สุภาพบุรุษสุดซอย (กึ่งรีวิว) : สามหนุ่มสามมุมเวอร์ชันโมเดิร์น

พูดถึงสามหนุ่มสามมุม ... คนรู้จักซิทคอมเรื่องนี้ มีเลขสามขึ้น เชื่อเรา (ฮา) เกริ่น ๆ พอให้รู้ว่าซิทคอมฯ ปี 253x ไม่มีเรื่องไหนจะดังเท่า "สามหนุ่มสามมุม" สามพี่น้อง "เบญจวรการ" อีกแล้ว ครอบครัวเบญจวรการ ประกอบด้วย พี่เอก พี่ชายคนโต เอกพล อาชีพนายแบงค์ จุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น เจ้าระเบียบ ละเอียด ขี้งก สมกับที่ทำงานด้านการเงิน วลีติดปากคือ  แกทำอะไรของแก หา ! เจ้าทศ เจ้าพี ส่วนพี่คนรอง คือ ทศพล อาชีพสถาปนิก ที่มีความสมัยใหม่ ฟรีสไตล์ประสาเด็กนอก คนที่เรียกพี่ชายคนโตด้วยชื่อ หรือ คำว่า "นาย" และแทนตัวเองด้วยคำว่า "เรา" ท้ายสุด คือ น้องเล็ก พีรพล เบญจวรการ หนุ่มน้อยมัธยมปลายที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของของชีวิต กำลังค้นหาว่าตัวเองต้องการอะไร ตามประสาวัยรุ่นในสมัยนั้น สมัยเมื่อ 20 เกือบ 30 ปีที่แล้ว พลวัตรสังคมยังไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเท่าเดี๋ยวนี้ ซิทคอมอย่างสามหนุ่มสามมุมก็ทำมาหากินด้วยการหยิบยก "สถานการณ์ปัจจุบัน" นั่นเองมาเล่าเป็นเรื่องราว ให้ทั้งความสนุกสนาน และ ให้แง่คิดกับคนดู เมื่อประกอบกับการแคสติ้งที่เหมาะเหม็งราวจับวาง คนก็ดูก็มีภาพจำ และ บางคนถึงกับเข้าใจไปเลยว่า เอก ทศ พี หรือ กบ แท่ง มอส เป็นพี่น้องที่คลานตามกันมาจริง ๆ

สามหนุ่มสามมุมยุติการออกอากาศเมื่อปี 2541 .... กาลเวลาผ่านมา 20 ปี ในปัจจุบันนี้ 2561 แพลตฟอร์มอันคล้ายคลึงย้อนกลับมาอีกครั้งใน "สุภาพบุรุษสุดซอย" ในตัวของพี่น้องชายล้วนสามใบเถา ตระกูลวงศ์จินดา ก็แทบจะโขกการสร้างคาแร็คเตอร์จาก เอก ทศ พี มาไม่มีผิด ไม่ได้บอกว่าเลียนแบบนะ แต่มันมีความคล้ายคลึง และ เพิ่มเติมรสชาติ ผูกเรื่องราว รวมถึงการวางพื้นเพบุคลิกได้อย่างแข็งแรง

เริ่มด้วย พี่เอิร์ธ พี่ชายคนโต หรือ คุณพสุธา พนักงานบริษัทระดับหัวหน้างาน ละเอียด จู้จี้ ขี้บ่น ก็เหมือนกับพี่เอกพล แห่งบ้านเบญจวรการ นั่นแหละ แต่มีการเพิ่มรสชาติด้วยความเคลื่อนไหวในมิติของสังคมปัจจุบัน อาทิ เรื่องความ metrosexual ดูแลตัวเอง ให้เนี้ยบเรียบกริบ ของพี่เอิร์ธก็พาให้คนสงสัยในเพศสภาพว่าชะรอยจะเป็นเก้งเป็นกวางหรือไม่ ส่วน วิน พายุ พี่ชายคนกลาง ก็พายุสมชื่อ ด้วยอาชีพ freelance งาน creative โฆษณา รักอิสระคล้ายทศพล หากในขณะที่ทศเป็นฝรั่งสไตล์ คารมคมคาย ดูเท่เก๋ไก๋ สมกับร่ำเรียนต่างประเทศ วินก็แนว ๆ แบดบอยสไตล์ ใจร้อน โผงผาง ใส่เสื้อหนังและคร่อมมอเตอร์ไซด์คันโต เจ้าตัวไม่คิดจะผูกสัมพันธ์ ไม่ชอบเด็ก และ ไม่คิดมีครอบครัวกับใคร และ น้องเล็กที่เทียบได้กับเจ้าพีของพี่เอก ก็คือ ไอ้ซัน อุตตรายัน นักศึกษามหาวิทยาลัยน้องคนเล็กที่ห่างกับพี่คนโตนับ 10 ปี ซันเป็นหนุ่มน้อยสดใสขี้เล่น ซึ่งโดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นเด็กดี ไม่ได้ก่อเรื่องชวนปวดหัวจนเกินควร

สามหนุ่มสามมุมนั้น จบด้วยเรื่องราวชีวิตของชายนหนุ่มสามวัย สามมุมมอง สามชีวิต แต่สุภาพบุรุษสุดซอยขยายมิติออกไปกลายเป็นสามหนุ่มกับหนึ่งสาวน้อย น้องเฌอ หรือ เฌอมาวีย์ น้องสาวคนเล็กที่หนุ่ม ๆ บ้านวงศ์จินดาก็เพิ่งรู้ว่ามีตอนที่พ่อ พ่อที่ทิ้งครอบครัวไปนานนับตั้งแต่ซันน้องชายคนเล็กเพิ่งเกิดไม่เท่าไหร่ได้เสียชีวิตลงพร้อมกับภรรยาใหม่ซึ่งก็คือแม่ของเฌอ เรื่องราวแต่หนหลังมีเหตุผลอะไรยังไม่มีการเปิดเผย รู้แต่ว่า "น้ำ" แม่ของสามหนุ่มนั้นหอบลูกจากขอนแก่นมาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งตายจากด้วยโรคร้าย ทุกคนมองเด็กน้อยไม่รู้เดียงสาอายุเพียง 5 ขวบในงานศพของพ่อบังเกิดเกล้าความอารมณ์สับสน

สำหรับเอิร์ธ คนที่อยากมีครอบครัวมาตลอดแต่ก็สานสัมพันธ์ไม่ได้ต่อเนื่องซักทีนั้นก็ใจอ่อน อย่างน้อยก็ลูกพ่อเดียวกัน ประกอบกับเป็นคนที่รักเด็กอยู่แล้วด้วยก็ยิ่งสนับสนุนความคิดที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ส่วนวินนอกจากไม่ชอบเด็กขั้นสุด ปมที่วินมีกับพ่อก็ยังทำให้เจ้าตัวระคายใจและรำคาญอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้านซันที่เป็นหนุ่มอ่อนโยนตามนิสัยลูกคนเล็ก ก็แพ้พ่ายความแป๋วแหววของสาวน้อยที่น่ารักราวตุ๊กตาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งในที่สุดทั้งสามก็ไม่อาจใจแข็งปล่อยให้ชะตาของเด็กหญิงตัวเล็กล่องลอยไปอย่างไร้ญาติขาดมิตรได้ บ้านสามหนุ่มจึงกลายเป็นบ้าน 3+1 ในเวลาต่อมา

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่สามหนุ่มและมุมมองชีวิตคนเมืองเท่านั้น แต่มันเข้าถึงคนดูมากขึ้นด้วยข้อเท็จจริงที่ใส่เข้ามาว่าพี่น้องสามหนุ่มก็คือเด็กต่างจังหวัดที่จากแดนอีสานบ้านเกิดมาเล่าเรียนศึกษาและทำมาหากินในถิ่นเมืองซึ่งก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมยุคนี้สมัยนี้ แถมด้วยความท้าทายที่ว่าจะสามารถเลี้ยงดูน้องสาวตัวน้อยได้อย่างตลอดรอดฝั่งรึไม่ จากซีรีส์เรื่องนี้ เราจึงเห็นทั้งชีวิตดิ้นรนของชาวกรุง ความผูกพัน ภาษา และวัฒนธรรมพื้นถิ่นชวนให้คิดถึงบ้านเกิดและวัยเยาว์ อีกทั้งลุ้นไปกับความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่างน้องพี่ที่เพิ่งร่วมบ้านกันไม่กี่เดือน

และในข้อสุดท้ายนี้เอง ... คือสิ่งที่ทำให้สุภาพบุรุษสุดซอยต่างออกไป ในขณะที่บ้านอื่น ๆ นำด้วยเรื่องของ "คู่รัก" ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าที่จับพลัดจับผลูมาอยู่บ้านรั้วติดกัน สาวโสดที่อยากลงจากคาน หรือ คู่ข้าวใหม่ปลามันที่จู่ ๆ ก็อลหม่านด้วยญาติมิตรที่อพยพมาร่วมเรือน  สุภาพบุรุษสุดซอยเลือกจะนำซีรีส์ด้วยความรักและความผูกพันระหว่างพี่น้องต่างนิสัย และ ต่างวัย สร้างเอกลักษณ์ให้โดดขึ้นมาจากเรื่องอื่น ๆ ได้ลงตัว ซึ่งคิดว่าเป็นสูตรที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่สามหนุ่มสามมุมเคยทำได้เมื่อ 20 กว่าปีก่อน

เพียงแต่ว่าสามหนุ่มสามมุมโฟกัสเรื่องราวไปที่เอกทศพีกับเหตุการณ์ปัจจุบันและสังคมเมืองกรุงที่เป็นพื้นเพ ส่วนสุภาพบุรุษสุดซอยเลือกเล่าเรื่องที่มีความหลากหลาย ประกอบด้วยวิถีคนเมืองซึ่งเป็นภาพชีวิตที่คนดูคนทำงานอย่างเรา ๆ เคยคุ้น วิถีพื้นบ้านอย่างวัฒนธรรม ภาษา อันคนที่จากบ้านเกิดมาจะรู้สึกคิดถึง และ ความพยายามที่จะเลี้ยงดูกล่อมเกลาเด็กคนหนึ่งผิดบ้าง ถูกบ้าง ตึงบ้าง หย่อนบ้าง เคล้าเสียงหัวเราะ รอยน้ำตา ของ 4 พี่น้องวงศ์จินดา

เฌอมาร์วี แปลว่า ต้นไม้แห่งความกล้าหาญ น้องเฌอก็คือกล้าไม้อ่อนเยาว์ ถึงแม้จะขาดหลักที่สำคัญคือพ่อแม่ แต่บัดนี้ เธอก็มีพี่ชายทั้ง 3 คน พสุธา หรือ เอิร์ธ คือผืนดิน ให้กล้าไม้ได้หยั่งรากเป็นหลักอันมั่นคง พายุ หรือ วิน เป็นแรงลมที่คอยสอนให้รู้ถึงอุปสรรค ให้ต้นไม้ต้นน้อยพร้อมเผชิญปัญหาอย่างไม่หวาดหวั่น อุตตรายัน หรือ ซัน ก็เหมือนแสงอาทิตย์ ที่สาดส่องให้กล้าไม้ได้สังเคราะห์แสงและเติบโต

ก็หวังว่าจะได้มองดูการเติบโตของบ้านวงศ์จินดาต่อไปอีกนาน ๆ


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่