้วยชีวิต เมื่อหนุ่มมีหมายจับคดียาเสพติดมา 3 ปี ย้อนกลับมากราบแม่ที่บ้าน ตำรวจสืบตามมาจับ รีบวิ่งกระโดดหนีลงแม่น้ำ สุดท้ายกลายเป็นศพ
จากการสอบถามพี่ชายของผู้เสียชีวิต ทราบว่า น้องชายทำงานอยู่ในตัวเมืองอยุธยา ได้เดินทางมาหากราบแม่ เนื่องในวันแม่ ขณะนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 4 นาย เข้ามาที่บ้าน และสอบถามหาน้องชาย ขณะที่น้องชายเห็นตำรวจจึงวิ่งหลบหนีไป ตนก็ไม่รู้ว่าไปทางไหน กระทั่งมาทราบว่าน้องชายโดดลงไปในแม่น้ำป่าสักจมหายไป
เมื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์ ซึ้งใจ (กราบแม่) พร้อมสลดใจ (เสียชีวิต) หรือซะใจ (คดียาเสพติดถูกลงโทษ) ในบุคคลคนเดียวกันนี้ ที่ทั้งชื่นชม และชอกช้ำ ต้องกล่าวได้ว่า “ไม่มีคนดีหมด ไม่มีคนหมดดี” แต่หากสังคมให้โอกาส ก็กลับมาเป็นคนดี สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้ การรู้คุณแม่ เป็นความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี แสดงถึงจิตใจที่ดีได้ หรือบุคคลเช่นใดที่หมดหนทางเยียวยาแล้ว หมดความดี ทำดีไม่ได้มีจริงหรือ จะยืนยันคำพูดที่ว่า ไม่มีคนดีหมด ไม่มีคนหมดดี ใช้กับทุกคนได้หรือไม่
ในฐานะผู้เขียนศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงพบเรื่องราวในสมัยพุทธกาล 2 เรื่อง เรื่องแรก องคุลีมาล อำมหิตฆ่าคน นับพัน สุดท้ายก็เป็นพระอรหันต์ได้ กลายเป็นบุคคลที่”ดีหมด” คือ ไม่มีโอกาสทำความชั่วได้แล้ว หมดกิเลสแล้ว ส่วนอีกเรื่องคือ ยายหอย ด่าพระหน้าวัดเชตวัน เรื่องนี้ขอสรุปสั้น ๆ ว่า โปรดไม่ขึ้น มีมิจฉาทิฐิ อย่างรุนแรง แม้พระพุทธเจ้าผู้ปรารถนา”รื้อสัตว์ขนสัตย์ออกจากองทุกข์”ยังไม่โปรด เรียกได้ว่า หมดดีจริงๆ ดังนั้น บุคคลดีหมดคือพระอรหันต์ มีนิพพานเป็นที่ไป บุคคลหมดดี คือ มิจฉาทิฐิ มีโลกันตร์นรกเป็นที่ไป
สรุป ชีวิตมนุษย์เกิดมาได้เพราะพ่อและแม่ มีความรู้ มีอาหาร เริ่มต้นจากท่านนี้ ท่านคือผู้มีคุณ ทำให้เราเอาตัวรอดได้ในสังคม แต่หากเกิดมิจฉาทิฐิเสียแล้ว จะรอดยาก ต้องระมัดระวังให้ดี พระพุทธเจ้าตรัสว่า ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ มี 2 อย่างได้แก่ 1.ปรโตโฆสะ คือ การโฆษณาแต่บุคคลอื่น เสียงจากผู้อื่น ฟังคำบอกเล่าชักจูงของผู้อื่นและ 2.อโยนิโสมนสิการ คือ การทำในใจโดยไม่แยบคาย การไม่ใช้ปัญญาพิจารณา ความไม่รู้จักคิด การปล่อยให้อวิชาครอบงำ ก็จะทำความชั่วได้ เช่น การด่าพระวัดนั้น วัดโน่น จากข้อมูลที่ผิดๆ ตกเป็นเครื่องมือของคนพาลได้ เหมือนคดียาเสพติด ที่หลงไปยุ่งเกี่ยวเข้า สุดท้ายภัยนั้นตามติดจนวาระสุดท้ายของชีวิต
ทุกท่านคิดเห็นอย่างไร แลกเปลี่ยนความรู้กันใน Comment Facebook, YouTube, Blog, Line, IG, Twitter, pantip ...กันนะครับ ขอบคุณครับ
B.S.
11 ส.ค. 2561
ตอน หนุ่มกราบแม่สังเวยชีวิต ไม่มีใครดีหมด และหมดดี มีจริงหรือสะท้อนบุคคลใดในสมัยพุทธกาล? เวลา 14.00-14.20 น. https://youtu.be/ZstQdDI8Pew