Last journey:
http://pantip.com/topic/34142683 Osaka-Tokyo 11 Days
https://pantip.com/topic/34240044 Denmark 20 Days
https://pantip.com/topic/37866986 India 9 Days
_____________________________________________________________________________________________________

ขอย้อนกลับไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา...
พม่าประเทศเพื่อนบ้านเราที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ในความคิดเรา "ต้องมาว่ะ! พม่านี่ต้องโดนจริงๆ"
ด้วยความที่ทำงานแบบไม่เคยลางานเลยร่วม 7 เดือน (ผิดนิสัยที่ต้องเที่ยวทุกๆ 3 เดือน) ก็เลยขอตัวไป countdown ปี 2018 ที่เมืองนอกกันหน่อย 55555 ทริปนี้ตัดสินใจแพคกระเป๋าเล็กๆไปคนเดียว ด้วยเวลา 6 วัน ใช้บริการสายการบิน Myanmar Air International
สายการบินในฝันที่คิดว่าสักครั้งในชีวิต ฉันต้องขึ้นหน่อย 55555

มีอาหารเสริฟ
การเดินทางที่สะดวกที่สุดในการไปพม่าก็คือเครื่องบินนั่นล่ะ นอกจากจะฟรีวีซ่า จากกรุงเทพ ไปย่างกุ้งก็แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทริปนี้ตั๋วเครื่องบินของเราเป็น ไปกลับ กรุงเทพ-ย่างกุ้งเลย ด้วยความที่หลับหูหลับตาทำงานจนถึงวันไปก็ไม่ได้ทำอะไรแม้แต่แลกเงิน พอถึงสนามบินย่างกุ้งก็จะมีจุดแลกเงินอยู่ประมาณ 2-3 ร้าน และค่ายมือถือไว้สำหรับซื้อซิมการ์ด เราจัดการแลกเงินไทย 7000 บาท และ เดินไปซื้อซิมการ์ด ของ Oreedoo ราคา 6500 Kyat หรือ 65*3= 195 บาท ใช้ได้อยู่ประมาณ 6 วัน
เรานั่งพักใน KFC ที่สนามบิน เพื่อcheck-inในเฟสบุ๊คว่าฉันมาถึงย่างกุ้งแล้วกับนั่งอ่านรีวิวในพันทิปว่าฉันจะเข้าเมืองอย่างไรดี 555555 ซึ่งมี 2 ทาง จะขึ้นแท็กซี่ง่ายๆหน้าสนามบินไปก็ได้ หรือ ยูวจะเดินไปเรื่อยก็จะมีป้ายรถเมล์ และมีรถเมล์พายูวไป Downtown เอง ด้วยความที่มาคนเดียว ไม่มีแพลน และไม่รีบ เลยขอเดินไปขึ้นรถเมล์ละกันโดยที่ไม่รู้ว่า อากาศมันร้อนมากขนาดไหน พอเดินออกมาฆ่าฉันเถอะค่ะ ฉันหนีอากาศเย็นจากกรุงเทพ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เลยเดินกลับเข้าไปในสนามบิน แล้วขึ้นแทกซี่เข้าตัวเมืองกันดีกว่า
ระหว่างทางก็นั่งชมเมืองไป และด้วยความที่Check-inบนเฟสบุ๊คจึงทำให้เพื่อนชาวพม่าของเราซึ่งอยู่ที่ย่างกุ้งทักแชทมาด้วยความตื่นเต้น และอยากเจอเรามาก ^^ เราจึงนัดเพื่อนมาเจอที่Downtown หน้าSule Pagoda

Sule Pagoda ที่เราไม่ได้เข้าไป
ก่อนถึงเวลานัดเราก็เดินเล่นรอบๆ และไปแวะจิบชาข้างถนนมาร้านนึง คืออร่อยและดีมาก

ชอบชาพม่ามาก

สวนตรงข้าม Sule Pagoda

ร้านชาพม่า

หน้าตาชาร้อนๆ อร่อยมากกกก
พอมาถึงจุดนัดพบเพื่อนเราก็มายื่นรอเราอยู่แล้ว คือไม่ได้เจอกันมา 4 ปี ดีใจมากจนน้ำตาไหล เพื่อนเราอาสาพาเดินรอบๆบริเวณ ก่อนจะพานั่งรถไปจุดทอปฮิตแห่งย่างกุ้ง Shwedagon นั่นเอง เพื่อนเราใช้บริการ Grab ที่ย่างกุ้ง ราคาก็ถูกมากด้วย แนะนำให้คนมาย่างกุ้งใช้ Grab เพราะถูกกว่าโบกเองเท่าตัวเลย
พอมาถึง Shawedagon เราซึ่งเป็นต่างชาติต้องจ่ายค่าเข้า ส่วนเพื่อนเราฟรี 55555 เพื่อนเราก็อื้ม เหมือนไอไปวัดพระแก้วบ้านยูวอ่ะแหละ หากผู้หญิงคนใดใส่ขาสั้นไปก็ต้องเช่าผ้ามาใส่ทับด้วย ด้วยความที่เตรียมตัวมาดีก็เลยหยิบผ้าถุงที่เตรียมมาเองแล้วใส่ทับ
พอเปลี่ยนผ้าเสร็จ เราก็เดินชมรอบๆShawedagon โดยที่หารู้ตัวไม่ว่าฉันทำอะไรผิดไป
เรากับเพื่อนเดินไหว้พระจนรอบเจดีย์ซึ่งฐานกว้างมากเป็นชั่วโมง จนควักกล้องออกมาจากกระเป๋าเป้อีกรอบ แต่...เอ้ะ!กระเป๋าตังค์ฉันหายไปไหน คือเงินพม่าทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าตังค์นั่นนะโว้ย เราบอกเพื่อนเราก่อนจะยิ้มหน้านิ่ง “ฉันว่าฉันลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ไหนสักที่ล่ะ” เพื่อนเราจึงรีบพาเราวิ่งไปที่จุดจ่ายเงินซึ่งน่าจะเป็นที่สุดท้ายที่เราควักกระเป๋าตังค์ออกมา ขาเรานี่อ่อนแรงแทบจะวิ่งไม่ไหว ปกติก็เก็บเงินไว้หลายที่ นี่เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาจึงทำให้เก็บเงินไว้ที่เดียวคือในกระเป๋าตังค์ เพื่อนเราวิ่งถามเจ้าหน้าที่ไปทั่วว่าเห็นกระเป๋าตังค์เรามั้ย แต่ก็ไม่มีใครเห็น มันไปแล้ว นี่วันแรกของทริปนะ คนพม่าทุกคนแถวนั้นรู้เรื่องราวของเราก็ทำหน้าเศร้า แต่คนที่เศร้ากว่าคือเพื่อนเรา... “This is your first tim

and it shouldnt be like this im sorry”
ตอนนั้นจะร้องไห้เพราะสงสารตัวเองก็สงสาร สงสารเพื่อนก็ด้วย เลยบอกเพื่อนไม่ต้องเครียดนะยูว ไอมีเงินไทยเสียบไว้ตรงพาสปอร์ตอยู่พอจะอยู่ได้ล่ะ

รุปก่อนกระเป๋าตังค์หาย
เพื่อนเราจึงพาเราไปแลกเงินที่ดาวทาวน์พร้อมกับพาไปหาตั๋วไป Bagan เพราะวันนี้เราจะไป Baganล่ะ เงินไทยที่มีอยู่ 5000 บาทถ้วน เราต้องใช้ชีวิตอีก 6 วัน เรื่องกินดีไม่ต้องพูดถึง 5555555 และเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดไว้อีกก็เกิดขึ้น รถไป Bagan หมด มีอีกทีพรุ่งนี้เช้า ด้วยความที่สมองไม่อยากคิดอะไรล่ะ จองๆไปเลย เสียเวลาทั้งเช้าฉันก็ยอม ฉันอยากนั่งทำใจ 5555
พอจัดการธุระเสร็จเราก็ไปหาโรงแรมย่านดาวน์ทาว ชื่อว่า Litlle Yangon Hostel เป็นโฮสเทลดีๆที่นึง ที่เราสามารถระบายความเศร้าโศกให้กับรูมเมทเราได้55555 รูมเมททั้งห้องพากันโอบกอดเรากับความโง่ ก่อนที่เราจะไปเดินเล่นกับเพื่อนและไปแวะทักทายครอบครัวเพื่อน
เราเดินหนักมากแบบคนไม่มีแรงไปขึ้นเรือข้ามฝั่งไปยังอีกฝากนึงของแม่น้ำ ซึ่งอีกฝั่งเนี่ยโคตรจะไม่ใช่ที่ของเราเลย มันมืดแล้วก็ไม่มีนักท่องเที่ยวสักคน แต่ทำไงได้เราไปแล้ว 55555 กลัวก็กลัว แต่พอมาถึงบ้านเพื่อนก็โอเคขึ้น ทุกคนในบ้านตกใจร้องกันใหญ่เมื่อรู้ว่าเราทำเงินหาย และบอกว่านี่คนพม่าอยู่กันได้ 2 เดือนเลยนะคนที่เอาไป
เรายิ้มก่อนจะบอกว่า “ไม่เป็นไร ถ้ามันอยู่กับเรา เราอาจจะใช้ได้คนเดียว แต่นี่ถ้าไปอยู่กับคนพม่าคนนั้นเค้าอาจจะเอาไปซื้อข้าวให้ครอบครัวเค้ากินได้หลายคน” 5555555 สวยไปมั้ย พูดไปด้วยน้ำตาคลอไปด้วย เราทำอะไรได้ล่ะตอนนี้นอกจากยิ้มแล้วสนุกกับมันต่อ

เรือขาไป

เรือขากลับ
เราข้ามมายังอีกฝั่งนึงของแม่น้ำเพื่อจะกลับโรงแรม ระหว่างทางเพื่อนก็ให้เราเคี้ยวหมาก แล้ว

ตามถนนให้ฟันแดงเหมือนคนพม่า ก็เป็นอีก Moment นึงที่ตลกดี 555555

Chinatown of Yangon

Sule pagoda หน้าตึก Sakura

ร้านทำหมาก เลือกกลิ่นได้
[CR] Bangkok to Mandalay: พม่าจ๋ามาสักที
https://pantip.com/topic/34240044 Denmark 20 Days
https://pantip.com/topic/37866986 India 9 Days
_____________________________________________________________________________________________________
ขอย้อนกลับไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา...
พม่าประเทศเพื่อนบ้านเราที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ในความคิดเรา "ต้องมาว่ะ! พม่านี่ต้องโดนจริงๆ"
ด้วยความที่ทำงานแบบไม่เคยลางานเลยร่วม 7 เดือน (ผิดนิสัยที่ต้องเที่ยวทุกๆ 3 เดือน) ก็เลยขอตัวไป countdown ปี 2018 ที่เมืองนอกกันหน่อย 55555 ทริปนี้ตัดสินใจแพคกระเป๋าเล็กๆไปคนเดียว ด้วยเวลา 6 วัน ใช้บริการสายการบิน Myanmar Air International
สายการบินในฝันที่คิดว่าสักครั้งในชีวิต ฉันต้องขึ้นหน่อย 55555
การเดินทางที่สะดวกที่สุดในการไปพม่าก็คือเครื่องบินนั่นล่ะ นอกจากจะฟรีวีซ่า จากกรุงเทพ ไปย่างกุ้งก็แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ทริปนี้ตั๋วเครื่องบินของเราเป็น ไปกลับ กรุงเทพ-ย่างกุ้งเลย ด้วยความที่หลับหูหลับตาทำงานจนถึงวันไปก็ไม่ได้ทำอะไรแม้แต่แลกเงิน พอถึงสนามบินย่างกุ้งก็จะมีจุดแลกเงินอยู่ประมาณ 2-3 ร้าน และค่ายมือถือไว้สำหรับซื้อซิมการ์ด เราจัดการแลกเงินไทย 7000 บาท และ เดินไปซื้อซิมการ์ด ของ Oreedoo ราคา 6500 Kyat หรือ 65*3= 195 บาท ใช้ได้อยู่ประมาณ 6 วัน
เรานั่งพักใน KFC ที่สนามบิน เพื่อcheck-inในเฟสบุ๊คว่าฉันมาถึงย่างกุ้งแล้วกับนั่งอ่านรีวิวในพันทิปว่าฉันจะเข้าเมืองอย่างไรดี 555555 ซึ่งมี 2 ทาง จะขึ้นแท็กซี่ง่ายๆหน้าสนามบินไปก็ได้ หรือ ยูวจะเดินไปเรื่อยก็จะมีป้ายรถเมล์ และมีรถเมล์พายูวไป Downtown เอง ด้วยความที่มาคนเดียว ไม่มีแพลน และไม่รีบ เลยขอเดินไปขึ้นรถเมล์ละกันโดยที่ไม่รู้ว่า อากาศมันร้อนมากขนาดไหน พอเดินออกมาฆ่าฉันเถอะค่ะ ฉันหนีอากาศเย็นจากกรุงเทพ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เลยเดินกลับเข้าไปในสนามบิน แล้วขึ้นแทกซี่เข้าตัวเมืองกันดีกว่า
ระหว่างทางก็นั่งชมเมืองไป และด้วยความที่Check-inบนเฟสบุ๊คจึงทำให้เพื่อนชาวพม่าของเราซึ่งอยู่ที่ย่างกุ้งทักแชทมาด้วยความตื่นเต้น และอยากเจอเรามาก ^^ เราจึงนัดเพื่อนมาเจอที่Downtown หน้าSule Pagoda
ก่อนถึงเวลานัดเราก็เดินเล่นรอบๆ และไปแวะจิบชาข้างถนนมาร้านนึง คืออร่อยและดีมาก
พอมาถึงจุดนัดพบเพื่อนเราก็มายื่นรอเราอยู่แล้ว คือไม่ได้เจอกันมา 4 ปี ดีใจมากจนน้ำตาไหล เพื่อนเราอาสาพาเดินรอบๆบริเวณ ก่อนจะพานั่งรถไปจุดทอปฮิตแห่งย่างกุ้ง Shwedagon นั่นเอง เพื่อนเราใช้บริการ Grab ที่ย่างกุ้ง ราคาก็ถูกมากด้วย แนะนำให้คนมาย่างกุ้งใช้ Grab เพราะถูกกว่าโบกเองเท่าตัวเลย
พอมาถึง Shawedagon เราซึ่งเป็นต่างชาติต้องจ่ายค่าเข้า ส่วนเพื่อนเราฟรี 55555 เพื่อนเราก็อื้ม เหมือนไอไปวัดพระแก้วบ้านยูวอ่ะแหละ หากผู้หญิงคนใดใส่ขาสั้นไปก็ต้องเช่าผ้ามาใส่ทับด้วย ด้วยความที่เตรียมตัวมาดีก็เลยหยิบผ้าถุงที่เตรียมมาเองแล้วใส่ทับ
พอเปลี่ยนผ้าเสร็จ เราก็เดินชมรอบๆShawedagon โดยที่หารู้ตัวไม่ว่าฉันทำอะไรผิดไป
เรากับเพื่อนเดินไหว้พระจนรอบเจดีย์ซึ่งฐานกว้างมากเป็นชั่วโมง จนควักกล้องออกมาจากกระเป๋าเป้อีกรอบ แต่...เอ้ะ!กระเป๋าตังค์ฉันหายไปไหน คือเงินพม่าทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าตังค์นั่นนะโว้ย เราบอกเพื่อนเราก่อนจะยิ้มหน้านิ่ง “ฉันว่าฉันลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ไหนสักที่ล่ะ” เพื่อนเราจึงรีบพาเราวิ่งไปที่จุดจ่ายเงินซึ่งน่าจะเป็นที่สุดท้ายที่เราควักกระเป๋าตังค์ออกมา ขาเรานี่อ่อนแรงแทบจะวิ่งไม่ไหว ปกติก็เก็บเงินไว้หลายที่ นี่เพราะไม่ได้เตรียมตัวมาจึงทำให้เก็บเงินไว้ที่เดียวคือในกระเป๋าตังค์ เพื่อนเราวิ่งถามเจ้าหน้าที่ไปทั่วว่าเห็นกระเป๋าตังค์เรามั้ย แต่ก็ไม่มีใครเห็น มันไปแล้ว นี่วันแรกของทริปนะ คนพม่าทุกคนแถวนั้นรู้เรื่องราวของเราก็ทำหน้าเศร้า แต่คนที่เศร้ากว่าคือเพื่อนเรา... “This is your first tim
ตอนนั้นจะร้องไห้เพราะสงสารตัวเองก็สงสาร สงสารเพื่อนก็ด้วย เลยบอกเพื่อนไม่ต้องเครียดนะยูว ไอมีเงินไทยเสียบไว้ตรงพาสปอร์ตอยู่พอจะอยู่ได้ล่ะ
เพื่อนเราจึงพาเราไปแลกเงินที่ดาวทาวน์พร้อมกับพาไปหาตั๋วไป Bagan เพราะวันนี้เราจะไป Baganล่ะ เงินไทยที่มีอยู่ 5000 บาทถ้วน เราต้องใช้ชีวิตอีก 6 วัน เรื่องกินดีไม่ต้องพูดถึง 5555555 และเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดไว้อีกก็เกิดขึ้น รถไป Bagan หมด มีอีกทีพรุ่งนี้เช้า ด้วยความที่สมองไม่อยากคิดอะไรล่ะ จองๆไปเลย เสียเวลาทั้งเช้าฉันก็ยอม ฉันอยากนั่งทำใจ 5555
พอจัดการธุระเสร็จเราก็ไปหาโรงแรมย่านดาวน์ทาว ชื่อว่า Litlle Yangon Hostel เป็นโฮสเทลดีๆที่นึง ที่เราสามารถระบายความเศร้าโศกให้กับรูมเมทเราได้55555 รูมเมททั้งห้องพากันโอบกอดเรากับความโง่ ก่อนที่เราจะไปเดินเล่นกับเพื่อนและไปแวะทักทายครอบครัวเพื่อน
เราเดินหนักมากแบบคนไม่มีแรงไปขึ้นเรือข้ามฝั่งไปยังอีกฝากนึงของแม่น้ำ ซึ่งอีกฝั่งเนี่ยโคตรจะไม่ใช่ที่ของเราเลย มันมืดแล้วก็ไม่มีนักท่องเที่ยวสักคน แต่ทำไงได้เราไปแล้ว 55555 กลัวก็กลัว แต่พอมาถึงบ้านเพื่อนก็โอเคขึ้น ทุกคนในบ้านตกใจร้องกันใหญ่เมื่อรู้ว่าเราทำเงินหาย และบอกว่านี่คนพม่าอยู่กันได้ 2 เดือนเลยนะคนที่เอาไป
เรายิ้มก่อนจะบอกว่า “ไม่เป็นไร ถ้ามันอยู่กับเรา เราอาจจะใช้ได้คนเดียว แต่นี่ถ้าไปอยู่กับคนพม่าคนนั้นเค้าอาจจะเอาไปซื้อข้าวให้ครอบครัวเค้ากินได้หลายคน” 5555555 สวยไปมั้ย พูดไปด้วยน้ำตาคลอไปด้วย เราทำอะไรได้ล่ะตอนนี้นอกจากยิ้มแล้วสนุกกับมันต่อ
เราข้ามมายังอีกฝั่งนึงของแม่น้ำเพื่อจะกลับโรงแรม ระหว่างทางเพื่อนก็ให้เราเคี้ยวหมาก แล้ว
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น