เป็นบทความที่ดีครับ แอบลอกเขามาอีกทีเครดิตด้านล่างนะครับ..
สำหรับใครๆที่ถูกมองข้าม.. การไม่ยอมแพ้จากการตัดสินของคนทั่วไป.. สักวันจะมีคนพิเศษที่มองเห็นความพิเศษในตัวคุณ.. ผมก็อยากเป็นคนพิเศษของใครสักคนเหมือนกัน.. หรืออาจจะเป็นคนพิเศษของตัวเองก็ได้ถ้าไม่มีใครมองเห็น.. พยายามกันต่อไปนะครับ
ควอเตอร์แบ็ก อันดับหนึ่งตลอดกาลของอเมริกันฟุตบอล มีชื่อว่า ทอม เบรดี้
เบรดี้ คือควอเตอร์แบ็กคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ 5 สมัย จนถึงวันนี้ ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จมากขนาดนี้
ก่อนหน้าที่นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ จะดราฟต์ตัวเบรดี้เข้ามา พวกเขาก่อตั้งทีมในลีก มา 40 ฤดูกาล ได้เข้าเพลย์ออฟ แค่ 10 ครั้ง และไม่เคยเป็นแชมป์
แต่พอมี เบรดี้ เข้าสู่ทีม ในระยะเวลา 18 ฤดูกาล นิวอิงแลนด์ เข้าเพลย์ออฟ 15 ครั้ง และได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ 5 สมัย
เขาคือคนพลิกชะตาชีวิต ของแฟรนไชส์อย่างแท้จริง
จนถึงวันนี้ เบรดี้มีอายุ 41 ปี แต่ เขายังคงลงเล่นอยู่ แถมยังเล่นได้สุดยอด ไม่ต่างกับตอนเขายังหนุ่มๆ เลยด้วย
ถ้าหากวงการเทนนิสมีโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ วงการบาสเกตบอลมีไมเคิล จอร์แดน วงการอเมริกันฟุตบอลก็มีเขานี่ล่ะ ทอม เบรดี้ เป็นสุดยอดของกีฬาชนิดนี้
อย่างไรก็ตาม มีคำถามที่หลายคนสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับทอม เบรดี้ คือทำไมเขาเก่งขนาดนี้ แต่กลับถูกดราฟต์ ในรอบที่ 6 และเป็นผู้เล่นลำดับที่ 199 ที่ถูกเลือก
มันพิลึกมากนะ ที่ทีมต่างๆ ที่จ้างแมวมองแพงๆ พร้อมใจกันปล่อยให้ เบรดี้ หลุดรอด มาถึง 198 รอบ โดยไม่มีใครเอะใจสักนิด ว่าเบรดี้ คือเพชรเม็ดงาม
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันเป็นไปได้อย่างไร?
เราจะย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ ในวันนั้นกันอีกครั้ง
------------------------------------------
(สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจ พื้นฐานว่าดราฟต์คืออะไร อยากให้ลองอ่าน bit.ly/2KyTo6W อันนี้ก่อนนะครับ แล้วจะได้เห็นภาพมากขึ้นครับ)
------------------------------------------
การเลือกผู้เล่นจากระดับมหาวิทยาลัย เข้าสู่ลีกอเมริกันฟุตบอลอาชีพ หรือ NFL เราจะเรียกว่า การ "ดราฟต์"
สำหรับในมุมของแฟรนไชส์ นี่คือโอกาสทอง ที่จะได้นักกีฬาหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
บรรดาทีมเล็กๆ ที่ไม่เคยลืมตาอ้าปาก ถ้าเลือกตัวได้อย่างถูกต้อง พวกเขามีสิทธิจะพลิกชะตาชีวิตของทีม กลายมาเป็นทีมใหญ่ได้เลย
แต่คำถามคือ จะรู้ได้ไง ว่านักกีฬามหาวิทยาลัยคนไหนที่เก่งจริง เลือกมาแล้วเป็นชอยส์ที่ถูกต้อง
ที่สหรัฐฯ มีทีมระดับมหา'ลัย มากกว่า 3 พันแห่ง มีนักกีฬารวมแล้วเป็นหมื่นคน แต่คุณมีสิทธิเลือกผู้เล่นได้แค่ 7 คนต่อปีเท่านั้น นั่นแปลว่าคุณต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อเลือกคนที่ดีที่สุด
แต่ประเด็นก็คือ คำว่าดีที่สุด จะเอาอะไรมาตัดสินล่ะ?
------------------------------------------
ทอม เบรดี้ เป็นควอเตอร์แบ็กหนุ่ม จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ฝีมือของเขา อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่ได้แชมป์ในรายการระดับประเทศ
ปี 1 ปี 2 เป็นตัวสำรองของทีม เพิ่งจะมาเป็นตัวจริงในช่วงปี 3 ปี 4 เท่านั้น
ก่อนการดราฟต์ประมาณ 1 เดือน รายงานจากแมวมองของทีมหนึ่ง เขียนถึงทอม เบรดี้ เอาไว้ดังนี้
- หุ่นไม่ดี ไม่มีกล้าม
- ผอมเกินไป
- ไม่มีความแข็งแกร่ง โดนกระแทกก็ล้มง่ายๆ
- ไม่มีความเร็ว และทักษะในการหลบหลีกคู่แข่ง
- ไม่สามารถวิ่งไปกับบอลด้วยตัวเองได้
- ไม่มีพลังแขนในการขว้างลูกระยะไกล
- ไม่สามารถขว้างลูกพุ่งเร็วได้
- โดนคู่แข่งรวบได้ง่าย เอาตัวรอดไม่เก่ง
- เป็นผู้เล่นที่เล่นได้ตามระบบธรรมดา ไม่โดดเด่น
สถิติ การวิ่งระยะ 40 หลา ของเบรดี้ อยู่ที่ 5.28 วินาที ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานของควอเตอร์แบ็กทั่วไป
หลายคนหัวเราะกับสถิติของเบรดี้ คือนาย บอบบางแบบนี้ วิ่งก็ไม่เร็ว โดนชนก็ล้ม แล้วจะเอาอะไรไปประสบความสำเร็จล่ะ?
"ตั้งแต่ผมทำงานวิเคราะห์ผู้เล่นมา ผมเคยทดสอบสมรรถภาพร่างกายของควอเตอร์แบ็กมาแล้ว 576 คน" เมล ไคเปอร์ นักวิเคราะห์ของ NFL เผย "และทอม เบรดี้ อยู่อันดับที่ 576"
จุดเด่นของเบรดี้ คือเป็นควอเตอร์แบ็กที่ฉลาดที่สุด เขาทำการบ้านหนักมาก และศึกษาคู่แข่งอย่างละเอียดว่าจะเล่นแบบไหน อีเอสพีเอ็นในภายหลังยกย่องว่า เบรดี้ คือ คนที่อ่านเกมได้เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ รู้ว่าควรเล่นอย่างไร ถึงจะได้ประโยชน์กับทีมสูงสุด
นอกจากนั้น ยังมีบุคลิกความเป็นผู้นำสูง นิสัยดี สามารถดึงความสามารถของเพื่อนๆในทีมออกมาได้ และที่สำคัญคือ หัวใจที่แข็งแกร่งมาก หลายครั้งทีมของเขากำลังจะแพ้ แต่เบรดี้ไม่ยอมง่ายๆ และพาทีมคัมแบ็กกลับมาได้เสมอ
เพียงแต่ปัญหาคือ นี่คือคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่มีใครเห็น
ในการดราฟต์ตัว สิ่งที่คนทั่วไปเห็น คือ ค่าพลังภายนอก คุณวิ่งเร็วไหม ,คุณกระโดดสูงหรือเปล่า , คุณขว้างบอลได้แรงไหม แค่นั้น
"แน่นอน เรารู้จักทอม" สตีฟ มาริอุชชี่ เฮดโค้ชของซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์สกล่าว "เขาวิ่งช้ามาก และไม่มีบุคลิกของซูเปอร์สตาร์เลย"
"แล้วเขาทำให้คุณตื่นตะลึงในการขว้างบอลไหม? ไม่เลยสักนิด มีผู้เล่นอีกหลายคน ที่ทำได้ดีกว่าเขาเยอะ เขามีพลังแขนแค่ระดับธรรมดาเท่านั้น"
ซานฟรานซิสโก ก็เป็นอีกทีมที่ต้องการหาควอเตอร์แบ็กคนใหม่เช่นกัน พวกเขาต้องการโจ มอนทาน่า หรือสตีฟ ยัง คนใหม่ แต่ชื่อของทอม เบรดี้ ไม่อยู่ในหัวของซานฟรานซิสโกเลย
และซานฟรานฯ ตัดสินใจเลือก โจวานนี่ คาร์มาซซี่ ควอเตอร์แบ็กอีกคนแทน ในรอบ 3
"คาร์มาซซี่ ทั้งเร็ว และแข็งแรง มันคือทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเราในตอนนั้น" มาริอุชช่ีเผย
"ส่วนเบรดี้หรอ เขาเป็นเด็กดีนะ แถมเกิดที่แคลิฟอร์เนียด้วย แต่ เราจะไม่เลือกเขาหรอก"
------------------------------------------
NFL Draft Day ในปี 2000 มีขึ้นที่นิวยอร์ก ซึ่งทอม เบรดี้ ไม่ได้ถูกเชิญมาร่วมในงานด้วย เนื่องจาก เขาไม่ใช่ตัวเต็งที่จะถูกเลือกคนแรกๆ และบางทีอาจไม่มีใครเลือกเขาเลยก็ได้
เบรดี้ จึงนั่งลุ้นผลดราฟต์อยู่ที่บ้าน นั่งดูโทรทัศน์พร้อมกับคุณพ่อและคุณแม่
รอบแรกผ่านไป มีควอเตอร์แบ็ก ถูกเลือกไป 1 คน คือ แชด แพนนิงตัน ไปนิวยอร์ก เจ็ตส์
รอบ 2 - รอบ 3 ผ่านไปอีก มีควอเตอร์แบ็ก โดนเลือกอีก 2 คน คือ โจวานนี่ คาร์มาซซี่ ไปซานฟรานซิสโก และ คริส เรดแมน ไปบัลติมอร์ เรฟเว่นส์
จากนั้น รอบ 4-5 ก็มาถึง ที มาร์ตินส์ ไปอยู่พิทท์เบิร์ก สตีลเลอร์ส , มาร์ก บัลเจอร์ ไป นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส และ สเปอร์กอน วินน์ ไป คลีฟแลนด์ บราวน์
ถึงตรงนี้ ทอม เบรดี้ ก็ยังไม่ถูกเรียกตัว บางที อาจไม่มีทีมไหนอยากได้เขาแล้วจริงๆ
"พ่อครับ ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว" ระหว่างที่ การเลือกตัวอยู่ในรอบที่ 5 เบรดี้ ทนไม่ไหวหยิบไม้เบสบอล ออกนอกบ้าน แล้วไปเหวี่ยงไม้ เพื่อให้จิตใจสงบลง
พอสงบสติอารมณ์ได้ เบรดี้ ก็กลับเข้ามาในบ้าน เพื่อนั่งดูทีวีกับพ่อแม่อีกครั้ง และการเลือกตัวรอบ 6 กำลังจะเริ่มขึ้น
โอกาสของเบรดี้ เหลืออีกแค่ 2 รอบ หรืออีกแค่ 64 คนเท่านั้น จากนักกีฬานับพัน
เขายังไม่รู้ว่าตัวเอง ควรจะหวังต่อไปหรือไม่
หวังมาก เวลาเจ็บก็เจ็บมากนะ
------------------------------------------
ในเวลาเดียวกัน ห้องประชุมของนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ กำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียด
โรเบิร์ต คราฟท์ เจ้าของทีม, สกอตต์ พิโอลี่ ผู้จัดการทีม และ บิลล์ บิลลิชิค เฮดโค้ช รวมถึงทีมงานกำลังปรึกษากัน พวกเขาจะดราฟต์ใครดีในรอบ 6
บิลลิชิค เสนอว่า เขาสนใจ ควอเตอร์แบ็กผอมๆ ที่ชื่อทอม เบรดี้ แต่แน่นอน มีเสียงคัดค้านจากสตาฟฟ์ เพราะ ปัจจุบัน นิวอิงแลนด์มีควอเตอร์แบ็กในทีมถึง 3 คนแล้ว
ดรูว์ เบลดโซ ผู้เล่นระดับโปรโบวล์ เป็นตัวจริง และอีกสองคนคือ ไมเคิล บิช็อป กับ จอห์น ฟรีซ ที่มีฝีมือไม่เลว ดังนั้น จะมีความจำเป็นอะไร ต้องไปเอา ทอม เบรดี้ เพื่อมาเป็นตัวสำรองอีกคน
ในห้องประชุม โต้เถียงกันอย่างดุเดือด การมีควอเตอร์แบ็ก 4 คน เท่ากับว่า ตำแหน่งอื่นๆ ก็ต้องลดจำนวนลงไป
ลองนึกภาพตามก็คล้ายๆกับในฟุตบอลโลก ที่ให้โควต้านักเตะแต่ละชาติได้ 23 คน คือคุณจะเอาผู้รักษาประตูมา 4 คนก็ได้ แต่ก็จะทำให้นักเตะในตำแหน่งอื่น หายไป 1 คน แล้วกับผู้รักษาประตู ที่เล่นได้เกมละคน มันจำเป็นอะไร ที่ต้องเอาสำรองมาเยอะขนาดนั้น
อย่างไรก็ตาม บิลลิชิค เปิดวีดีโอ ของเบรดี้ ให้ทุกคนดู และชี้ให้เห็นว่า เบรดี้ เป็นคนแก้ปัญหาให้กับทีมได้เสมอ
"เราดูวีดีโอของเบรดี้ อีกครั้งและอีกครั้ง เราเห็นเลยว่าสามารถพาทีมคัมแบ็กกลับมาได้เสมอ เขาเจอเกมที่ยากและมีแรงกดดันตลอดการเล่นมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายเขาช่วยมิชิแกนชนะได้ตลอด"
สิ่งที่นิวอิงแลนด์เห็น คือพรสวรรค์ที่ซ่อนในตัวของเบรดี้ ถ้าจับเขาแยกเป็นผู้เล่นเดี่ยวๆ อาจไม่เห็นความเก่งมากนัก แต่เมื่อเอามาลงสนาม เล่นร่วมกับคนอื่นเมื่อไหร่ล่ะก็ ความสามารถของเบรดี้ จะพุ่งจนถึงขีดสุด
เหลืออีกไม่กี่นาที นิวอิงแลนด์ต้องเลือกตัวผู้เล่นแล้ว พวกเขาจึงโทรศัพท์ไปหา ลอยด์ คาร์ เฮดโค้ชของเบรดี้ สมัยอยู่มหาวิทยาลัยมิชิแกน และขอถามตามตรงว่า เด็กคนนี้ ดีพอจะให้นิวอิงแลนด์เลือกหรือไม่
"คุณจะไม่มีวันเสียใจเลยถ้าดราฟต์เขา" นี่คือคำตอบจากโค้ชสมัยมหาวิทยาลัย
นั่นทำให้สุดท้าย เมื่อถึงคิวของนิวอิงแลนด์ในรอบที่ 6 ผู้เล่นคนที่ 199 พวกเขาจึงตัดสินใจ เลือกทอม เบรดี้
ตัดกลับมาที่ บ้านของเบรดี้ ในแคลิฟอร์เนีย พ่อแม่ และทอม ทั้งหมดดีใจอย่างไม่มีคำบรรยาย เขาถูกดราฟต์แล้ว และความฝันเป็นนักกีฬาอาชีพ ก็ยังคงอยู่
"มันเป็นวันที่หนักมากจริงๆ" เบรดี้ยอมรับด้วยน้ำตา
------------------------------------------
เมื่อถูกดราฟต์ เบรดี้ ไปเข้าแคมป์เก็บตัวกับเพื่อนร่วมทีม ที่นิวอิงแลนด์
คนแรกที่เขาเจอ คือ โรเบิร์ต คราฟท์เจ้าของทีม
"สวัสดีครับ คุณคราฟท์ผมอยากจะขอแนะนำตัว ผมชื่อทอม เบรดี้"
"ฉันรู้ว่านายคือใคร นายคือดราฟต์เบอร์ 6 ของเราในปีนี้"
เบรดี้ มองหน้ากลับไปที่โรเบิร์ต คราฟท์ แล้วตอบกลับอย่างมั่นใจว่า
"ใช่ครับ และผมอยากให้คุณรู้ ว่าการเลือกผม คือการตัดสินใจที่ดีที่สุด ที่องค์กรแห่งนี้เคยทำมา"
------------------------------------------
และหลังจากนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี
เบรดี้ แสดงให้เห็นอย่างรวดเร็วว่าเขามีคุณภาพขนาดไหน เขาเลื่อนขึ้นเรื่อยๆ จากสำรองเบอร์ 3 กลายเป็นสำรองเบอร์ 1 ในเวลาแค่หนึ่งปี
และพอดรูว์ เบลดโซ มีอาการบาดเจ็บ ในปี 2001 ในเกมกับนิวยอร์ก เจ็ตส์ จนต้องโดนเปลี่ยนตัวออก เบรดี้ ได้โอกาสลงสนามแทน และจากนั้นมา 17 ปี เขาก็ไม่เคยกลับไปเป็นตัวสำรองอีกเลย
เบรดี้ ทำให้โลกได้เห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องขว้างแรงที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุด คุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้
เพราะ ศิลปะของการเล่นควอเตอร์แบ็ก มันอยู่ที่สมอง และทัศนคติ ต่างหาก
"สิ่งที่เบรดี้ เหนือกว่าใคร คือ ไม่มีใครจะซ้อมหนักไปกว่าเขาอีกแล้ว เขาซ้อมเรื่องเดิมๆซ้ำทุกวัน เพื่อเวลาแข่งขันจริง จะได้เป็นไปอย่างที่ต้องการ"
"เขาอ่านเกมทุกอย่างในสนาม สนใจศึกษาเรื่องแท็กติกอย่างจริงจัง เป็นคนฉลาด เรียนรู้ข้อมูลได้ไวมาก และที่สำคัญมีจิตใจมั่นคง กับทุกๆเรื่อง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผล ที่ทำให้เขายิ่งใหญ่เหมือนทุกวันนี้"
จนถึงวันนี้การคว้าตัว เบรดี้ มาร่วมทีมของนิวอิงแลนด์ ได้รับการขนานนามว่า เป็น " The Biggest Steal" หรือ การคว้าตัวที่คุ้มค่าและโคตรถูกที่สุดใน NFL ราวกับขโมยมาก็ไม่ปาน
จากผู้เล่นที่ทุกคนมองข้ามมา 198 ครั้ง พลิกผันกลายมาเป็นควอเตอร์แบ็กที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
ของดีมีคุณค่า แต่กลับไม่มีใครเห็น
เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ
------------------------------------------
ความจริงแล้ว สิ่งของที่ถูกมองข้ามมาตลอด ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดี
เพียงแต่ รูปลักษณ์ภายนอก มันอาจไม่ดึงดูด ให้คนรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบก็เท่านั้น
ของที่มีคุณค่า ไม่ว่าอย่างไร ก็ย่อมมีคุณค่าเสมอ
มันเพียงแค่ต้องรอ ให้คนที่คู่ควรได้มาค้นพบก็เท่านั้นเอง
#tomBRADY
เครดิตด้านล่างเลยครับ
บางครั้งการถูกมองข้ามเสมอๆ ก็ไม่ได้ทำให้ใครบางคนยอมแพ้สักกะหน่อย
สำหรับใครๆที่ถูกมองข้าม.. การไม่ยอมแพ้จากการตัดสินของคนทั่วไป.. สักวันจะมีคนพิเศษที่มองเห็นความพิเศษในตัวคุณ.. ผมก็อยากเป็นคนพิเศษของใครสักคนเหมือนกัน.. หรืออาจจะเป็นคนพิเศษของตัวเองก็ได้ถ้าไม่มีใครมองเห็น.. พยายามกันต่อไปนะครับ
ควอเตอร์แบ็ก อันดับหนึ่งตลอดกาลของอเมริกันฟุตบอล มีชื่อว่า ทอม เบรดี้
เบรดี้ คือควอเตอร์แบ็กคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ 5 สมัย จนถึงวันนี้ ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จมากขนาดนี้
ก่อนหน้าที่นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ จะดราฟต์ตัวเบรดี้เข้ามา พวกเขาก่อตั้งทีมในลีก มา 40 ฤดูกาล ได้เข้าเพลย์ออฟ แค่ 10 ครั้ง และไม่เคยเป็นแชมป์
แต่พอมี เบรดี้ เข้าสู่ทีม ในระยะเวลา 18 ฤดูกาล นิวอิงแลนด์ เข้าเพลย์ออฟ 15 ครั้ง และได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ 5 สมัย
เขาคือคนพลิกชะตาชีวิต ของแฟรนไชส์อย่างแท้จริง
จนถึงวันนี้ เบรดี้มีอายุ 41 ปี แต่ เขายังคงลงเล่นอยู่ แถมยังเล่นได้สุดยอด ไม่ต่างกับตอนเขายังหนุ่มๆ เลยด้วย
ถ้าหากวงการเทนนิสมีโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ วงการบาสเกตบอลมีไมเคิล จอร์แดน วงการอเมริกันฟุตบอลก็มีเขานี่ล่ะ ทอม เบรดี้ เป็นสุดยอดของกีฬาชนิดนี้
อย่างไรก็ตาม มีคำถามที่หลายคนสงสัยมาตลอดเกี่ยวกับทอม เบรดี้ คือทำไมเขาเก่งขนาดนี้ แต่กลับถูกดราฟต์ ในรอบที่ 6 และเป็นผู้เล่นลำดับที่ 199 ที่ถูกเลือก
มันพิลึกมากนะ ที่ทีมต่างๆ ที่จ้างแมวมองแพงๆ พร้อมใจกันปล่อยให้ เบรดี้ หลุดรอด มาถึง 198 รอบ โดยไม่มีใครเอะใจสักนิด ว่าเบรดี้ คือเพชรเม็ดงาม
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันเป็นไปได้อย่างไร?
เราจะย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ ในวันนั้นกันอีกครั้ง
------------------------------------------
(สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจ พื้นฐานว่าดราฟต์คืออะไร อยากให้ลองอ่าน bit.ly/2KyTo6W อันนี้ก่อนนะครับ แล้วจะได้เห็นภาพมากขึ้นครับ)
------------------------------------------
การเลือกผู้เล่นจากระดับมหาวิทยาลัย เข้าสู่ลีกอเมริกันฟุตบอลอาชีพ หรือ NFL เราจะเรียกว่า การ "ดราฟต์"
สำหรับในมุมของแฟรนไชส์ นี่คือโอกาสทอง ที่จะได้นักกีฬาหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
บรรดาทีมเล็กๆ ที่ไม่เคยลืมตาอ้าปาก ถ้าเลือกตัวได้อย่างถูกต้อง พวกเขามีสิทธิจะพลิกชะตาชีวิตของทีม กลายมาเป็นทีมใหญ่ได้เลย
แต่คำถามคือ จะรู้ได้ไง ว่านักกีฬามหาวิทยาลัยคนไหนที่เก่งจริง เลือกมาแล้วเป็นชอยส์ที่ถูกต้อง
ที่สหรัฐฯ มีทีมระดับมหา'ลัย มากกว่า 3 พันแห่ง มีนักกีฬารวมแล้วเป็นหมื่นคน แต่คุณมีสิทธิเลือกผู้เล่นได้แค่ 7 คนต่อปีเท่านั้น นั่นแปลว่าคุณต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อเลือกคนที่ดีที่สุด
แต่ประเด็นก็คือ คำว่าดีที่สุด จะเอาอะไรมาตัดสินล่ะ?
------------------------------------------
ทอม เบรดี้ เป็นควอเตอร์แบ็กหนุ่ม จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ฝีมือของเขา อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่ได้แชมป์ในรายการระดับประเทศ
ปี 1 ปี 2 เป็นตัวสำรองของทีม เพิ่งจะมาเป็นตัวจริงในช่วงปี 3 ปี 4 เท่านั้น
ก่อนการดราฟต์ประมาณ 1 เดือน รายงานจากแมวมองของทีมหนึ่ง เขียนถึงทอม เบรดี้ เอาไว้ดังนี้
- หุ่นไม่ดี ไม่มีกล้าม
- ผอมเกินไป
- ไม่มีความแข็งแกร่ง โดนกระแทกก็ล้มง่ายๆ
- ไม่มีความเร็ว และทักษะในการหลบหลีกคู่แข่ง
- ไม่สามารถวิ่งไปกับบอลด้วยตัวเองได้
- ไม่มีพลังแขนในการขว้างลูกระยะไกล
- ไม่สามารถขว้างลูกพุ่งเร็วได้
- โดนคู่แข่งรวบได้ง่าย เอาตัวรอดไม่เก่ง
- เป็นผู้เล่นที่เล่นได้ตามระบบธรรมดา ไม่โดดเด่น
สถิติ การวิ่งระยะ 40 หลา ของเบรดี้ อยู่ที่ 5.28 วินาที ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานของควอเตอร์แบ็กทั่วไป
หลายคนหัวเราะกับสถิติของเบรดี้ คือนาย บอบบางแบบนี้ วิ่งก็ไม่เร็ว โดนชนก็ล้ม แล้วจะเอาอะไรไปประสบความสำเร็จล่ะ?
"ตั้งแต่ผมทำงานวิเคราะห์ผู้เล่นมา ผมเคยทดสอบสมรรถภาพร่างกายของควอเตอร์แบ็กมาแล้ว 576 คน" เมล ไคเปอร์ นักวิเคราะห์ของ NFL เผย "และทอม เบรดี้ อยู่อันดับที่ 576"
จุดเด่นของเบรดี้ คือเป็นควอเตอร์แบ็กที่ฉลาดที่สุด เขาทำการบ้านหนักมาก และศึกษาคู่แข่งอย่างละเอียดว่าจะเล่นแบบไหน อีเอสพีเอ็นในภายหลังยกย่องว่า เบรดี้ คือ คนที่อ่านเกมได้เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ รู้ว่าควรเล่นอย่างไร ถึงจะได้ประโยชน์กับทีมสูงสุด
นอกจากนั้น ยังมีบุคลิกความเป็นผู้นำสูง นิสัยดี สามารถดึงความสามารถของเพื่อนๆในทีมออกมาได้ และที่สำคัญคือ หัวใจที่แข็งแกร่งมาก หลายครั้งทีมของเขากำลังจะแพ้ แต่เบรดี้ไม่ยอมง่ายๆ และพาทีมคัมแบ็กกลับมาได้เสมอ
เพียงแต่ปัญหาคือ นี่คือคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่มีใครเห็น
ในการดราฟต์ตัว สิ่งที่คนทั่วไปเห็น คือ ค่าพลังภายนอก คุณวิ่งเร็วไหม ,คุณกระโดดสูงหรือเปล่า , คุณขว้างบอลได้แรงไหม แค่นั้น
"แน่นอน เรารู้จักทอม" สตีฟ มาริอุชชี่ เฮดโค้ชของซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์สกล่าว "เขาวิ่งช้ามาก และไม่มีบุคลิกของซูเปอร์สตาร์เลย"
"แล้วเขาทำให้คุณตื่นตะลึงในการขว้างบอลไหม? ไม่เลยสักนิด มีผู้เล่นอีกหลายคน ที่ทำได้ดีกว่าเขาเยอะ เขามีพลังแขนแค่ระดับธรรมดาเท่านั้น"
ซานฟรานซิสโก ก็เป็นอีกทีมที่ต้องการหาควอเตอร์แบ็กคนใหม่เช่นกัน พวกเขาต้องการโจ มอนทาน่า หรือสตีฟ ยัง คนใหม่ แต่ชื่อของทอม เบรดี้ ไม่อยู่ในหัวของซานฟรานซิสโกเลย
และซานฟรานฯ ตัดสินใจเลือก โจวานนี่ คาร์มาซซี่ ควอเตอร์แบ็กอีกคนแทน ในรอบ 3
"คาร์มาซซี่ ทั้งเร็ว และแข็งแรง มันคือทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเราในตอนนั้น" มาริอุชช่ีเผย
"ส่วนเบรดี้หรอ เขาเป็นเด็กดีนะ แถมเกิดที่แคลิฟอร์เนียด้วย แต่ เราจะไม่เลือกเขาหรอก"
------------------------------------------
NFL Draft Day ในปี 2000 มีขึ้นที่นิวยอร์ก ซึ่งทอม เบรดี้ ไม่ได้ถูกเชิญมาร่วมในงานด้วย เนื่องจาก เขาไม่ใช่ตัวเต็งที่จะถูกเลือกคนแรกๆ และบางทีอาจไม่มีใครเลือกเขาเลยก็ได้
เบรดี้ จึงนั่งลุ้นผลดราฟต์อยู่ที่บ้าน นั่งดูโทรทัศน์พร้อมกับคุณพ่อและคุณแม่
รอบแรกผ่านไป มีควอเตอร์แบ็ก ถูกเลือกไป 1 คน คือ แชด แพนนิงตัน ไปนิวยอร์ก เจ็ตส์
รอบ 2 - รอบ 3 ผ่านไปอีก มีควอเตอร์แบ็ก โดนเลือกอีก 2 คน คือ โจวานนี่ คาร์มาซซี่ ไปซานฟรานซิสโก และ คริส เรดแมน ไปบัลติมอร์ เรฟเว่นส์
จากนั้น รอบ 4-5 ก็มาถึง ที มาร์ตินส์ ไปอยู่พิทท์เบิร์ก สตีลเลอร์ส , มาร์ก บัลเจอร์ ไป นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส และ สเปอร์กอน วินน์ ไป คลีฟแลนด์ บราวน์
ถึงตรงนี้ ทอม เบรดี้ ก็ยังไม่ถูกเรียกตัว บางที อาจไม่มีทีมไหนอยากได้เขาแล้วจริงๆ
"พ่อครับ ผมอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว" ระหว่างที่ การเลือกตัวอยู่ในรอบที่ 5 เบรดี้ ทนไม่ไหวหยิบไม้เบสบอล ออกนอกบ้าน แล้วไปเหวี่ยงไม้ เพื่อให้จิตใจสงบลง
พอสงบสติอารมณ์ได้ เบรดี้ ก็กลับเข้ามาในบ้าน เพื่อนั่งดูทีวีกับพ่อแม่อีกครั้ง และการเลือกตัวรอบ 6 กำลังจะเริ่มขึ้น
โอกาสของเบรดี้ เหลืออีกแค่ 2 รอบ หรืออีกแค่ 64 คนเท่านั้น จากนักกีฬานับพัน
เขายังไม่รู้ว่าตัวเอง ควรจะหวังต่อไปหรือไม่
หวังมาก เวลาเจ็บก็เจ็บมากนะ
------------------------------------------
ในเวลาเดียวกัน ห้องประชุมของนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ กำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียด
โรเบิร์ต คราฟท์ เจ้าของทีม, สกอตต์ พิโอลี่ ผู้จัดการทีม และ บิลล์ บิลลิชิค เฮดโค้ช รวมถึงทีมงานกำลังปรึกษากัน พวกเขาจะดราฟต์ใครดีในรอบ 6
บิลลิชิค เสนอว่า เขาสนใจ ควอเตอร์แบ็กผอมๆ ที่ชื่อทอม เบรดี้ แต่แน่นอน มีเสียงคัดค้านจากสตาฟฟ์ เพราะ ปัจจุบัน นิวอิงแลนด์มีควอเตอร์แบ็กในทีมถึง 3 คนแล้ว
ดรูว์ เบลดโซ ผู้เล่นระดับโปรโบวล์ เป็นตัวจริง และอีกสองคนคือ ไมเคิล บิช็อป กับ จอห์น ฟรีซ ที่มีฝีมือไม่เลว ดังนั้น จะมีความจำเป็นอะไร ต้องไปเอา ทอม เบรดี้ เพื่อมาเป็นตัวสำรองอีกคน
ในห้องประชุม โต้เถียงกันอย่างดุเดือด การมีควอเตอร์แบ็ก 4 คน เท่ากับว่า ตำแหน่งอื่นๆ ก็ต้องลดจำนวนลงไป
ลองนึกภาพตามก็คล้ายๆกับในฟุตบอลโลก ที่ให้โควต้านักเตะแต่ละชาติได้ 23 คน คือคุณจะเอาผู้รักษาประตูมา 4 คนก็ได้ แต่ก็จะทำให้นักเตะในตำแหน่งอื่น หายไป 1 คน แล้วกับผู้รักษาประตู ที่เล่นได้เกมละคน มันจำเป็นอะไร ที่ต้องเอาสำรองมาเยอะขนาดนั้น
อย่างไรก็ตาม บิลลิชิค เปิดวีดีโอ ของเบรดี้ ให้ทุกคนดู และชี้ให้เห็นว่า เบรดี้ เป็นคนแก้ปัญหาให้กับทีมได้เสมอ
"เราดูวีดีโอของเบรดี้ อีกครั้งและอีกครั้ง เราเห็นเลยว่าสามารถพาทีมคัมแบ็กกลับมาได้เสมอ เขาเจอเกมที่ยากและมีแรงกดดันตลอดการเล่นมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายเขาช่วยมิชิแกนชนะได้ตลอด"
สิ่งที่นิวอิงแลนด์เห็น คือพรสวรรค์ที่ซ่อนในตัวของเบรดี้ ถ้าจับเขาแยกเป็นผู้เล่นเดี่ยวๆ อาจไม่เห็นความเก่งมากนัก แต่เมื่อเอามาลงสนาม เล่นร่วมกับคนอื่นเมื่อไหร่ล่ะก็ ความสามารถของเบรดี้ จะพุ่งจนถึงขีดสุด
เหลืออีกไม่กี่นาที นิวอิงแลนด์ต้องเลือกตัวผู้เล่นแล้ว พวกเขาจึงโทรศัพท์ไปหา ลอยด์ คาร์ เฮดโค้ชของเบรดี้ สมัยอยู่มหาวิทยาลัยมิชิแกน และขอถามตามตรงว่า เด็กคนนี้ ดีพอจะให้นิวอิงแลนด์เลือกหรือไม่
"คุณจะไม่มีวันเสียใจเลยถ้าดราฟต์เขา" นี่คือคำตอบจากโค้ชสมัยมหาวิทยาลัย
นั่นทำให้สุดท้าย เมื่อถึงคิวของนิวอิงแลนด์ในรอบที่ 6 ผู้เล่นคนที่ 199 พวกเขาจึงตัดสินใจ เลือกทอม เบรดี้
ตัดกลับมาที่ บ้านของเบรดี้ ในแคลิฟอร์เนีย พ่อแม่ และทอม ทั้งหมดดีใจอย่างไม่มีคำบรรยาย เขาถูกดราฟต์แล้ว และความฝันเป็นนักกีฬาอาชีพ ก็ยังคงอยู่
"มันเป็นวันที่หนักมากจริงๆ" เบรดี้ยอมรับด้วยน้ำตา
------------------------------------------
เมื่อถูกดราฟต์ เบรดี้ ไปเข้าแคมป์เก็บตัวกับเพื่อนร่วมทีม ที่นิวอิงแลนด์
คนแรกที่เขาเจอ คือ โรเบิร์ต คราฟท์เจ้าของทีม
"สวัสดีครับ คุณคราฟท์ผมอยากจะขอแนะนำตัว ผมชื่อทอม เบรดี้"
"ฉันรู้ว่านายคือใคร นายคือดราฟต์เบอร์ 6 ของเราในปีนี้"
เบรดี้ มองหน้ากลับไปที่โรเบิร์ต คราฟท์ แล้วตอบกลับอย่างมั่นใจว่า
"ใช่ครับ และผมอยากให้คุณรู้ ว่าการเลือกผม คือการตัดสินใจที่ดีที่สุด ที่องค์กรแห่งนี้เคยทำมา"
------------------------------------------
และหลังจากนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี
เบรดี้ แสดงให้เห็นอย่างรวดเร็วว่าเขามีคุณภาพขนาดไหน เขาเลื่อนขึ้นเรื่อยๆ จากสำรองเบอร์ 3 กลายเป็นสำรองเบอร์ 1 ในเวลาแค่หนึ่งปี
และพอดรูว์ เบลดโซ มีอาการบาดเจ็บ ในปี 2001 ในเกมกับนิวยอร์ก เจ็ตส์ จนต้องโดนเปลี่ยนตัวออก เบรดี้ ได้โอกาสลงสนามแทน และจากนั้นมา 17 ปี เขาก็ไม่เคยกลับไปเป็นตัวสำรองอีกเลย
เบรดี้ ทำให้โลกได้เห็นว่า คุณไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องขว้างแรงที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุด คุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้
เพราะ ศิลปะของการเล่นควอเตอร์แบ็ก มันอยู่ที่สมอง และทัศนคติ ต่างหาก
"สิ่งที่เบรดี้ เหนือกว่าใคร คือ ไม่มีใครจะซ้อมหนักไปกว่าเขาอีกแล้ว เขาซ้อมเรื่องเดิมๆซ้ำทุกวัน เพื่อเวลาแข่งขันจริง จะได้เป็นไปอย่างที่ต้องการ"
"เขาอ่านเกมทุกอย่างในสนาม สนใจศึกษาเรื่องแท็กติกอย่างจริงจัง เป็นคนฉลาด เรียนรู้ข้อมูลได้ไวมาก และที่สำคัญมีจิตใจมั่นคง กับทุกๆเรื่อง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผล ที่ทำให้เขายิ่งใหญ่เหมือนทุกวันนี้"
จนถึงวันนี้การคว้าตัว เบรดี้ มาร่วมทีมของนิวอิงแลนด์ ได้รับการขนานนามว่า เป็น " The Biggest Steal" หรือ การคว้าตัวที่คุ้มค่าและโคตรถูกที่สุดใน NFL ราวกับขโมยมาก็ไม่ปาน
จากผู้เล่นที่ทุกคนมองข้ามมา 198 ครั้ง พลิกผันกลายมาเป็นควอเตอร์แบ็กที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
ของดีมีคุณค่า แต่กลับไม่มีใครเห็น
เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ
------------------------------------------
ความจริงแล้ว สิ่งของที่ถูกมองข้ามมาตลอด ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดี
เพียงแต่ รูปลักษณ์ภายนอก มันอาจไม่ดึงดูด ให้คนรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกพบก็เท่านั้น
ของที่มีคุณค่า ไม่ว่าอย่างไร ก็ย่อมมีคุณค่าเสมอ
มันเพียงแค่ต้องรอ ให้คนที่คู่ควรได้มาค้นพบก็เท่านั้นเอง
#tomBRADY
เครดิตด้านล่างเลยครับ