สวัสดี พี่น้องพ้องเพื่อนชาวพันทิป และชาวบลูแพลนเน็ต ทู้กกกกกกคนนนน จ้าา กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วน๊า หลังที่ห่างหายไปนาน มั้งนะ อิอิ สำหรับการกลับมาครั้งนี้ ก็จะมาเล่าถึงประสบการณ์การไปเที่ยว เมืองที่นักแบ็คแพ็คเกอร์ หรือ ผู้ที่ต้องการเสพธรรมชาติ โดยใช้งบประมาณในราคาไม่แพง แต่วิว ทิวทัศน์ คุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งที่เกริ่นมาข้างต้นนี้นั้น จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก "วังเวียง" กุ้ยหลินเมืองลาว เมืองที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา "วังเวียง" เพื่อน ๆ คงเคยได้ยิน ได้ฟัง และได้อ่านรีวิวต่าง ๆ มามากมายแล้ว ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือ ฤดูหนาว ดั้งนั้นกระทู้นี้อาจจะไม่ได้รีวิว อะไรมากมาย แต่จะเป็นการเล่าถึงการไปเที่ยววังวียงในครั้งนี้ซะมากกว่า ว่าแล้วเราก็จะเล่าถึงการไปเที่ยววังเวียง ณ ตอนนี้เลย !!
_________________________________________________________________________________________________________________
"วังเวียง" เป็นเมืองที่เราอยากไปมาก ๆ เมืองหนึ่ง ซึ่งเรานัดกับเพื่อนแล้ว กับเพื่อนเล่า นัดคนนู้น คนนั้น คนนี้ แต่มันก็มีเหตุให้ไม่ได้ไปเสมอ ๆ จนกระทั่ง ต้นเดือน กรกฎาคม 2561 ด้วยความที่เราอยากพักผ่อนเลยลองเกริ่น ๆ ชวนเพื่อนไปวังเวียงและนางก็ตกลง ประจวบเหมาะว่าเดือน กรกฎาคมนี้มีหยุดยาวหลายวัน เราจึงตกลงกันว่าจะไปวังเวียงในวันหยุดยาวช่วง 27 - 30 กรกฎาคม 2561 นี้ หลังจากตกลงกันได้เราก็ชวนเพื่อนอีกคนไปด้วย นางก็ตกลง สรุปตอนในตอนแรกนั้นมีผู้ร่วมทริปรวมเราทั้งหมด 3 คน เมื่อได้สมาชิกแล้ว เราก็ไปเลื่อนๆ ดูที่พักใน agoda ที่เราใช้ประจำ โอ้โหวันหยุดยาวแบบนี้ห้องวิวดีๆ ราคาก็สูงริ่ววว และห้องพักที่สามารถพักได้สามคนก็หาได้ยากเหลือเกิน แต่แล้วเราก็เลื่อนไปเจอที่พักหนึ่งที่ชื่อว่า Phatty Villa Vangvieng เอ้ยราคาดี ในรูปสภาพห้องก็โอเครนิ 3 คืน 1800 บาท หาร 3 คน ก็ตกคนละ 600 ถือว่าโอเคร อย่าไปคิดเยอะ ห้องไว้แค่นอน แค่อาบน้ำ จะเอาอะไรเยอะแยะ ซึ่งเรานอนคิดไปคิดมาสักแพพ มือเราก็ลั่น กดจองเรียบร้อย ฮ่าา โชคดีหน่อยที่จ่ายเงิน ณ ที่พัก ไม่งั้น เดือนนี้อดตาย แค่หาเงินไปเที่ยวก็แทบกระอักแล้ว ฮ่าา
**26 กรกฎาคม 2561
วันนี้เป็นวันเริ่มต้อนของการเดินทาง โดยเราและเพื่อนหนึ่งคนจะเริ่มต้นเดือนทางจากสระบุรีเพื่อไปยังหนองคาย ซึ่งได้นัดกับเพื่อนอีกคนไว้ตั้งแต่ที่แรก แต่แล้วทริปนี้ก็เหลือแค่ 2 คน เนื่องจากเพื่อนอีกคนเกิดเหตุไม่สบายใจ ไม่พร้อมที่จะเดินทาง โอเครไม่เป็นไร ไว้แกสบายใจ ค่อยเปิดทริปใหม่แล้วกัน
ตอนบ่าย ๆ เราก็เริ่มเก็บกระเป๋า แพ็คเสื้อผ้า แพ็คของใช้ส่วนตัว และรอเวลาการเดินทางกันต่อ
เวลา 3 ทุ่ม เราและเพื่อนอีกหนึ่งคนก็ไปรอรถทัวร์ที่ บขส. สระบุรี วันนี้ บขส. คึกคักมาก เพราเป็นวันหยุดยาว ทุกคนต่างจะกลับบ้าน
รถทัวร์ที่เราจองไว้ เป็น สายกาญจนบุรี - หนองคาย ในราคา 362 บาท โดยเลือกขึ้นที่สระบุรี ในรอบ 4 ทุ่ม 15 นาที
เนื่องจากวันนี้คนเริ่มทยอยกลับต่างจังหวัดจึงทำให้รถบนถนนหนาแน่น และการจราจรติดขัดพอประมาณ ส่งผลให้รถทัวร์ของเรามาล่าช้าไปนิด โดยราวๆ แล้ว รถทัวร์ของเราก็ออกจาก บขส.สระบุรี ประมาณ 5 ทุ่ม เอาล่ะ ช่วงนี้ก็หลับยาวๆ ไป
**27 กรกฎาคม 2561
เราสองคนกับเพื่อนเดินทางมาถึง ณ บขส. หนองคายในเวลา 9 โมงเช้า เอาล่ะการไปท่องเที่ยวทุกครั้ง เรามักจะโดนหลอกเสมอออ เหอะ แล้วทำไมต้องเป็นตรูตลอดๆ เลย ตอนเราลงจากรถทัวร์มา ก้จะมีคนขับสามล้อหลายๆ คนมารุมเร้า ว่าไปไหน ๆ เราบอกว่าจะไปลาว เขาก็บอกว่า มาๆ ขึ้นสามล้อเดี๋ยวไปส่งที่ด่าน เอแต่แพลนคือเราจะนั่งรถ หนองคาย - เวียงจันทน์ ไปก่อนค่อยต่อรถไปวังเวียง เอ้อๆ ไปด่านก็ไปด่านว๊ะ ไปเสี่ยงหารถเอาด้านหน้า ก็ได้ ไม่เป็นไร

แต่แล้วเรื่องราวการโดนหลอกมันเพิ่งเริ่มขึ้น เมื่อเรานั่งรถสามล้อเพื่อไปยังด่าน คนขับก็เริ่มให้ข้อเสนอ ว่าเอาไหม ๆ เดี๋ยวเปลี่ยนรถเป็นรถเก๋ง ไปส่งถึงด่านลาว ไม่ต้องต่อคิว คิดคนละ 450 บาท หืมมม เริ่มตะหงิดในใจ แชทถามน้องที่อยู่หนองคายว่า ด่านไทยและด่านลาวอยู่ไกลกันไหม น้องบอกว่าไม่ไกล หืมม เราก็กะว่าจะปฏิเสธไป เอ้านาเสนอต่อมาว่าไม่ต้องเข้าคิวผ่าน ตม. คนเป็นร้อย ๆ เลย นะ เราก็นึกในใจ ตอนตรูไปญี่ปุ่นตรูก็รอคิวคนเป็นร้อย ๆ ตรูก็รอได้ แต่เรายังไม่ทันได้ปฏิเสธ นางก็พาเรามาถึงด่านเรียกคนขับรถเก๋ง และจับเรายัดขึ้นรถเก๋งไป เก็บเงิน 450 บาท ขับพาไปปั๊มแสตมป์ จ่ายเงิน 20 บาท 2 นาทีต่อมา ถึงด่านลาว

โอ้ยยยย นี่หรอ 450 ของช้าน ซื้อเวลา 2 นาที แค่นี้หรอ มารึงงงเอ้ย ตรูรอรถจากด่านไทยไปด่านลาวก็ได้เว้ยยยยย ไม่กี่บาทด้วยซ้ำ เออ ๆ ช่างมัน ถือว่าฟาดเคราะก่อนการเดินทาง ตลอดทริปจะได้ไม่เป็นอะไร แต่นั่นมันค่า Zip Line ตรู เออโง่เองก็ทำใจ บอกกับตัวเองตลอดทาง เราและเพื่อนพยายามเลิกหัวเสียเรื่องจ่ายค่าโง่ไป แล้วก็รีสตาร์ทฟีลการออกเดินทางใหม่ เมื่อถึง ฝั่งด่านลาวก็จะมีคนขับรถมากมายจะถามหาเราว่าจะไปไหน ไปไหน ไปรถตู้ไหม เรากับเพื่อนก็ยังระแวงว่าจะโดนหลอกอีก เลยยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะตอบ แต่เราลองถามคนขับว่าจากด่านลาวไป วังเวียงเลยคิดคนละเท่าไหร่ ราคายืนพื้นจะอยู่ที่ 500 บาทไทย เราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ จนมีลุงคนนึงมาเสนอราคาว่าถ้าได้ 8 คน จะคิดคนละ 400 บาท เอ้อ เราก็สนใจเว้ย ว่ามันก็น่าจะคุ้มล่ะ แต่เราขอลุงไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาอ้าวลุงหาย เดิน ๆ รอ ๆ หา ๆ ลุงอยู่สักพักก็ไม่เจอ เรากับเพื่อนเลยตัดสินใจผ่านด่านตม.เข้าเมืองลาวเลยละกัน ขณะที่พวกเรากำลังจะซื้อซิมการ์ดและแลกเงินก็มีพี่คนขับรถมาถามพวกเราอีกไปไหม ไปวังเวียง คนละ 500 บาท ถ้าไปพี่ได้ครบ 6 คน แล้วพี่จะออกรถเลย เราก็ยังลังเลอยู่กล้า ๆ กลัว ๆ เลยขอแลกเงินก่อน แต่ว่าเพื่อนเราบอกว่าไปเหอะ เดี๋ยวจะถึงค่ำ เราก็เอ้อ ไปก็ไป เรากับเพื่อนก็เลยไปขึ้นรถแต่ระหว่างรอรถออก พี่คนขับรถก็หาผู้โดยสารได้เพิ่มอีก 2 คน รวมทั้งหมดเป็น 8 คน พี่เค้าคิดคนละ 400 บาท เอ้อ ได้ราคานี้ในที่สุด พี่คนขับรถนี่ใจดีสุด ๆ เลย ถามว่าใครยังไม่มีซิม ไม่ได้แลกซิม พี่เขาพาแวะและจัดการให้

เรทเงินที่เราแลกได้วันนั้น เราได้เรทอยู่ที่ 1 บาท = 263 กีบ ไม่รู้หรอกว่าถูกหรือแพง แต่ตอนนี้ช้านรวยแล้วเว้ยยยยย มีเงินเป็นแสน ๆ เด้อจ้า ฮ่าาา เมื่อนั่งรถมาจากที่พี่เขาแลกเงินได้สักครู่หนึ่ง พี่เขาก็พาแวะซื้อซิมโดยเป็นซิมเน็ตพร้อมโปร 4 กิ๊ก 3 วัน ในราคา 25000 กีบ เย้ๆ มีซิมเล่นเน้ตแล้ว ระหว่างทางก็เล่นเน็ตไป มันก็เร็วดีนะ จำไม่ผิดยี่ห้อ Unitel นี่ล่ะมั้ง เอาล่ะซื้อซิมเสร็จพี่คนขับรถก็พาไปแวะปั๊มเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ ซื้อขนมรองท้อง เพราะการเดินทางอีกยาวไกล เมื่อรถพร้อมคนพร้อมเราก็ออกเดินทางกัน
พวกเรานั่งรถมาได้สักระยะหนึ่งพี่คนขับรถก็จอดให้เราพักทานอาหาร ทำธุระส่วนตัว ที่ร้านอาหารไชโย (น่าจะใช่มั้ง) ซึ่งเป็นที่พักรถทัวร์ รถบัส รถตู้ รถต่าง ๆ นา ๆ ก่อนที่พิชิตโค้งขึ้นเขาไปสู่เมืองวังเวียง
ข้าวมื้อแรกที่ตกถึงท้องตั้งแต่เดินทางมาถึงเมื่อคืน ด้วยความที่ไม่รู้จะทานอะไรและถ้าหากทานอาหานประเภทเส้นก็คงจะไม่อยู่ท้อง เราจึงคิดที่จะทานอาหารที่หลาย ๆ คนเรียกว่าอาหารสิ้นคิด ฮ่าาา นั้นก็คือ ผัดกะเพราหมูนั่นเอง วันที่เราไปอย่างที่ได้กล่าวมันเป็นวันหยุดยาว คนก็จะเยอะ ๆ คิวก็จะนาน ๆ โชคดีเรามากับรถตู้แบบแชร์กัน เลยไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากมาย แต่คนที่มากับรถทัวร์ รถโดยสาร อื้อหือ ดูรีบสุดๆ
เมื่อทุกคนพร้อเราก็ออกเดินทาง อีกนี๊ดเดียวเราจะถึงวังเวียงแล้ว (ทำตาลุกวาว)
เมื่อรถเคลื่อนสู่ยอดเขาเราก็เห็นทุกคนบนรถพร้อมเพียงกันหลับ ส่วนตัวเรานั้นหรอ หยิบหูฟังมาฟังเพลง พร้อมกับโยกตัวไปตามแรงรถที่เข้าโค้ง ฮ่าา ส่วนตัวเราว่าทางไปวังเวียงมันไม่ค่อยเท่าไหร่ ความรู้สึกเหมือนขับรถอยู่บนเขาใหญ่ หรือว่าเพราะเราชินกับการนั่งรถทัวร์ขึ้นเขาภูพานผ่านโค้งปิ้งงูก้ไม่รู้ (เราไปสกลนครบ่อยเลยชินกับโค้งมั้ง) ฮ่าาา เราพิชิตโค้งพิชิตเขาไปสักระยะหนึ่ง เราก็มาถึงเมืองวังเวียง จุดหมายปลายทางของเรา พี่คนขับรถก็จะถามที่พักและไล่ขับรถไปส่งทุกคน พี่ใจดีสุด ๆ เราและเพื่อนถูกส่งเป็นกลุ่มสุดท้าย พอพี่มาเห็นที่พักเรา แกบอกว่าให้แคลเซิลแล้วไปหาเอาในเมืองวังเวียงดีไหม มันไกลเดินทางลำบาก ทางก็ลำบาก แต่เราบอกว่าไม่เป็นไรพี่จองมาแล้ว และส่วนตัวเราคิดว่ายังไง ๆ เราก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวอยู่แล้ว จะกลัวทำไม ชิลๆ ซึ่งที่พักเราห่างจากตัวตลาดวังเวียงก็แค่ กิโลนิด ๆ เราไม่ซีเรียสอยู่แล้ว
ทางเข้าที่พักเรามันก็ จะเป็นหลุมเป็นบ่อ หน่อย แต่ข้อดีคือติดสะพานส้มเลย เดินไป 3 นาทีถึง
สภาพห้องพักก็โอเคร มีแอร์ มีเครื่องทำน้ำอุ่น ทีวี ชั้นวางของ แต่ไม่มีตู้เย็น ไม่เป็นไร ชีวิตส่วนมากอยู่ข้างนอก
โดยรวมสำหรับเรา เราว่าที่พักเราโอเครมากเลย สามคืนตกคนละ 600 บาทเอง เจ้าของก็ใจดี วันที่เราไปถึงเจ้าของกินเบียร์อยู่ชวนเราไปแจมด้วย อ้าย กับ เอื้อย เจ้าของที่พัก หน้าตาดี และ ใจดีสุด ๆ เล้ยย
เก็บสัมภาระเรียบร้อย ตัวเราก็ออกมาเดินชมวิว ข้าง ๆ ที่พัก อื้อหือออ สดชื่น ภูเขา ทุ่งนา หยาดฝนปรอย ๆ และหมอกบาง ๆ หายเหนื่อยจากการนั่งรถเล้ย
ด้วยความที่เรามาถึงตัวเมืองวังเวียงก็ค่ำแล้ว วันนี้เราเลยไม่ได้ออกไปเที่ยวกัน คงไปแค่เดินเล่น หาของกิน แค่นั้น ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ เก็บแรงเก็บพลังไว้ใช้วันพรุ่งนี้ แพลนเราเยอะยิ่งนัก ไม่รู้จะไปไหวรึเปล่า
บ้านเรือน ยามเย็น
ทางเข้าสะพานข้ามแม่น้ำซอง
[CR] เรื่องเล่า เรื่องลาว เรื่องวังเวียง
สวัสดี พี่น้องพ้องเพื่อนชาวพันทิป และชาวบลูแพลนเน็ต ทู้กกกกกกคนนนน จ้าา กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วน๊า หลังที่ห่างหายไปนาน มั้งนะ อิอิ สำหรับการกลับมาครั้งนี้ ก็จะมาเล่าถึงประสบการณ์การไปเที่ยว เมืองที่นักแบ็คแพ็คเกอร์ หรือ ผู้ที่ต้องการเสพธรรมชาติ โดยใช้งบประมาณในราคาไม่แพง แต่วิว ทิวทัศน์ คุ้มค่าคุ้มราคา ซึ่งที่เกริ่นมาข้างต้นนี้นั้น จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก "วังเวียง" กุ้ยหลินเมืองลาว เมืองที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา "วังเวียง" เพื่อน ๆ คงเคยได้ยิน ได้ฟัง และได้อ่านรีวิวต่าง ๆ มามากมายแล้ว ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือ ฤดูหนาว ดั้งนั้นกระทู้นี้อาจจะไม่ได้รีวิว อะไรมากมาย แต่จะเป็นการเล่าถึงการไปเที่ยววังวียงในครั้งนี้ซะมากกว่า ว่าแล้วเราก็จะเล่าถึงการไปเที่ยววังเวียง ณ ตอนนี้เลย !!
"วังเวียง" เป็นเมืองที่เราอยากไปมาก ๆ เมืองหนึ่ง ซึ่งเรานัดกับเพื่อนแล้ว กับเพื่อนเล่า นัดคนนู้น คนนั้น คนนี้ แต่มันก็มีเหตุให้ไม่ได้ไปเสมอ ๆ จนกระทั่ง ต้นเดือน กรกฎาคม 2561 ด้วยความที่เราอยากพักผ่อนเลยลองเกริ่น ๆ ชวนเพื่อนไปวังเวียงและนางก็ตกลง ประจวบเหมาะว่าเดือน กรกฎาคมนี้มีหยุดยาวหลายวัน เราจึงตกลงกันว่าจะไปวังเวียงในวันหยุดยาวช่วง 27 - 30 กรกฎาคม 2561 นี้ หลังจากตกลงกันได้เราก็ชวนเพื่อนอีกคนไปด้วย นางก็ตกลง สรุปตอนในตอนแรกนั้นมีผู้ร่วมทริปรวมเราทั้งหมด 3 คน เมื่อได้สมาชิกแล้ว เราก็ไปเลื่อนๆ ดูที่พักใน agoda ที่เราใช้ประจำ โอ้โหวันหยุดยาวแบบนี้ห้องวิวดีๆ ราคาก็สูงริ่ววว และห้องพักที่สามารถพักได้สามคนก็หาได้ยากเหลือเกิน แต่แล้วเราก็เลื่อนไปเจอที่พักหนึ่งที่ชื่อว่า Phatty Villa Vangvieng เอ้ยราคาดี ในรูปสภาพห้องก็โอเครนิ 3 คืน 1800 บาท หาร 3 คน ก็ตกคนละ 600 ถือว่าโอเคร อย่าไปคิดเยอะ ห้องไว้แค่นอน แค่อาบน้ำ จะเอาอะไรเยอะแยะ ซึ่งเรานอนคิดไปคิดมาสักแพพ มือเราก็ลั่น กดจองเรียบร้อย ฮ่าา โชคดีหน่อยที่จ่ายเงิน ณ ที่พัก ไม่งั้น เดือนนี้อดตาย แค่หาเงินไปเที่ยวก็แทบกระอักแล้ว ฮ่าา
**26 กรกฎาคม 2561
วันนี้เป็นวันเริ่มต้อนของการเดินทาง โดยเราและเพื่อนหนึ่งคนจะเริ่มต้นเดือนทางจากสระบุรีเพื่อไปยังหนองคาย ซึ่งได้นัดกับเพื่อนอีกคนไว้ตั้งแต่ที่แรก แต่แล้วทริปนี้ก็เหลือแค่ 2 คน เนื่องจากเพื่อนอีกคนเกิดเหตุไม่สบายใจ ไม่พร้อมที่จะเดินทาง โอเครไม่เป็นไร ไว้แกสบายใจ ค่อยเปิดทริปใหม่แล้วกัน
ตอนบ่าย ๆ เราก็เริ่มเก็บกระเป๋า แพ็คเสื้อผ้า แพ็คของใช้ส่วนตัว และรอเวลาการเดินทางกันต่อ
เวลา 3 ทุ่ม เราและเพื่อนอีกหนึ่งคนก็ไปรอรถทัวร์ที่ บขส. สระบุรี วันนี้ บขส. คึกคักมาก เพราเป็นวันหยุดยาว ทุกคนต่างจะกลับบ้าน
รถทัวร์ที่เราจองไว้ เป็น สายกาญจนบุรี - หนองคาย ในราคา 362 บาท โดยเลือกขึ้นที่สระบุรี ในรอบ 4 ทุ่ม 15 นาที
เนื่องจากวันนี้คนเริ่มทยอยกลับต่างจังหวัดจึงทำให้รถบนถนนหนาแน่น และการจราจรติดขัดพอประมาณ ส่งผลให้รถทัวร์ของเรามาล่าช้าไปนิด โดยราวๆ แล้ว รถทัวร์ของเราก็ออกจาก บขส.สระบุรี ประมาณ 5 ทุ่ม เอาล่ะ ช่วงนี้ก็หลับยาวๆ ไป
**27 กรกฎาคม 2561
เราสองคนกับเพื่อนเดินทางมาถึง ณ บขส. หนองคายในเวลา 9 โมงเช้า เอาล่ะการไปท่องเที่ยวทุกครั้ง เรามักจะโดนหลอกเสมอออ เหอะ แล้วทำไมต้องเป็นตรูตลอดๆ เลย ตอนเราลงจากรถทัวร์มา ก้จะมีคนขับสามล้อหลายๆ คนมารุมเร้า ว่าไปไหน ๆ เราบอกว่าจะไปลาว เขาก็บอกว่า มาๆ ขึ้นสามล้อเดี๋ยวไปส่งที่ด่าน เอแต่แพลนคือเราจะนั่งรถ หนองคาย - เวียงจันทน์ ไปก่อนค่อยต่อรถไปวังเวียง เอ้อๆ ไปด่านก็ไปด่านว๊ะ ไปเสี่ยงหารถเอาด้านหน้า ก็ได้ ไม่เป็นไร
แต่แล้วเรื่องราวการโดนหลอกมันเพิ่งเริ่มขึ้น เมื่อเรานั่งรถสามล้อเพื่อไปยังด่าน คนขับก็เริ่มให้ข้อเสนอ ว่าเอาไหม ๆ เดี๋ยวเปลี่ยนรถเป็นรถเก๋ง ไปส่งถึงด่านลาว ไม่ต้องต่อคิว คิดคนละ 450 บาท หืมมม เริ่มตะหงิดในใจ แชทถามน้องที่อยู่หนองคายว่า ด่านไทยและด่านลาวอยู่ไกลกันไหม น้องบอกว่าไม่ไกล หืมม เราก็กะว่าจะปฏิเสธไป เอ้านาเสนอต่อมาว่าไม่ต้องเข้าคิวผ่าน ตม. คนเป็นร้อย ๆ เลย นะ เราก็นึกในใจ ตอนตรูไปญี่ปุ่นตรูก็รอคิวคนเป็นร้อย ๆ ตรูก็รอได้ แต่เรายังไม่ทันได้ปฏิเสธ นางก็พาเรามาถึงด่านเรียกคนขับรถเก๋ง และจับเรายัดขึ้นรถเก๋งไป เก็บเงิน 450 บาท ขับพาไปปั๊มแสตมป์ จ่ายเงิน 20 บาท 2 นาทีต่อมา ถึงด่านลาว
โอ้ยยยย นี่หรอ 450 ของช้าน ซื้อเวลา 2 นาที แค่นี้หรอ มารึงงงเอ้ย ตรูรอรถจากด่านไทยไปด่านลาวก็ได้เว้ยยยยย ไม่กี่บาทด้วยซ้ำ เออ ๆ ช่างมัน ถือว่าฟาดเคราะก่อนการเดินทาง ตลอดทริปจะได้ไม่เป็นอะไร แต่นั่นมันค่า Zip Line ตรู เออโง่เองก็ทำใจ บอกกับตัวเองตลอดทาง เราและเพื่อนพยายามเลิกหัวเสียเรื่องจ่ายค่าโง่ไป แล้วก็รีสตาร์ทฟีลการออกเดินทางใหม่ เมื่อถึง ฝั่งด่านลาวก็จะมีคนขับรถมากมายจะถามหาเราว่าจะไปไหน ไปไหน ไปรถตู้ไหม เรากับเพื่อนก็ยังระแวงว่าจะโดนหลอกอีก เลยยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะตอบ แต่เราลองถามคนขับว่าจากด่านลาวไป วังเวียงเลยคิดคนละเท่าไหร่ ราคายืนพื้นจะอยู่ที่ 500 บาทไทย เราก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ จนมีลุงคนนึงมาเสนอราคาว่าถ้าได้ 8 คน จะคิดคนละ 400 บาท เอ้อ เราก็สนใจเว้ย ว่ามันก็น่าจะคุ้มล่ะ แต่เราขอลุงไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาอ้าวลุงหาย เดิน ๆ รอ ๆ หา ๆ ลุงอยู่สักพักก็ไม่เจอ เรากับเพื่อนเลยตัดสินใจผ่านด่านตม.เข้าเมืองลาวเลยละกัน ขณะที่พวกเรากำลังจะซื้อซิมการ์ดและแลกเงินก็มีพี่คนขับรถมาถามพวกเราอีกไปไหม ไปวังเวียง คนละ 500 บาท ถ้าไปพี่ได้ครบ 6 คน แล้วพี่จะออกรถเลย เราก็ยังลังเลอยู่กล้า ๆ กลัว ๆ เลยขอแลกเงินก่อน แต่ว่าเพื่อนเราบอกว่าไปเหอะ เดี๋ยวจะถึงค่ำ เราก็เอ้อ ไปก็ไป เรากับเพื่อนก็เลยไปขึ้นรถแต่ระหว่างรอรถออก พี่คนขับรถก็หาผู้โดยสารได้เพิ่มอีก 2 คน รวมทั้งหมดเป็น 8 คน พี่เค้าคิดคนละ 400 บาท เอ้อ ได้ราคานี้ในที่สุด พี่คนขับรถนี่ใจดีสุด ๆ เลย ถามว่าใครยังไม่มีซิม ไม่ได้แลกซิม พี่เขาพาแวะและจัดการให้
เรทเงินที่เราแลกได้วันนั้น เราได้เรทอยู่ที่ 1 บาท = 263 กีบ ไม่รู้หรอกว่าถูกหรือแพง แต่ตอนนี้ช้านรวยแล้วเว้ยยยยย มีเงินเป็นแสน ๆ เด้อจ้า ฮ่าาา เมื่อนั่งรถมาจากที่พี่เขาแลกเงินได้สักครู่หนึ่ง พี่เขาก็พาแวะซื้อซิมโดยเป็นซิมเน็ตพร้อมโปร 4 กิ๊ก 3 วัน ในราคา 25000 กีบ เย้ๆ มีซิมเล่นเน้ตแล้ว ระหว่างทางก็เล่นเน็ตไป มันก็เร็วดีนะ จำไม่ผิดยี่ห้อ Unitel นี่ล่ะมั้ง เอาล่ะซื้อซิมเสร็จพี่คนขับรถก็พาไปแวะปั๊มเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ ซื้อขนมรองท้อง เพราะการเดินทางอีกยาวไกล เมื่อรถพร้อมคนพร้อมเราก็ออกเดินทางกัน
พวกเรานั่งรถมาได้สักระยะหนึ่งพี่คนขับรถก็จอดให้เราพักทานอาหาร ทำธุระส่วนตัว ที่ร้านอาหารไชโย (น่าจะใช่มั้ง) ซึ่งเป็นที่พักรถทัวร์ รถบัส รถตู้ รถต่าง ๆ นา ๆ ก่อนที่พิชิตโค้งขึ้นเขาไปสู่เมืองวังเวียง
ข้าวมื้อแรกที่ตกถึงท้องตั้งแต่เดินทางมาถึงเมื่อคืน ด้วยความที่ไม่รู้จะทานอะไรและถ้าหากทานอาหานประเภทเส้นก็คงจะไม่อยู่ท้อง เราจึงคิดที่จะทานอาหารที่หลาย ๆ คนเรียกว่าอาหารสิ้นคิด ฮ่าาา นั้นก็คือ ผัดกะเพราหมูนั่นเอง วันที่เราไปอย่างที่ได้กล่าวมันเป็นวันหยุดยาว คนก็จะเยอะ ๆ คิวก็จะนาน ๆ โชคดีเรามากับรถตู้แบบแชร์กัน เลยไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากมาย แต่คนที่มากับรถทัวร์ รถโดยสาร อื้อหือ ดูรีบสุดๆ
เมื่อทุกคนพร้อเราก็ออกเดินทาง อีกนี๊ดเดียวเราจะถึงวังเวียงแล้ว (ทำตาลุกวาว)
เมื่อรถเคลื่อนสู่ยอดเขาเราก็เห็นทุกคนบนรถพร้อมเพียงกันหลับ ส่วนตัวเรานั้นหรอ หยิบหูฟังมาฟังเพลง พร้อมกับโยกตัวไปตามแรงรถที่เข้าโค้ง ฮ่าา ส่วนตัวเราว่าทางไปวังเวียงมันไม่ค่อยเท่าไหร่ ความรู้สึกเหมือนขับรถอยู่บนเขาใหญ่ หรือว่าเพราะเราชินกับการนั่งรถทัวร์ขึ้นเขาภูพานผ่านโค้งปิ้งงูก้ไม่รู้ (เราไปสกลนครบ่อยเลยชินกับโค้งมั้ง) ฮ่าาา เราพิชิตโค้งพิชิตเขาไปสักระยะหนึ่ง เราก็มาถึงเมืองวังเวียง จุดหมายปลายทางของเรา พี่คนขับรถก็จะถามที่พักและไล่ขับรถไปส่งทุกคน พี่ใจดีสุด ๆ เราและเพื่อนถูกส่งเป็นกลุ่มสุดท้าย พอพี่มาเห็นที่พักเรา แกบอกว่าให้แคลเซิลแล้วไปหาเอาในเมืองวังเวียงดีไหม มันไกลเดินทางลำบาก ทางก็ลำบาก แต่เราบอกว่าไม่เป็นไรพี่จองมาแล้ว และส่วนตัวเราคิดว่ายังไง ๆ เราก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวอยู่แล้ว จะกลัวทำไม ชิลๆ ซึ่งที่พักเราห่างจากตัวตลาดวังเวียงก็แค่ กิโลนิด ๆ เราไม่ซีเรียสอยู่แล้ว
ทางเข้าที่พักเรามันก็ จะเป็นหลุมเป็นบ่อ หน่อย แต่ข้อดีคือติดสะพานส้มเลย เดินไป 3 นาทีถึง
สภาพห้องพักก็โอเคร มีแอร์ มีเครื่องทำน้ำอุ่น ทีวี ชั้นวางของ แต่ไม่มีตู้เย็น ไม่เป็นไร ชีวิตส่วนมากอยู่ข้างนอก
โดยรวมสำหรับเรา เราว่าที่พักเราโอเครมากเลย สามคืนตกคนละ 600 บาทเอง เจ้าของก็ใจดี วันที่เราไปถึงเจ้าของกินเบียร์อยู่ชวนเราไปแจมด้วย อ้าย กับ เอื้อย เจ้าของที่พัก หน้าตาดี และ ใจดีสุด ๆ เล้ยย
เก็บสัมภาระเรียบร้อย ตัวเราก็ออกมาเดินชมวิว ข้าง ๆ ที่พัก อื้อหือออ สดชื่น ภูเขา ทุ่งนา หยาดฝนปรอย ๆ และหมอกบาง ๆ หายเหนื่อยจากการนั่งรถเล้ย
ด้วยความที่เรามาถึงตัวเมืองวังเวียงก็ค่ำแล้ว วันนี้เราเลยไม่ได้ออกไปเที่ยวกัน คงไปแค่เดินเล่น หาของกิน แค่นั้น ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ เก็บแรงเก็บพลังไว้ใช้วันพรุ่งนี้ แพลนเราเยอะยิ่งนัก ไม่รู้จะไปไหวรึเปล่า
บ้านเรือน ยามเย็น
ทางเข้าสะพานข้ามแม่น้ำซอง
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้