
สวัสดีครับ
สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันอาทิตย์ MC แอ๊ด (หวางเจ๋)) ประจำการครับ ^^
ก่อนจะเริ่มต้นเขียนกระทู้นี้ MC ก็คิดอยู่ว่าวันนี้จะเขียนเรื่องอะไรดี นึกไม่ออกก็เลยเข้าไปหาดูอะไรแปลกๆไปเรื่อยเปื่อยในยูทูป แล้วก็ไปเจอเรื่องที่ชอบใจเรื่องนึงเข้าครับ เลยขอเรื่องนี้มาฝากเพื่อนพี่น้องกัน...
มันคือ เรื่องราวของ เทคโนโลยี่ที่จะหายไปจากโลกในอนาคตอันใกล้นี้ แม้กระทั่ง "สมาร์ทโฟน" ซึ่งคนใช้กันทั่วโลก ยังเป็นหนึ่งในจำนวนเหล่านั้นด้วย! เทคโนโลยีบางอย่างเขาบอกว่า เร็วๆนี้มันจะหายกลายเป็นอดีต อย่างแน่นอน!
เจ้าของคลิปบอกว่า "เวลาผ่านไปเร็วเสมอ และเหมือนว่ายิ่งโลกหมุนเร็วขึ้นเท่าไหร่ เทคโนโลยีก็วิวัฒน์ตามโลกได้เร็วขึ้นเท่านั้น หากคุณมองย้อนกลับไปในปี 2010 คุณจะรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นานนี้เอง
นั่นเป็นปีที่ iPad เกิดขึ้นมาบนโลก เป็นปีที่มีการก่อตั้ง Kickstarter องค์กรที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของระดมเงินทุนเพื่อสิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง อีกทั้งยังมี Square ที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าทั่วไปรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านโทรศัพท์มือถือได้ ดังนั้นก็ไม่แปลกอะไร ถ้าหากภายใน 5-10 ปีข้างหน้า จะมีเทคโนโลยีเจ๋งๆอีกมากมายเกิดขึ้น แต่ขณะที่เราก้าวไปข้างหน้า เราเคยมองย้อนกลับไปข้างหลังบ้างหรือไม่ ว่าเมื่อเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ เราทิ้งอะไรไปบ้าง ?
และนี่คือ 10 อันดับ เทคโนโลยีที่อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในช่วงเฮือกสุดท้าย ก่อนจะโดนเทคโนโลยีใหม่กลืนกิน และถูกหลงลืมจนหายไปจากโลกภายใน 5-10 ปีนี้ ซึ่งบางเทคโนโลยี จะหายไปเร็วๆนี้แน่นอนครับ"
อันดับที่ (10) "กระจกมองข้าง" ของรถยนต์

ทุกวันนี้รถยนต์มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆมากมายซึ่งมีการคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้เราปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีเหล่านี้ยังช่วยให้ผู้ผลิตมีกำไรมหาศาล แต่บางสิ่งอย่างกระจกมองข้าง ก็ไม่เคยเปลี่ยนตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ว่า รถยนต์ในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับกระจกมองหลังไปตลอดกาล
ด้วยความล้ำสมัยของกล้องวีดิโอซึ่งคมชัดระดับ HD และมีความสามารถมากกว่ากระจกธรรมดา กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่แทนกระจกที่ส่องสะท้อนมองภาพทางด้านข้าง ซึ่งรถยนต์กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญในอีกไม่ช้า โดยเฉพาะบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง กำลังจะแทนที่กระจกมองข้างด้วยกล้องวีดิโอที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่า ในแง่ของการให้ทัศนวิสัยไร้จุดบอด ในยามที่คุณต้องมองเพื่อเปลี่ยนทิศทางรถไปด้านข้างหรือถอยรถ
MIRORLESS CAR กำลังถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมากในวงการยานยนต์ทั่วโลก

มันคือนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและสามารถทำได้ทันที ถ้ารัฐบาลในหลายๆประเทศยอมรับที่จะเปลี่ยนกฏข้อบังคับเดิมๆ ที่เคยตราไว้ในกฏหมายให้ชัดเจนและครอบคลุมการใช้งานการมองด้านข้างรถด้วยกล้องแทนกระจกที่ล้าสมัยและมีมุมมองที่แคบจนเกิด "จุดบอด" ในระหว่างการขับขี่ หนึ่งในค่ายยักษ์ใหญ่ที่ล่วงหน้าไปแล้วคือ
BMW ของเยอรมัน ได้เปิดเผยแนวคิดที่ทำให้รถยนต์ไร้กระจกมองข้าง รวมถึงกระจกมองหลังด้วย พวกมันจะถูกแทนที่ด้วยกล้องวีดิโอ ทั้งหมด ตัวกล้องจะถูกใส่ไว้ที่ตำแหน่งเดิมของกระจกมองข้าง โดยทาง BMW ได้มีการเรียกต้นแบบนี้ในงานเปิดตัว BMW I-8 ว่า MIRRORLESS CONCEPT
อันดับที่ 9 "รีโมท คอนโทรล"

คุณคงเคยมีปัญหา หารีโมทไม่เจอ อยากโทรหามันหรือไม่ ? ปัญหานี้รวมทั้งปัญหาการแย่งรีโมทกันจะหมดไป หลังจากนี้ต่อไปเทคโนโลยีจะช่วยให้เราสามารถควบคุมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงต่างๆได้โดยปราศจากรีโมท
บริษัทวิจัยตลาด สตราเตอจี้ แอนนาลิติกส์ (Strategy Analytics) ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 เราจะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆได้เป็นจำนวน
กว่า 1.76 หมื่นล้านเครื่องทั่วโลก!! ด้วยการสั่งงานต่างๆในระบบดิจิตอล

และตอนนี้ เราก็เริ่มเห็นเค้ารางๆ แล้ว จาก
"อเมซอน เอ็คโค่" (Amazon Echo)

หรือ
"กูเกิ้ล โฮม" ซึ่งเป็นอุปกรณ์
Voice Activator Speaker ลำโพงซึ่งทำงานด้วยคำสั่งเสียงพูด เราสามารถถามคำถาม สั่งให้ค้นหา และทำอะไรหลายๆอย่างได้ เพียงแค่ใช้คำสั่งเสียงเท่านั้น (แน่นอนต้องภาษาอังกฤษก่อนเพื่อน!) และยังสามารถจะสั่งการ Smart Device ต่างๆ ที่ติดตั้งภายในบ้านโดยคำสั่งเสียงได้เช่นกัน

และเมื่อถึงปี 2020 ซึ่งอุปกรณ์เป็นจำนวนมากจะสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ การผลิตรีโมทคอนโทรล ก็จะไม่จำเป็นอีกต่อไป
อันดับ (8) เงินสด สมุดเช็ค และบัตร/ตู้ ATM
ทุกวันนี้มีบริการทางการเงินมากมายให้เราเลือกใช้เพื่อความสะดวกสบาย เช่น Internet Banking หรือการใช้บัตรเครดิตผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงไม่แปลกที่ในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โลกเราจะก้าวหน้าถึงขั้นสามารถจัดการธุรกรรมการเงินทุกอย่างผ่านมือถือได้ทั้งหมด
ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (The Federal Reserve) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า จำนวนการใช้เช็คเงินสดในปัจจุบัน ลดลงมากถึง 57% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2000-2012

94% ของกลุ่มชนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี มักจะใช้บริการธนาคารออนไลน์ และมากกว่า 1 ใน 5 ของพวกเขา ไม่เคยมีประสบการณ์การเขียนเช็คเลย จนคนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า
Unbanked Gereration

และในยุโรป หากคุณพยายามถามหา "เช็ค" ละก็ คุณอาจถูกมองว่าเป็นคนเชยเฉิ่มเลยทีเดียว!! เพราะดูเหมือนว่าเรื่องที่ยังคงนิยมใช้เช็คกันอยู่ จะเป็นเรื่องการจ่ายค่าเช่า แต่นั่นก็จะมีต่อไปจนกว่าจะมีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่

ซึ่งธนาคารออนไลน์ก็สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นจนทุกคนไว้วางใจ

และเมื่อถึงเวลานั้น ระบบเช็คก็อาจจะหายไปโดยไม่ยาก และนอกจากระบบเช็คจะหายไปแล้ว "เงินสด" ก็อาจจะต้องตามไปด้วยในไม่ช้า!

และเมื่อเงินสดไม่จำเป็น ตัว ATM จะมีไว้ทำซากอะไรเล้า...

ก็คงต้องปล่อยให้มันกลายเป็นอดีตไป...
อันดับ (7) รหัสผ่าน (PASSWORD) ซึ่งเป็นตัวหนังสือ ตัวเลข สัญลักษณ์ ฯลฯ

แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องยากที่พาสเวิร์ดจะหายไป เพราะปัจจุบันมันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก คนทั่วไปมีพาสเวิร์ดมากกว่า 1 ชุด บางคนพบว่ามีมากถึงสิบกว่าชุดเลยก็มี และมากกว่าครึ่ง ใช้รหัส "ติ๊งต๊อง" (สิ้นคิด) ที่ไม่มีความปลอดภัยเอาเสียเลย!

และแม้ใครจะบอกว่า พาสเวิร์ดของตน "สตรอง" มากแค่ไหนก็ตาม มันก็ยังมีโอกาสโดนแฮ็กได้อยู่ดี!!!
ด้วยสาเหตุนี้ "รหัสจากร่างกาย" จึงถูกนำมาแทนที่

โดยเฉพาะในโทรศัพท์มือถือที่เป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าสู่กิจกรรมออนไลน์ต่างๆ รหัสดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น รอยนิ้วมือ

เสียง แม้กระทั่งการจดจำใบหน้า

จะถูกนำเข้ามาใช้แทนที่ชื่อ น้องหมาน้องแมว พ.ศ.หรือ ค.ศ.เกิด หรือวันครบรอบการแต่งงานของคุณเป็นต้น ซึ่งแม้ว่าจะมีความเสี่ยงในรูปแบบที่ต่างกันไปอยู่บ้าง แต่เชื่อได้เลยว่า พาสเวิร์ดแบบ "ตัวพิมพ์" จะไม่จำเป็นอีกต่อไป
นอกจากนี้ ระบบการรักษาความปลอดภัยที่น่าจะแพร่หลายมากขึ้นในการนำไปใช้ในโลกออฟไลน์ นั่นหมายถึง ต่อไปนี้ คุณจะไม่ต้องมีกุญแจที่จะให้ทำหายอีกแล้ว เพราะการล็อกทุกอย่างจะปลดล็อกได้ด้วยอวัยวะของคุณเองเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พาสเวิร์ดจากร่างกาย ดูมีความปลอดภัยมากกว่าพาสเวิร์ดแบบพิมพ์ก็จริง

แต่เชื่อเถอะ เวลาที่เราหลับ แฟนเราเขาก็เอามือเรามาจิ้มมือถือปลดล็อกค้นหาความลับในมือถือได้อยู่ดีนั่นแหละ!!! เพราะคำว่า "ความลับ" ไม่มีในโลก สำหรับคนที่ได้ชื่อว่า "มนุษย์แฟน" !!!
อันดับ 6 "FLASHDRIVE"

ในปี 2020 ประชากรกว่า 70% ของโลก จะมีสมาร์ทโฟนใช้ และสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะครอบคลุมมากกว่า 90% ของพื้นที่ๆ มีคนอาศัยอยู่

ประกอบกับ บริการ
CLOUD STORAGE "แหล่งเก็บข้อมูลบนก้อนเมฆ"

ซึ่งสมัยก่อนเรียกกันว่า "เว็บฝากไฟล์" นั่นเอง
ทุกคนส่วนใหญ่นิยมเก็บข้อมูลไว้ "บนก้อนเมฆ" มากขึ้น เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะสูญหายหรือถูกโจรกรรม

และสามารถกำหนดด้วยตนเองให้เป็น "ส่วนตัว" หรือ "สาธารณะ" ก็ได้

ทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการ Cloud Storage มากมาย เช่น Apple I-Cloud, Dropbox, Google Drive, Microsoft OneDrive ซึ่งต่อไปข้างหน้าก็จะแข่งขันกันไปด้วยความจุแบบ Unlimited ในราคาซึ่งแทบไม่ต้องจ่าย คงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

และนั่นก็จะทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องพกพา "แฟลชไดรฟ์" ใส่ข้อมูล อีกต่อไป...
ยังไม่หมด ต้องต่อวันพรุ่งนี้ครับ เป็นการชดเชยเมื่อวานที่ไม่ได้มาไปด้วยเลย ^^
ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียงเพลง 5/8/2561- เทคโนโลยีที่จะสูญพันธุ์
ก่อนจะเริ่มต้นเขียนกระทู้นี้ MC ก็คิดอยู่ว่าวันนี้จะเขียนเรื่องอะไรดี นึกไม่ออกก็เลยเข้าไปหาดูอะไรแปลกๆไปเรื่อยเปื่อยในยูทูป แล้วก็ไปเจอเรื่องที่ชอบใจเรื่องนึงเข้าครับ เลยขอเรื่องนี้มาฝากเพื่อนพี่น้องกัน...มันคือ เรื่องราวของ เทคโนโลยี่ที่จะหายไปจากโลกในอนาคตอันใกล้นี้ แม้กระทั่ง "สมาร์ทโฟน" ซึ่งคนใช้กันทั่วโลก ยังเป็นหนึ่งในจำนวนเหล่านั้นด้วย! เทคโนโลยีบางอย่างเขาบอกว่า เร็วๆนี้มันจะหายกลายเป็นอดีต อย่างแน่นอน!
เจ้าของคลิปบอกว่า "เวลาผ่านไปเร็วเสมอ และเหมือนว่ายิ่งโลกหมุนเร็วขึ้นเท่าไหร่ เทคโนโลยีก็วิวัฒน์ตามโลกได้เร็วขึ้นเท่านั้น หากคุณมองย้อนกลับไปในปี 2010 คุณจะรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นานนี้เอง นั่นเป็นปีที่ iPad เกิดขึ้นมาบนโลก เป็นปีที่มีการก่อตั้ง Kickstarter องค์กรที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของระดมเงินทุนเพื่อสิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง อีกทั้งยังมี Square ที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าทั่วไปรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านโทรศัพท์มือถือได้ ดังนั้นก็ไม่แปลกอะไร ถ้าหากภายใน 5-10 ปีข้างหน้า จะมีเทคโนโลยีเจ๋งๆอีกมากมายเกิดขึ้น แต่ขณะที่เราก้าวไปข้างหน้า เราเคยมองย้อนกลับไปข้างหลังบ้างหรือไม่ ว่าเมื่อเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ เราทิ้งอะไรไปบ้าง ? และนี่คือ 10 อันดับ เทคโนโลยีที่อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในช่วงเฮือกสุดท้าย ก่อนจะโดนเทคโนโลยีใหม่กลืนกิน และถูกหลงลืมจนหายไปจากโลกภายใน 5-10 ปีนี้ ซึ่งบางเทคโนโลยี จะหายไปเร็วๆนี้แน่นอนครับ"
อันดับที่ (10) "กระจกมองข้าง" ของรถยนต์
ทุกวันนี้รถยนต์มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆมากมายซึ่งมีการคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้เราปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีเหล่านี้ยังช่วยให้ผู้ผลิตมีกำไรมหาศาล แต่บางสิ่งอย่างกระจกมองข้าง ก็ไม่เคยเปลี่ยนตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ว่า รถยนต์ในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับกระจกมองหลังไปตลอดกาล
ด้วยความล้ำสมัยของกล้องวีดิโอซึ่งคมชัดระดับ HD และมีความสามารถมากกว่ากระจกธรรมดา กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่แทนกระจกที่ส่องสะท้อนมองภาพทางด้านข้าง ซึ่งรถยนต์กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญในอีกไม่ช้า โดยเฉพาะบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่ง กำลังจะแทนที่กระจกมองข้างด้วยกล้องวีดิโอที่ทำหน้าที่ได้ดีกว่า ในแง่ของการให้ทัศนวิสัยไร้จุดบอด ในยามที่คุณต้องมองเพื่อเปลี่ยนทิศทางรถไปด้านข้างหรือถอยรถ
MIRORLESS CAR กำลังถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมากในวงการยานยนต์ทั่วโลก
มันคือนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและสามารถทำได้ทันที ถ้ารัฐบาลในหลายๆประเทศยอมรับที่จะเปลี่ยนกฏข้อบังคับเดิมๆ ที่เคยตราไว้ในกฏหมายให้ชัดเจนและครอบคลุมการใช้งานการมองด้านข้างรถด้วยกล้องแทนกระจกที่ล้าสมัยและมีมุมมองที่แคบจนเกิด "จุดบอด" ในระหว่างการขับขี่ หนึ่งในค่ายยักษ์ใหญ่ที่ล่วงหน้าไปแล้วคือ BMW ของเยอรมัน ได้เปิดเผยแนวคิดที่ทำให้รถยนต์ไร้กระจกมองข้าง รวมถึงกระจกมองหลังด้วย พวกมันจะถูกแทนที่ด้วยกล้องวีดิโอ ทั้งหมด ตัวกล้องจะถูกใส่ไว้ที่ตำแหน่งเดิมของกระจกมองข้าง โดยทาง BMW ได้มีการเรียกต้นแบบนี้ในงานเปิดตัว BMW I-8 ว่า MIRRORLESS CONCEPT
อันดับที่ 9 "รีโมท คอนโทรล"
คุณคงเคยมีปัญหา หารีโมทไม่เจอ อยากโทรหามันหรือไม่ ? ปัญหานี้รวมทั้งปัญหาการแย่งรีโมทกันจะหมดไป หลังจากนี้ต่อไปเทคโนโลยีจะช่วยให้เราสามารถควบคุมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงต่างๆได้โดยปราศจากรีโมท
บริษัทวิจัยตลาด สตราเตอจี้ แอนนาลิติกส์ (Strategy Analytics) ได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 เราจะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆได้เป็นจำนวนกว่า 1.76 หมื่นล้านเครื่องทั่วโลก!! ด้วยการสั่งงานต่างๆในระบบดิจิตอล
และตอนนี้ เราก็เริ่มเห็นเค้ารางๆ แล้ว จาก "อเมซอน เอ็คโค่" (Amazon Echo)
หรือ "กูเกิ้ล โฮม" ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Voice Activator Speaker ลำโพงซึ่งทำงานด้วยคำสั่งเสียงพูด เราสามารถถามคำถาม สั่งให้ค้นหา และทำอะไรหลายๆอย่างได้ เพียงแค่ใช้คำสั่งเสียงเท่านั้น (แน่นอนต้องภาษาอังกฤษก่อนเพื่อน!) และยังสามารถจะสั่งการ Smart Device ต่างๆ ที่ติดตั้งภายในบ้านโดยคำสั่งเสียงได้เช่นกัน
และเมื่อถึงปี 2020 ซึ่งอุปกรณ์เป็นจำนวนมากจะสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ การผลิตรีโมทคอนโทรล ก็จะไม่จำเป็นอีกต่อไป
อันดับ (8) เงินสด สมุดเช็ค และบัตร/ตู้ ATM
ทุกวันนี้มีบริการทางการเงินมากมายให้เราเลือกใช้เพื่อความสะดวกสบาย เช่น Internet Banking หรือการใช้บัตรเครดิตผ่านโทรศัพท์มือถือ จึงไม่แปลกที่ในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โลกเราจะก้าวหน้าถึงขั้นสามารถจัดการธุรกรรมการเงินทุกอย่างผ่านมือถือได้ทั้งหมด
ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา (The Federal Reserve) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า จำนวนการใช้เช็คเงินสดในปัจจุบัน ลดลงมากถึง 57% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2000-2012
94% ของกลุ่มชนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี มักจะใช้บริการธนาคารออนไลน์ และมากกว่า 1 ใน 5 ของพวกเขา ไม่เคยมีประสบการณ์การเขียนเช็คเลย จนคนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า Unbanked Gereration
และในยุโรป หากคุณพยายามถามหา "เช็ค" ละก็ คุณอาจถูกมองว่าเป็นคนเชยเฉิ่มเลยทีเดียว!! เพราะดูเหมือนว่าเรื่องที่ยังคงนิยมใช้เช็คกันอยู่ จะเป็นเรื่องการจ่ายค่าเช่า แต่นั่นก็จะมีต่อไปจนกว่าจะมีเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่
ซึ่งธนาคารออนไลน์ก็สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นจนทุกคนไว้วางใจ
และเมื่อถึงเวลานั้น ระบบเช็คก็อาจจะหายไปโดยไม่ยาก และนอกจากระบบเช็คจะหายไปแล้ว "เงินสด" ก็อาจจะต้องตามไปด้วยในไม่ช้า!
และเมื่อเงินสดไม่จำเป็น ตัว ATM จะมีไว้ทำซากอะไรเล้า...
ก็คงต้องปล่อยให้มันกลายเป็นอดีตไป...
อันดับ (7) รหัสผ่าน (PASSWORD) ซึ่งเป็นตัวหนังสือ ตัวเลข สัญลักษณ์ ฯลฯ
แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องยากที่พาสเวิร์ดจะหายไป เพราะปัจจุบันมันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก คนทั่วไปมีพาสเวิร์ดมากกว่า 1 ชุด บางคนพบว่ามีมากถึงสิบกว่าชุดเลยก็มี และมากกว่าครึ่ง ใช้รหัส "ติ๊งต๊อง" (สิ้นคิด) ที่ไม่มีความปลอดภัยเอาเสียเลย!
และแม้ใครจะบอกว่า พาสเวิร์ดของตน "สตรอง" มากแค่ไหนก็ตาม มันก็ยังมีโอกาสโดนแฮ็กได้อยู่ดี!!!
ด้วยสาเหตุนี้ "รหัสจากร่างกาย" จึงถูกนำมาแทนที่
โดยเฉพาะในโทรศัพท์มือถือที่เป็นอุปกรณ์หลักในการเข้าสู่กิจกรรมออนไลน์ต่างๆ รหัสดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น รอยนิ้วมือ
เสียง แม้กระทั่งการจดจำใบหน้า
จะถูกนำเข้ามาใช้แทนที่ชื่อ น้องหมาน้องแมว พ.ศ.หรือ ค.ศ.เกิด หรือวันครบรอบการแต่งงานของคุณเป็นต้น ซึ่งแม้ว่าจะมีความเสี่ยงในรูปแบบที่ต่างกันไปอยู่บ้าง แต่เชื่อได้เลยว่า พาสเวิร์ดแบบ "ตัวพิมพ์" จะไม่จำเป็นอีกต่อไป
นอกจากนี้ ระบบการรักษาความปลอดภัยที่น่าจะแพร่หลายมากขึ้นในการนำไปใช้ในโลกออฟไลน์ นั่นหมายถึง ต่อไปนี้ คุณจะไม่ต้องมีกุญแจที่จะให้ทำหายอีกแล้ว เพราะการล็อกทุกอย่างจะปลดล็อกได้ด้วยอวัยวะของคุณเองเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พาสเวิร์ดจากร่างกาย ดูมีความปลอดภัยมากกว่าพาสเวิร์ดแบบพิมพ์ก็จริง
แต่เชื่อเถอะ เวลาที่เราหลับ แฟนเราเขาก็เอามือเรามาจิ้มมือถือปลดล็อกค้นหาความลับในมือถือได้อยู่ดีนั่นแหละ!!! เพราะคำว่า "ความลับ" ไม่มีในโลก สำหรับคนที่ได้ชื่อว่า "มนุษย์แฟน" !!!
อันดับ 6 "FLASHDRIVE"
ในปี 2020 ประชากรกว่า 70% ของโลก จะมีสมาร์ทโฟนใช้ และสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะครอบคลุมมากกว่า 90% ของพื้นที่ๆ มีคนอาศัยอยู่
ประกอบกับ บริการ CLOUD STORAGE "แหล่งเก็บข้อมูลบนก้อนเมฆ"
ซึ่งสมัยก่อนเรียกกันว่า "เว็บฝากไฟล์" นั่นเอง
ทุกคนส่วนใหญ่นิยมเก็บข้อมูลไว้ "บนก้อนเมฆ" มากขึ้น เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะสูญหายหรือถูกโจรกรรม
และสามารถกำหนดด้วยตนเองให้เป็น "ส่วนตัว" หรือ "สาธารณะ" ก็ได้
ทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการ Cloud Storage มากมาย เช่น Apple I-Cloud, Dropbox, Google Drive, Microsoft OneDrive ซึ่งต่อไปข้างหน้าก็จะแข่งขันกันไปด้วยความจุแบบ Unlimited ในราคาซึ่งแทบไม่ต้องจ่าย คงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
และนั่นก็จะทำให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องพกพา "แฟลชไดรฟ์" ใส่ข้อมูล อีกต่อไป...
ยังไม่หมด ต้องต่อวันพรุ่งนี้ครับ เป็นการชดเชยเมื่อวานที่ไม่ได้มาไปด้วยเลย ^^