สวัสดีครับ
ผมและผู้หญิงคนหนึ่งได้คบกันมา ตั้งแต่มัธยมต้นเขาเป็นรุ่นพี่แก่กว่าผม 2 ปี คบกันมาก็มีอุปสรรคหลายๆอย่างที่เราสองคนผ่านกันมาได้จริงๆแล้วทางญาติพี่น้องของทางฝั่งผมเขาก็ไม่ค่อยยอมรับผู้หญิงคนนี้สักเท่าไหร่บอกให้ผมเลิกนู่นนี่นั่นแต่ซึ่งผมเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะดื้อก็ไม่ยอมเลิกเราคบกันได้สักระยะหนึ่ง จนผมจบการศึกษามัธยมต้น
หลังจากนั้นผมก็ได้ย้ายจากโรงเรียนไปขึ้นวิทยาลัยที่ต่างจังหวัดเราก็มีเวลาเจอกันน้อยลงหรืออาทิตย์ละครั้งบางครั้งก็ไม่ได้เจอกันเลยก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาสักระยะหนึ่งจนเธอจบมัธยมตอนปลาย
หลังจากนั้นเธอก็ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในภาคใต้ หลังจากนั้นเธอก็ได้เจอผมบ่อยขึ้น เราก็ใช้ชีวิตตามภาษาวัยรุ่นทั่วไป เที่ยวบ้าง กินบ้าง อดบ้าง ตอนนั้นรู้สึกมีความสุขมาก ใช้ชีวิตแบบมานี้จนผมเรียนจบ ปวช.
จากนั้นผมก็ได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพเราก็ได้เจอกันน้อยลงประมาณ 3-4 เดือนต่อครั้ง แต่เราก็คุยกันผ่านทางโทรศัพท์ในเวลาว่าง และหลังจากนั้นการคุยของเราก็เริ่มน้อยลงเพราะต่างคนก็เรียนหนัก และผมก็ต้องมีความรับผิดชอบต้องดูแลวางแผนให้ทางบ้าน เพราะพ่อแม่ก็แก่แล้วจนมาวันนึงเธอเรียนจบจากมหาลัยแห่งหนึ่ง
เธอก็เริ่มเข้าสู่วัยที่ต้องทำงาน แต่มีอะไรหลายๆอย่างในตัวเธอเปลี่ยนจากเดิมไปมาก จนผมรู้สึกมันไม่ใช่เธอคนเดิมเธอไม่ค่อยใส่ใจผม ไม่เห็นใจผม ปล่อยผมทิ้งไว้เหมือนเงาจนผมรู้สึกว่าเขากำลังมีอนาคตที่ดีผมยังเรียนอยู่ผมกลัวจะไปเป็นตัวถ่วงอนาคตของเขาผมก็เลยขอเลิกกับเธอ
ปล.เวลาที่เราใช้อยู่ด้วยกันหรือคบกันมันไม่ได้สำคัญจริงๆ ตอนนี้ก็รู้สึกท้อมาก
ความรัที่ไม่แน่นอน
ผมและผู้หญิงคนหนึ่งได้คบกันมา ตั้งแต่มัธยมต้นเขาเป็นรุ่นพี่แก่กว่าผม 2 ปี คบกันมาก็มีอุปสรรคหลายๆอย่างที่เราสองคนผ่านกันมาได้จริงๆแล้วทางญาติพี่น้องของทางฝั่งผมเขาก็ไม่ค่อยยอมรับผู้หญิงคนนี้สักเท่าไหร่บอกให้ผมเลิกนู่นนี่นั่นแต่ซึ่งผมเป็นเด็กที่ค่อนข้างจะดื้อก็ไม่ยอมเลิกเราคบกันได้สักระยะหนึ่ง จนผมจบการศึกษามัธยมต้น
หลังจากนั้นผมก็ได้ย้ายจากโรงเรียนไปขึ้นวิทยาลัยที่ต่างจังหวัดเราก็มีเวลาเจอกันน้อยลงหรืออาทิตย์ละครั้งบางครั้งก็ไม่ได้เจอกันเลยก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาสักระยะหนึ่งจนเธอจบมัธยมตอนปลาย
หลังจากนั้นเธอก็ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในภาคใต้ หลังจากนั้นเธอก็ได้เจอผมบ่อยขึ้น เราก็ใช้ชีวิตตามภาษาวัยรุ่นทั่วไป เที่ยวบ้าง กินบ้าง อดบ้าง ตอนนั้นรู้สึกมีความสุขมาก ใช้ชีวิตแบบมานี้จนผมเรียนจบ ปวช.
จากนั้นผมก็ได้เข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพเราก็ได้เจอกันน้อยลงประมาณ 3-4 เดือนต่อครั้ง แต่เราก็คุยกันผ่านทางโทรศัพท์ในเวลาว่าง และหลังจากนั้นการคุยของเราก็เริ่มน้อยลงเพราะต่างคนก็เรียนหนัก และผมก็ต้องมีความรับผิดชอบต้องดูแลวางแผนให้ทางบ้าน เพราะพ่อแม่ก็แก่แล้วจนมาวันนึงเธอเรียนจบจากมหาลัยแห่งหนึ่ง
เธอก็เริ่มเข้าสู่วัยที่ต้องทำงาน แต่มีอะไรหลายๆอย่างในตัวเธอเปลี่ยนจากเดิมไปมาก จนผมรู้สึกมันไม่ใช่เธอคนเดิมเธอไม่ค่อยใส่ใจผม ไม่เห็นใจผม ปล่อยผมทิ้งไว้เหมือนเงาจนผมรู้สึกว่าเขากำลังมีอนาคตที่ดีผมยังเรียนอยู่ผมกลัวจะไปเป็นตัวถ่วงอนาคตของเขาผมก็เลยขอเลิกกับเธอ
ปล.เวลาที่เราใช้อยู่ด้วยกันหรือคบกันมันไม่ได้สำคัญจริงๆ ตอนนี้ก็รู้สึกท้อมาก