เป็นหนัง documentary ของ Thai cave rescue อีกอันหลังจากเรื่องแรกชื่อ Out of the dark ปล่อยออกมาแล้วได้รับเสียงชื่นชมล้นหลาม
มีความประณีตในการนำเสนอ เรียบเรียงสนุกน่าติดตาม เรื่องแรกมีสัมภาษณ์แต่ทีมต่างชาติ ส่วนเรื่องนี้มีทีมไทยด้วยไม่ว่าจะเป็นผู้ว่า ผบ.ซีล
หมอภาคย์ มาหมด
- พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว (ผบ.SEAL) เล่าว่าสาเหตุการเสียชีวิตของ นต.สมานคือ ท่ออากาศหลุดจากปาก แล้วหาไม่เจอเนื่องจากทัศนวิสัย
ในน้ำมืดสนิท และจะเอาท่อสำรองออกมาใช้ แต่ไม่ทันเวลา
- ผู้ว่าณรงค์ศักดิ์บอกว่าการเสียชีวิตของนต.แซมทำให้ทุกคนเศร้ามาก เหมือนโลกทั้งใบได้พังลง (นี่คือเรากำลังแปลคำพูดของคนไทย ที่ให้
สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษให้เป็นไทยอีกรอบนึง ความซับซ้อนนี้..) ขอกราบความดีของจ่าแซมไว้ ณ ที่นี้
***แนะนำให้ฟังเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุนต.สมานในรายการโลกป่วน ของ ThaiPBS ท่านผบ.ซีล(นอ.อนันท์) มาเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิด
และข้อสันนิษฐาน***
- ทีมนักดำน้ำหลัก 4 คน (The awesome foursome) รอบนี้ได้ คริส จูวอลมาสัมภาษณ์ด้วย ที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นคนนี้ออกสื่อเท่าไหร่
-เจสัน มาลินสันบอกว่าที่คาดการณ์เอาไว้คือ เด็กคงรอดไม่ครบ คงต้องมีคนตายระหว่างนำตัวออกมา (จริงๆเค้าพูดหลายรอบแล้วในหลายๆ สื่อ
และก็เป็นสาเหตุนึงด้วยที่เจสันผุดไอเดียขึ้นมาว่า น่าจะให้เด็กๆ ได้เขียนข้อความถึงพ่อแม่ข้างนอกซักหน่อย เพราะเอาจริงๆ ก็คือ ไม่รู้ว่าใคร
จะได้ออกไปเจอพ่อแม่อีกบ้าง)
- เดเรค แอนเดอร์สันทหารเมกันบอกว่าคาดเอาไว้ว่าคงมีเด็กตาย 3-5 คน (อันนี้เรานึกถึงตอนช่วงแรกๆที่เค้าไปสัมภาษณ์พ่อแม่น้องๆ พ่อคนนึงบอกว่า
ลูกผม ยังไงผมต้องเอาเค้ากลับมา ไม่ว่าจะในสภาพไหน, แม่น้องอีกคนบอกว่า ถ้าสุดท้ายเป็นยังไงก็คิดว่าเราคงทำบุญมาด้วยกันเท่านี้แม่กับลูก
คือเรานับถือใจพ่อแม่นะทุกคนมีความหวังแต่ก็ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนของชีวิต เหมือนเผื่อใจเอาไว้ส่วนหนึ่งด้วย แล้วสุดท้ายพอมันกลายเป็นว่า
ได้ลูกคืนมาอย่างดีเยี่ยม แล้วได้บวชแทนคุณทุกคนที่มาช่วยมันจะสมบูรณ์แบบเกินไปละ คนเขียนบทเขียนได้โอเวอร์มาก )
- ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่าควรให้เด็กอยู่ในนั้นจนหมดฤดูฝน เอาออกมาทางน้ำเสี่ยงเกินไป ซึ่งทีแรกทีมไทยก็ลังเลเอาไงดี แต่ทีมทหาร US เป็นคนเตือนและสนับสนุนว่ารอไม่ได้ เนื่องจากฝนจะมา, ออกซิเจนในถ้ำเหลือน้อย, เด็กจะป่วยติดเชื้อ, จะเอาคนดำน้ำลำเลียงอาหารเข้าไปให้ทุกวันไม่ไหว และอื่นๆอีกมากมาย ทีมไทยฟังแล้วเห็นด้วยเลยตัดสินใจปฏิบัติการดีเดย์ (อันนี้ก็มีในภาคก่อนแล้ว)
- ทุกความสำเร็จต้องมีการซ้อม ซ้อมแล้วก็ซ้อม ปฏิบัติการในถ้ำมีการซักซ้อมกันตรงลานกว้าง โดยเอาเก้าอี้พลาสติกมาวางแทนจุดโถงทั้ง 9 จุด, เอาเชือกฟางมาขึงเก้าอี้แทนเชือกนำทาง, เอาขวดน้ำใส่น้ำมาวางตามจุดแทนถังอากาศให้ตรงจำนวนถังที่ใช้ เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพภารกิจว่าตรงไหนมีอะไรๆเป็นภาพเดียวกัน และเพื่อให้นึกออกว่าถ้าทำจริงมันจะเวิร์คไม๊ (ส่วนผู้ว่าก็คงซ้อมแผนลำเลียงรถพยาบาล,ฮอ,ทีมหมอ อยู่อีกฟากสินะ มันออกมาดูดีให้คนชื่นชมได้ไม่ใช่ทำในครั้งเดียวแต่มันต้องซ้อมแล้วซ้อมอีกจริงๆสินะ ) / ทหาร US โชว์ระบบเชือกรอกที่เอาไปติดตั้งในถ้ำเพื่อลำเลียงน้องให้ดูแบบใกล้ๆด้วย
- มีฟุตเทจที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยอ่ะ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่รูปภาพตอนที่เอาเด็กผู้ชายไปซ้อมดำน้ำในสระว่ายน้ำโรงเรียน แต่อันนี้มีเป็นคลิปด้วยอ่ะ ...ทีมนี้ก็ซ้อมกันอยู่อีกฟากเหมือนกันสินะ
- คริสจูวอลบอกว่า พอเข้าไปเจอเด็กครั้งแรกก็แปลกใจว่าทำไมนิ่ง อยู่กันสงบๆ ไม่มีอาการกลัวหรือตื่นตระหนก ทุกคนดูมีความมั่นใจ อยู่กับซีล 4 คน แล้วก็ให้เลือกกันเองว่าใครจะออกก่อนหลัง ซึ่งหมอภาคย์ก็ได้ทำหน้าที่นี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วในการอธิบายหลักทฤษฎีบ้านไกลไปก่อน ต๊ะต่อนยอนไปหลัง เพื่อปั่นจักรยานไปบอกข่าวให้เพื่อนๆ #สายในออกก่อน #แก๊งเวียงหอม
- หัวใจของการจะให้เด็กรอดคือต้องเคลื่อนที่ให้เร็ว ยิ่งอยู่ในน้ำนานความเสี่ยงก็ยิ่งมาก เจสันบอกว่า ตลอดทางในการดำที่มองไม่เห็นทางเลยแม้กระทั่งมือตัวเองยื่นออกไปข้างหน้า เอามือนึงจับเชือก อีกมือหิ้วเด็ก และต้องคอยดูตลอดว่าน้องยังหายใจอยู่รึเปล่า และหวังว่ายาจะไม่หมดฤทธิ์ก่อนถึงจุดถัดไป และหวังว่าเด็กจะไม่หยุดหายใจระหว่างทาง ทำทั้งหมดนี่ในเวลาเดียวกันเค้าบอกว่ามันเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่มาก (ที่จริงอันนี้หนังภาคก่อนก็มีไปแล้ว แต่อันนี้เหมือนแตกต่างนิดหน่อย) พอทำคนแรกได้สำเร็จ เด็กยังหายใจ ทุกทีมทุกคนดีใจกันมากว่าแผนที่วางไว้และซักซ้อมกันมามันใช้ได้ผล ตอนเอาน้องคนสุดท้ายออกมา (น้องมงคล ที่ตอนนั้นชาวไทยลือกันว่าออกคนแรก) น้องตัวผอมตัวเล็ก mask ไม่พอดี ใส่หน้ากากแล้วหลวมเหลือที่ว่างเยอะ สุดท้ายเลยต้องใช้หน้ากากอีกแบบ ซึ่งมันก็ไม่ดีเหมือนกัน แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เจสันต้องพยายามประคองหัวน้องไว้แนบตัวเค้า และระวังไม่ให้น้องกระแทกหิน เพราะถ้ากระแทกแล้ว mask หลุดในน้ำก็คือตายทันที เค้าเลยใช้วิธีเอาหัวน้องแนบไว้ประมาณอก (เค้าทำท่าให้ดู) แล้วให้หัวของเค้าเองยื่นออกไปด้านหน้า เพื่อที่ว่าถ้ากระแทกหิน หัวเค้าจะโดนก่อน ....นักข่าวที่สัมภาษณ์นั่งฟังแล้วหน้ายุ่งพอๆกับคนดูเลย55 นักข่าวถามว่า “แล้วคุณจำได้ไม๊ว่ากระแทกโดนหินไปกี่ครั้ง?” เจสันตอบว่า “dozen”
- คริสจูวอลเล่าเรื่องตอนเค้าดำเอาน้องออกมา จากโถง 4 ไปโถง 3 มีรอบนึงที่เค้าต้องเข้าช่องแคบที่หลังเกือบชิดเพดาน และอกเกือบชิดพื้น เลยต้องเปลี่ยนท่าในการอุ้มน้อง พอพ้นช่วงแคบไปแล้วก็จะเป็นทางลาดลงเนิน เค้าต้องเปลี่ยนท่าจากอุ้มน้องมือซ้ายมาเป็นมือขวา แล้วระหว่างนั้นก็คือต้องปล่อยเชือกนำทางแพพนึง พอสลับน้องมาได้เสร็จ เชือกหายจ้า เค้าก็ควานหาเชือก แต่ไม่เจอ แล้วในน้ำมันมืดสนิท เค้าหาไปเรื่อยๆจนไปเจอสายไฟหรือสายเคเบิลซักอย่าง ก็เลยเกาะเอาสายนี่ดำต่อมา แต่พอโผล่ขึ้นมา เอาน้องวางพัก แล้วเดินๆซักพักถึงได้รู้ว่าตัวเองดำย้อนกลับมาโผล่โถง 4 ที่เดิม ก็คือหลงทิศนั่นเอง (นี่ขนาด world best diver ยังมีหลงทิศ ไม่อยากจะนึกสภาพถ้าตัวเองลงไปดำ คืออาจจะไม่รู้ว่าส่วนไหนคือหัวส่วนไหนคือแขนขาของตัวเองเลยก็เป็นได้ แช่อยู่แบบนั้นแหละ ) คริสเล่าว่าพอเค้าเอาเด็กดำย้อนกลับไปขึ้นโถง 4 หมอแฮร์ริสกับทีมเห็นก็เลยเอาเด็กไปจากเค้า (วันที่สามหมอแฮริสเข้าไปอยู่ตรงนั้นแล้วจะออกมาทีหลัง) หมอเช็คแล้วเห็นว่าเด็กเริ่มตัวเย็น อุณหภูมิลด ต้องรีบเอาออกไป หมอแฮริสก็เลยดำเอาน้องออกไปเองเบย แล้วตามด้วยคริสดำตามไปข้างหลังติดๆเพื่อคอยช่วยถ้ามีปัญหาแบบเค้าเจอ อันนี้แอบขำ หมอแฮริสคงแบบ ฮ่วย ให้เด็กไปแล้วยังเอาเด็กกลับมาคืนตรูอี๊ก ให้ไปอีกรอบก็จะวนกลับมาอีกรอบไม๊น่ะ เอาไปเองก็ได้ฟะ อันนี้ขำๆนะ อย่าดราม่า เอาจริงๆแล้วคือคริสถูกเรียกตัวเข้าไปทำงานจริงในวันหลังๆ หลังจากคนอื่นทำไปก่อนหน้าหลายรอบแล้ว เค้าไม่คุ้นทางเท่าคนอื่น และหมอแฮริสต้องออกมาอยู่แล้วพอดีเพราะเป็นเด็กคนสุดท้าย และเชือกหลุดกับหลงทิศก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้วในการดำถ้ำไม่ใช่ความผิดของใคร อย่าว่าคริสเพราะนางเก่งและน่ารัก (ที่จริงไม่ได้เปิดเผยที่นี่ที่แรก เคยอ่านเจอมาก่อนแล้ว แต่เพิ่งได้ฟังจากปากคริสตัวเป็นๆ พอดีคนนี้เค้าไม่ค่อยออกสื่อ)
- ฟุตเทจที่หลายคนสงสัยว่าเจมส์ลองแมนไปสัมภาษณ์อะไรหมอภาคย์ตอนวันแถลงข่าวน้อง มีอยู่ในนี้นี่เอง แล้วทำไมหมอภาคย์ต้องดูเขินเจมส์ด้วยอ่ะหรือหมอเป็นติ่งเจมส์?
- อันนี้ทำมาจนจบถึงตอนน้องบวชเลย เก็บหมดทุกตอน ตั้งแต่อยู่รพ.กินอะไร, บอกเรื่องจ่าแซมแล้วน้องร้องไห้, ออกจากรพ.มาเจอสื่อ, ประชาชนจิตอาสาเข้าเคลียร์พื้นที่ เจมส์ลองแมนบอกว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิเด็กทางด้านจิตใจอย่างดีมาก (#หน้าตึงไปหมดแล้วจ้า #รัฐบาลไม่ได้กล่าว) แต่สื่อต่างชาติก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมคือไม่เข้าใจการบวช เจมส์พยายามนำเสนอว่าน้องๆต้องบวชเณรเพื่อทำให้จิตใจสงบ จากการผ่านความทุกข์ ความเศร้ามา คือเค้าคงไม่เข้าใจเรื่องของการบวชทดแทนคุณ หรืออุทิศส่วนกุศลอะไรงี้ แต่ก็ไม่เป็นไร #อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ~
- ตอนจบทั้งนักข่าวและทหารอเมริกันบอกว่า เรื่องมันเหลือเชื่อมากๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ อาจจะเป็นเจ้าแม่นางนอน หรือพระ หรือ God ก็แล้วแต่ ที่ช่วยให้ปั๊มน้ำทำงานได้ดีจนกระทั่งเด็กออกมาครบสิบสามคน พอเด็กออกหมดปุ๊บ ปั๊มก็พังท่อก็แตกทันที ระหว่างภารกิจทั่วโลกส่งคำอธิษฐานขอพระเจ้า คนไทยก็ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าเขา จะอะไรก็แล้วแต่ไม่มีใครรู้แต่ที่แน่ๆมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเหมือนปาฏิหาริย์จริงๆ
ปล. ไม่ค่อยมีสื่อต่างชาติมาทำสารคดีให้ประเทศเราแบบทุ่มเทขนาดนี้มาก่อน อยากให้ดูกันเยอะๆ โปรดักชั่นทำดีจริงๆ การสัมภาษณ์ก็ดูสมูทเหมือนนั่งลุ้นไปกับเพื่อนฝูง คนสัมภาษณ์คือแมทกัทแมน นักข่าว abc ที่มาอยู่ไทยกับเจมส์ลองแมนและผู้หญิงอีกคน สำนักข่าวนี้เค้าดูมี passion กับเรื่องนี้มากๆ มาเกาะติดตั้งแต่วันแรกๆ อยู่จนส่งน้องบวชและกลับไปเป็นเจ้าสุดท้าย ขอบคุณ ABC News
** มีเพื่อนๆหลายคนช่วยบอกว่า out of the dark กับ one way out เป็นคนละสาขากันทำ อันนึงของ abc ออสเตรเลีย อันนึงของ abc อเมริกา
(แต่ยังไงก็ทำดีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดเลยอ่ะ) ขอบคุณมากๆค่า
ขอบคุณ Fb: WaenPloy Chitt-amphai
https://www.facebook.com/663120329/posts/10156414244150330/
Part 1
https://youtu.be/k3NB9-x8itY
Part 2
https://youtu.be/Kefr9x-5usw
Part 3
https://abcnews.go.com/2020/video/big-home-runs-boys-rescued-thai-cave-days-56879466
Part 4
https://abcnews.go.com/2020/video/cave-divers-face-multiple-obstacles-day-thai-cave-56879162
Part 5
https://abcnews.go.com/2020/video/boys-apologize-parents-cave-coach-calm-part-56879108
Part 6
https://abcnews.go.com/2020/video/life-life-boys-coach-thai-cave-rescue-part-56879022
~o~o~O~o~o~ “ ONE WAY OUT ” ~o~o~O~o~o~
มีความประณีตในการนำเสนอ เรียบเรียงสนุกน่าติดตาม เรื่องแรกมีสัมภาษณ์แต่ทีมต่างชาติ ส่วนเรื่องนี้มีทีมไทยด้วยไม่ว่าจะเป็นผู้ว่า ผบ.ซีล
หมอภาคย์ มาหมด
- พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว (ผบ.SEAL) เล่าว่าสาเหตุการเสียชีวิตของ นต.สมานคือ ท่ออากาศหลุดจากปาก แล้วหาไม่เจอเนื่องจากทัศนวิสัย
ในน้ำมืดสนิท และจะเอาท่อสำรองออกมาใช้ แต่ไม่ทันเวลา
- ผู้ว่าณรงค์ศักดิ์บอกว่าการเสียชีวิตของนต.แซมทำให้ทุกคนเศร้ามาก เหมือนโลกทั้งใบได้พังลง (นี่คือเรากำลังแปลคำพูดของคนไทย ที่ให้
สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษให้เป็นไทยอีกรอบนึง ความซับซ้อนนี้..) ขอกราบความดีของจ่าแซมไว้ ณ ที่นี้
***แนะนำให้ฟังเพิ่มเติมเรื่องอุบัติเหตุนต.สมานในรายการโลกป่วน ของ ThaiPBS ท่านผบ.ซีล(นอ.อนันท์) มาเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิด
และข้อสันนิษฐาน***
- ทีมนักดำน้ำหลัก 4 คน (The awesome foursome) รอบนี้ได้ คริส จูวอลมาสัมภาษณ์ด้วย ที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นคนนี้ออกสื่อเท่าไหร่
-เจสัน มาลินสันบอกว่าที่คาดการณ์เอาไว้คือ เด็กคงรอดไม่ครบ คงต้องมีคนตายระหว่างนำตัวออกมา (จริงๆเค้าพูดหลายรอบแล้วในหลายๆ สื่อ
และก็เป็นสาเหตุนึงด้วยที่เจสันผุดไอเดียขึ้นมาว่า น่าจะให้เด็กๆ ได้เขียนข้อความถึงพ่อแม่ข้างนอกซักหน่อย เพราะเอาจริงๆ ก็คือ ไม่รู้ว่าใคร
จะได้ออกไปเจอพ่อแม่อีกบ้าง)
- เดเรค แอนเดอร์สันทหารเมกันบอกว่าคาดเอาไว้ว่าคงมีเด็กตาย 3-5 คน (อันนี้เรานึกถึงตอนช่วงแรกๆที่เค้าไปสัมภาษณ์พ่อแม่น้องๆ พ่อคนนึงบอกว่า
ลูกผม ยังไงผมต้องเอาเค้ากลับมา ไม่ว่าจะในสภาพไหน, แม่น้องอีกคนบอกว่า ถ้าสุดท้ายเป็นยังไงก็คิดว่าเราคงทำบุญมาด้วยกันเท่านี้แม่กับลูก
คือเรานับถือใจพ่อแม่นะทุกคนมีความหวังแต่ก็ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนของชีวิต เหมือนเผื่อใจเอาไว้ส่วนหนึ่งด้วย แล้วสุดท้ายพอมันกลายเป็นว่า
ได้ลูกคืนมาอย่างดีเยี่ยม แล้วได้บวชแทนคุณทุกคนที่มาช่วยมันจะสมบูรณ์แบบเกินไปละ คนเขียนบทเขียนได้โอเวอร์มาก )
- ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่าควรให้เด็กอยู่ในนั้นจนหมดฤดูฝน เอาออกมาทางน้ำเสี่ยงเกินไป ซึ่งทีแรกทีมไทยก็ลังเลเอาไงดี แต่ทีมทหาร US เป็นคนเตือนและสนับสนุนว่ารอไม่ได้ เนื่องจากฝนจะมา, ออกซิเจนในถ้ำเหลือน้อย, เด็กจะป่วยติดเชื้อ, จะเอาคนดำน้ำลำเลียงอาหารเข้าไปให้ทุกวันไม่ไหว และอื่นๆอีกมากมาย ทีมไทยฟังแล้วเห็นด้วยเลยตัดสินใจปฏิบัติการดีเดย์ (อันนี้ก็มีในภาคก่อนแล้ว)
- ทุกความสำเร็จต้องมีการซ้อม ซ้อมแล้วก็ซ้อม ปฏิบัติการในถ้ำมีการซักซ้อมกันตรงลานกว้าง โดยเอาเก้าอี้พลาสติกมาวางแทนจุดโถงทั้ง 9 จุด, เอาเชือกฟางมาขึงเก้าอี้แทนเชือกนำทาง, เอาขวดน้ำใส่น้ำมาวางตามจุดแทนถังอากาศให้ตรงจำนวนถังที่ใช้ เพื่อให้ทุกคนมองเห็นภาพภารกิจว่าตรงไหนมีอะไรๆเป็นภาพเดียวกัน และเพื่อให้นึกออกว่าถ้าทำจริงมันจะเวิร์คไม๊ (ส่วนผู้ว่าก็คงซ้อมแผนลำเลียงรถพยาบาล,ฮอ,ทีมหมอ อยู่อีกฟากสินะ มันออกมาดูดีให้คนชื่นชมได้ไม่ใช่ทำในครั้งเดียวแต่มันต้องซ้อมแล้วซ้อมอีกจริงๆสินะ ) / ทหาร US โชว์ระบบเชือกรอกที่เอาไปติดตั้งในถ้ำเพื่อลำเลียงน้องให้ดูแบบใกล้ๆด้วย
- มีฟุตเทจที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยอ่ะ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่รูปภาพตอนที่เอาเด็กผู้ชายไปซ้อมดำน้ำในสระว่ายน้ำโรงเรียน แต่อันนี้มีเป็นคลิปด้วยอ่ะ ...ทีมนี้ก็ซ้อมกันอยู่อีกฟากเหมือนกันสินะ
- คริสจูวอลบอกว่า พอเข้าไปเจอเด็กครั้งแรกก็แปลกใจว่าทำไมนิ่ง อยู่กันสงบๆ ไม่มีอาการกลัวหรือตื่นตระหนก ทุกคนดูมีความมั่นใจ อยู่กับซีล 4 คน แล้วก็ให้เลือกกันเองว่าใครจะออกก่อนหลัง ซึ่งหมอภาคย์ก็ได้ทำหน้าที่นี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วในการอธิบายหลักทฤษฎีบ้านไกลไปก่อน ต๊ะต่อนยอนไปหลัง เพื่อปั่นจักรยานไปบอกข่าวให้เพื่อนๆ #สายในออกก่อน #แก๊งเวียงหอม
- หัวใจของการจะให้เด็กรอดคือต้องเคลื่อนที่ให้เร็ว ยิ่งอยู่ในน้ำนานความเสี่ยงก็ยิ่งมาก เจสันบอกว่า ตลอดทางในการดำที่มองไม่เห็นทางเลยแม้กระทั่งมือตัวเองยื่นออกไปข้างหน้า เอามือนึงจับเชือก อีกมือหิ้วเด็ก และต้องคอยดูตลอดว่าน้องยังหายใจอยู่รึเปล่า และหวังว่ายาจะไม่หมดฤทธิ์ก่อนถึงจุดถัดไป และหวังว่าเด็กจะไม่หยุดหายใจระหว่างทาง ทำทั้งหมดนี่ในเวลาเดียวกันเค้าบอกว่ามันเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่มาก (ที่จริงอันนี้หนังภาคก่อนก็มีไปแล้ว แต่อันนี้เหมือนแตกต่างนิดหน่อย) พอทำคนแรกได้สำเร็จ เด็กยังหายใจ ทุกทีมทุกคนดีใจกันมากว่าแผนที่วางไว้และซักซ้อมกันมามันใช้ได้ผล ตอนเอาน้องคนสุดท้ายออกมา (น้องมงคล ที่ตอนนั้นชาวไทยลือกันว่าออกคนแรก) น้องตัวผอมตัวเล็ก mask ไม่พอดี ใส่หน้ากากแล้วหลวมเหลือที่ว่างเยอะ สุดท้ายเลยต้องใช้หน้ากากอีกแบบ ซึ่งมันก็ไม่ดีเหมือนกัน แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เจสันต้องพยายามประคองหัวน้องไว้แนบตัวเค้า และระวังไม่ให้น้องกระแทกหิน เพราะถ้ากระแทกแล้ว mask หลุดในน้ำก็คือตายทันที เค้าเลยใช้วิธีเอาหัวน้องแนบไว้ประมาณอก (เค้าทำท่าให้ดู) แล้วให้หัวของเค้าเองยื่นออกไปด้านหน้า เพื่อที่ว่าถ้ากระแทกหิน หัวเค้าจะโดนก่อน ....นักข่าวที่สัมภาษณ์นั่งฟังแล้วหน้ายุ่งพอๆกับคนดูเลย55 นักข่าวถามว่า “แล้วคุณจำได้ไม๊ว่ากระแทกโดนหินไปกี่ครั้ง?” เจสันตอบว่า “dozen”
- คริสจูวอลเล่าเรื่องตอนเค้าดำเอาน้องออกมา จากโถง 4 ไปโถง 3 มีรอบนึงที่เค้าต้องเข้าช่องแคบที่หลังเกือบชิดเพดาน และอกเกือบชิดพื้น เลยต้องเปลี่ยนท่าในการอุ้มน้อง พอพ้นช่วงแคบไปแล้วก็จะเป็นทางลาดลงเนิน เค้าต้องเปลี่ยนท่าจากอุ้มน้องมือซ้ายมาเป็นมือขวา แล้วระหว่างนั้นก็คือต้องปล่อยเชือกนำทางแพพนึง พอสลับน้องมาได้เสร็จ เชือกหายจ้า เค้าก็ควานหาเชือก แต่ไม่เจอ แล้วในน้ำมันมืดสนิท เค้าหาไปเรื่อยๆจนไปเจอสายไฟหรือสายเคเบิลซักอย่าง ก็เลยเกาะเอาสายนี่ดำต่อมา แต่พอโผล่ขึ้นมา เอาน้องวางพัก แล้วเดินๆซักพักถึงได้รู้ว่าตัวเองดำย้อนกลับมาโผล่โถง 4 ที่เดิม ก็คือหลงทิศนั่นเอง (นี่ขนาด world best diver ยังมีหลงทิศ ไม่อยากจะนึกสภาพถ้าตัวเองลงไปดำ คืออาจจะไม่รู้ว่าส่วนไหนคือหัวส่วนไหนคือแขนขาของตัวเองเลยก็เป็นได้ แช่อยู่แบบนั้นแหละ ) คริสเล่าว่าพอเค้าเอาเด็กดำย้อนกลับไปขึ้นโถง 4 หมอแฮร์ริสกับทีมเห็นก็เลยเอาเด็กไปจากเค้า (วันที่สามหมอแฮริสเข้าไปอยู่ตรงนั้นแล้วจะออกมาทีหลัง) หมอเช็คแล้วเห็นว่าเด็กเริ่มตัวเย็น อุณหภูมิลด ต้องรีบเอาออกไป หมอแฮริสก็เลยดำเอาน้องออกไปเองเบย แล้วตามด้วยคริสดำตามไปข้างหลังติดๆเพื่อคอยช่วยถ้ามีปัญหาแบบเค้าเจอ อันนี้แอบขำ หมอแฮริสคงแบบ ฮ่วย ให้เด็กไปแล้วยังเอาเด็กกลับมาคืนตรูอี๊ก ให้ไปอีกรอบก็จะวนกลับมาอีกรอบไม๊น่ะ เอาไปเองก็ได้ฟะ อันนี้ขำๆนะ อย่าดราม่า เอาจริงๆแล้วคือคริสถูกเรียกตัวเข้าไปทำงานจริงในวันหลังๆ หลังจากคนอื่นทำไปก่อนหน้าหลายรอบแล้ว เค้าไม่คุ้นทางเท่าคนอื่น และหมอแฮริสต้องออกมาอยู่แล้วพอดีเพราะเป็นเด็กคนสุดท้าย และเชือกหลุดกับหลงทิศก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้อยู่แล้วในการดำถ้ำไม่ใช่ความผิดของใคร อย่าว่าคริสเพราะนางเก่งและน่ารัก (ที่จริงไม่ได้เปิดเผยที่นี่ที่แรก เคยอ่านเจอมาก่อนแล้ว แต่เพิ่งได้ฟังจากปากคริสตัวเป็นๆ พอดีคนนี้เค้าไม่ค่อยออกสื่อ)
- ฟุตเทจที่หลายคนสงสัยว่าเจมส์ลองแมนไปสัมภาษณ์อะไรหมอภาคย์ตอนวันแถลงข่าวน้อง มีอยู่ในนี้นี่เอง แล้วทำไมหมอภาคย์ต้องดูเขินเจมส์ด้วยอ่ะหรือหมอเป็นติ่งเจมส์?
- อันนี้ทำมาจนจบถึงตอนน้องบวชเลย เก็บหมดทุกตอน ตั้งแต่อยู่รพ.กินอะไร, บอกเรื่องจ่าแซมแล้วน้องร้องไห้, ออกจากรพ.มาเจอสื่อ, ประชาชนจิตอาสาเข้าเคลียร์พื้นที่ เจมส์ลองแมนบอกว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิเด็กทางด้านจิตใจอย่างดีมาก (#หน้าตึงไปหมดแล้วจ้า #รัฐบาลไม่ได้กล่าว) แต่สื่อต่างชาติก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมคือไม่เข้าใจการบวช เจมส์พยายามนำเสนอว่าน้องๆต้องบวชเณรเพื่อทำให้จิตใจสงบ จากการผ่านความทุกข์ ความเศร้ามา คือเค้าคงไม่เข้าใจเรื่องของการบวชทดแทนคุณ หรืออุทิศส่วนกุศลอะไรงี้ แต่ก็ไม่เป็นไร #อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ~
- ตอนจบทั้งนักข่าวและทหารอเมริกันบอกว่า เรื่องมันเหลือเชื่อมากๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ อาจจะเป็นเจ้าแม่นางนอน หรือพระ หรือ God ก็แล้วแต่ ที่ช่วยให้ปั๊มน้ำทำงานได้ดีจนกระทั่งเด็กออกมาครบสิบสามคน พอเด็กออกหมดปุ๊บ ปั๊มก็พังท่อก็แตกทันที ระหว่างภารกิจทั่วโลกส่งคำอธิษฐานขอพระเจ้า คนไทยก็ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าเขา จะอะไรก็แล้วแต่ไม่มีใครรู้แต่ที่แน่ๆมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเหมือนปาฏิหาริย์จริงๆ
ปล. ไม่ค่อยมีสื่อต่างชาติมาทำสารคดีให้ประเทศเราแบบทุ่มเทขนาดนี้มาก่อน อยากให้ดูกันเยอะๆ โปรดักชั่นทำดีจริงๆ การสัมภาษณ์ก็ดูสมูทเหมือนนั่งลุ้นไปกับเพื่อนฝูง คนสัมภาษณ์คือแมทกัทแมน นักข่าว abc ที่มาอยู่ไทยกับเจมส์ลองแมนและผู้หญิงอีกคน สำนักข่าวนี้เค้าดูมี passion กับเรื่องนี้มากๆ มาเกาะติดตั้งแต่วันแรกๆ อยู่จนส่งน้องบวชและกลับไปเป็นเจ้าสุดท้าย ขอบคุณ ABC News
** มีเพื่อนๆหลายคนช่วยบอกว่า out of the dark กับ one way out เป็นคนละสาขากันทำ อันนึงของ abc ออสเตรเลีย อันนึงของ abc อเมริกา
(แต่ยังไงก็ทำดีมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดเลยอ่ะ) ขอบคุณมากๆค่า
ขอบคุณ Fb: WaenPloy Chitt-amphai
https://www.facebook.com/663120329/posts/10156414244150330/
Part 1
https://youtu.be/k3NB9-x8itY
Part 2
https://youtu.be/Kefr9x-5usw
Part 3
https://abcnews.go.com/2020/video/big-home-runs-boys-rescued-thai-cave-days-56879466
Part 4
https://abcnews.go.com/2020/video/cave-divers-face-multiple-obstacles-day-thai-cave-56879162
Part 5
https://abcnews.go.com/2020/video/boys-apologize-parents-cave-coach-calm-part-56879108
Part 6
https://abcnews.go.com/2020/video/life-life-boys-coach-thai-cave-rescue-part-56879022