“สิทธิมนุษยชน VS สิทธิอมนุษยชน” “กรงมนุษย์ vs กรงสัตว์”

เรียนผู้มีสิทธิมนุษยชนที่รักทุกท่าน (แนบถึงผู้คุมสิทธิ,ผู้อ้างสิทธิแต่ไร้ความเป็นมนุษยชน)
              ขอเปิดประเด็นด้วยคำว่า “สิทธิมนุษยชน VS สิทธิอมนุษยชน” “กรงมนุษย์ vs กรงสัตว์”
              อย่าพึ่งตกใจกับสิทธิอมนุษยชน ไม่เคยได้ยิน เพราะผู้เขียนตั้งใจยกคำนี้เพื่อความชัดเจน ของการทำโลกใบนี้ไม่สงบ วุ่นวาย สร้างทุกข์มากมาย เพราะไปเบียดเบียนมนุษย์
              จากจดหมาย บทความที่ผ่าน ๆ มา พอจะเห็นภาพสังคมมนุษย์ที่อยู่กันอย่างเป็นสุข ทั้งความสุจริต ความเมตตา และเป็นบัณฑิต
               คำว่า มนุษย์ มาจากคำว่า มน (ใจ) + อุษ (สูง) = ผู้มีใจสูง หรือผู้ที่สามารถฝึกให้สูงได้หรืออธิบายง่าย ๆ คือ ธรรมชาติของมนุษย์ ธรรมที่ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ เป็นของสากล ทำให้เราอยู่อยู่ร่วมกันได้ จัดองค์ประกอบให้ชัดอยู่ใน
เบญจศีล
ฝ่ายที่ต้องละเว้น ไม่ควรประพฤติ 
   1. เว้นจากการฆ่าสัตว์ 
   2. เว้นจากการลักทรัพย์ 
   3. เว้นจากการประพฤติล่วงในกามารมณ์ 
   4. เว้นจากการพูดเท็จ (ส่อเสียด,เพ้อเจ้อ,หยาบ)
   5. เว้นจากการดื่มเครื่องดองของเมาทุกชนิด 
เบญจธรรม
ฝ่ายที่ต้องประพฤติ ต้องนำมาปฏิบัติ
   1. มีเมตตากรุณา
   2. มีสัมมาอาชีวะ
   3. มีการสำรวมในกามารมณ์
   4. มีวาจาสัตย์
   5. มีสติรอบครอบ
                   สิทธิมนุษยชน แปลแบบตรงๆ คือ สิทธิของชนที่เป็นมนุษย์ ที่โลกใบนี้ให้ความสำคัญอย่างมาก ห้ามละเมิด และมักจะอ้างสิทธิ
                   ด้วยเหตุนี้เอง สังคมก็น่าจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเพราะ ผู้มักอ้างสิทธิ ไม่ได้ประพฤติธรรมที่เป็นมนุษย์ แต่ประพฤติธรรมที่ทำให้เกิดเป็นสัตว์ (ดูจดหมายวันที่ 19 มิ.ย.ประกอบ) คือเป็นคนพาล ที่ยังมโนทุจริต (คิดโลภ,พยาบาท,เห็นผิด) วจีทุจริต กายทุจริต ซึ่งกฏหมายได้คุ้มครองประชาชน โดยผู้ทำผิดกฏ ต้องเข้าคุก ลงโทษ ที่ร้ายแรงสุดคือประหารชีวิต ดังข่าวเมื่อวาน เพราะน่าจะเห็นว่าอยู่ร่วมกันของสังคมมนุษย์ไม่ได้แล้ว ส่วนให้อยู่ในคุกก่อน ให้โอกาส หากสำนึกแล้วก็กลับมาใหม่ ที่ต่างจากสัตว์ เรามีกรงให้ เพราะสัตว์พร้อมจะกัด ทำร้ายแม้เจ้าของผู้มีคุณได้ตลอดเวลา
                  ความน่ากลัวของการอ้างสิทธินี้ คือการนำมาซึ่งม๊อบ ถ้าม๊อบสิทธิของมนุษยชน ที่ประพฤติมนุษยธรรมเป็นการดี เพื่อเตือนสติผู้มีอำนาจ แต่หากม๊อบยังประพฤติแบบสัตว์ เป็นคนพาลแล้ว เป็นการอ้างสิทธิอย่างน่าสะพรึงกลัว ผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิด
                  ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผู้มีอำนาจ ได้สมมติให้เป็นใหญ่ในการบริหาร ปกครอง ประชาชน ดูแลสิทธิของมนุษยชน เพื่อสังคมมนุษย์สงบสุขแต่ไม่มีธรรม เป็นคนพาลแล้วไซร้ การตัดสินคดีความ หรือการคิดการใดๆก็ตาม การชี้นำชวนเชื่อตามสื่อ ก็พร้อมจะผิดพลาดอย่างมหันต์ นำกรงขังให้ใครก็ได้ แม้ผู้ประพฤติธรรมก็อาจถูกเข้าคุก ดังที่เห็น พระพิมลธรรม เป็นต้น และปล่อยผู้ประพฤติเยี่ยงสัตว์ ไล่กัด  ไล่จิก (กายทุกจริต) คำราม เห่า (วจีทุจริต) ด้วยความคิดชั่ว(มโมทุจริต) ทำร้ายมนุษยชน อยู่ร่ำไป ประเทศจึงวุ่นวาย ไร้เมตตาต่อกัน อยู่ทุกวันนี้ จนต้องมีปืนคุม เหมือนสังคมสัตว์ที่ป่าเถื่อน

                  เกิดคำถามต่างๆตามมามากมายว่า
1. การแก้ปัญหา การปราบโกง การปรองดอง ควรเริ่มต้นด้วยการนำสิทธิมนุษยชนที่ถูกต้อง คือเบญจศีล เบญจธรรมมาใช้ใช่หรือไม่? หากยังประพฤติไม่ได้ไม่ควรอ้างสิทธิ์เพราะนำมาซึ่งปัญหามากมายใช่หรือไม่?
2. การปกครองสังคมมนุษยชนให้อยู่อย่างเป็นสุขสงบ ผู้นำ ผู้มีอำนาจ ควรมีคุณธรรม เบญจศีล เบญจธรรม ใช่หรือไม่ ?เพราะสามารถสร้างความชอบธรรม การตัดสินที่เป็นธรรม ไม่เกิดเป็น 2 มาตราฐาน และเป็นการตัดสินโดยผู้ปกครองเป็นมนุษยชนใช่หรือไม่?
3. การที่มนุษยชนไม่สามารถอยู่ในสังคมประเทศตัวเอง ต้องหนึไปอยู่ป่า หรือประเทศใดก็ตาม อาจตีความได้หรือไม่ว่า สังคมประเทศตัวเอง ไร้ซึ่งมนุษยชนแล้ว หรือจะมองว่าคนที่หนีเป็นคนพาล ส่วนผู้นำประเทศ มีอำนาจขณะนี้เป็นบัณฑิต ประพฤติมนุษยธรรม?
4. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สามารถเปลี่ยนได้ทุก 5 ปี หรือยุทธศาสตร์ของใครก็ตาม ได้นำสิทธิมนุษยชน มาบริหาร ปกครองมนุษยชน แล้วนั้น สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่า จะพัฒนาประเทศชาติและพระพุทธศาสนาให้จะเจริญรุ่งเรือง?

      ท้ายที่สุดนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จดหมาย บทความที่ได้ตั้งคำถามทั้งหมดนี้ จะนำมาซึ่งคำตอบของนักวิชาการ เพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุด ไม่เป็นมลทินของประเทศชาติและพระพุทธศาสนาสืบไป


                 เรียนมาด้วยความเคารพ
                                B.S.
                         20 มิ.ย. 2561
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่