ใครมีปัญหาเข้ากับพ่อตัวเองไม่ได้บ้างไหมคะ ??

คือจากหัวข้อเลยค่ะ เครียดมากจริงๆ มีปัญหาเข้ากับพ่อตัวเองไม่ได้ แต่ไม่มีปัญหากับคนในครอบครัวคนอื่นๆนะคะ

ปัญหานี้เริ่มจากความรู้สึกเล็กๆว่า เรารู้สึกว่าพ่อรักลูกไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นความรู้สึกที่รับรู้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ซึ่งเราไม่ได้คิดไปเอง ทั้งแม่และน้องชายของเราก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน แต่พ่อก็บอกว่า รักลูกเท่ากันนั่นแหละแต่ห่วงลูกไม่เท่ากัน (พ่อแม่มีลูกสามคนค่ะ เราเป็นลูกคนโต น้องสาวคนที่สอง และน้องชายคนเล็ก)
เราก็โอเคเข้าใจก็ได้ คงไม่แปลกที่พ่อแม่จะห่วงคนเป็นน้องมากกว่าพี่ อาจจะด้วยลักษณะและนิสัยว่าเราเป็นคนที่ลุย และช่วยเหลือตัวเองตลอดซึ่งนิสัยจะเหมือนน้องชายคนเล็ก แต่น้องสาวคนที่สองจะเป็นคนหัวอ่อน และค่อนข้างช้า

แต่จุดเปลี่ยนมาถึงตอนที่เราผื่นขึ้นเพราะแพ้กุ้ง คือปกติทานแล้วไม่เป็นอะไรเลยค่ะ แต่วันนั้นผื่นขึ้นเยอะมากและหายใจไม่ออก เราไปบอกแม่แม่เลยบอกว่าให้ไปทานยาแก้แพ้ เราทานไปสองเม็กแต่ก็ไม่ดีขึ้นราวๆตีสอง เราเลยไปปลุกให้พาเราไปโรงพยาบาลทีเราไม่ไหวแล้ว ที่บ้านตอนนั้นมีพ่อคนเดียวที่ขับรถยนต์เป็น พ่อบอก กินยาไปแล้วหนินอนๆไปเดี๋ยวก็หาย แต่ตอนนั้นคือไม่ไหวแล้วอะ จนต้องปลุกแม่ และให้แม่บอกพ่อให้พาเราไปโรงพยาบาลพอไปถึง หมอก็รีบฉีดยาให้เลย ตอนนั้นคือนอยด์มากจริงๆว่า ปกติคือถ้าช่วยเหลือตัวเองได้ก็ไม่ไปบอกหรอก ความรู้สึกของเราคือ เราไปรบกวนเขาหรอวะ จากปัญหาตอนนั้นแม่ก็เข้ามาคุยด้วยก็บอกว่าพ่อก็เป็นงี้แหละปล่อยๆไป เราก็โอเคก็ได้  แต่มันก็ยังฝังใจเรามาเรื่อยๆ และมันทำให้ทัศนคติเราต่อพ่อติดลบมาเรื่อยๆ

เหตุการณ์มันผ่านมานานแล้วพอสมควร ตอนเช้าที่บ้านเรามาทานข้าวด้วยกันปกติ น้องสาวเราเป็นประจำเดือน น้องเราลงมาบอกปวดท้องจะไม่ทานข้าว แม่เราก็บอกทานหน่อยแล้วจะได้กินยา แล้วก็ให้เราไปตักข้าวให้น้อง พอเราตักข้าวเสร็จเราเลยเดินไปเรียกน้องมาทานข้าว จู่ๆพ่อก็มาตะคอกใส่เราว่า
"ก็คนมันปวดท้องจะให้กินข้าวได้ไงวะ" แล้วก็เดินไปหาน้องเรา ลูบหัวพูดจาดีมาก เป็นไงบ้างลูก คือภาพนั้นมันทับซ้อนกับภาพที่เราผื่นขึ้นวันนั้นจริงๆ วันนั้นเราหายใจไม่ออก ผื่นขึ้นแดงทั้งหน้าทั้งตัว สิ่งที่ได้จากเขาคือการไล่เราไปนอน แต่น้องสาวเราปวดท้องเมนซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ พ่อเราทำไมปฏิบัติกันต่างกันขนาดนี้

จากนั้นมา ความติดลบของเราต่อพ่อก็ก้าวกระโดดแบบขั้นบันไดเลยค่ะ เราพูดกับพ่อนานไม่ได้ ต้องทะเลาะกันตลอด อยู่ด้วยคือความอึดอัด ต่อมาคือการต่อต้านคำสอนทุกอย่าง เราไปปรึกษากับแม่เรื่องนี้แม่บอกว่า "ไม่มีอะไรหรอก เราอะไม่รู้ตัวว่าเรานิสัยเหมือนพ่อ มันเลยเป็นแบบนี้" คือเราคิดว่าไม่ใช่นิสัยอะที่เข้ากันไม่ได้ แต่เราจัดการกับอาการนอยด์ติดลบความรักลูกไม่เท่ากันของพ่อไม่ได้อะ แต่ก็คุยกันอยู่ ในรูปแบบ กลับจากโรงเรียนไหว้ ออกจากบ้านไปโรงเรียนไหว้ แค่นั้นจริงๆ ปรึกษาอะไรกับพ่อไม่ได้เลย

จนกระทั่งเราต้องเข้ามหาวิทยาลัย เราเลือกเรียนคณะเดียวกับพ่อค่ะ เผื่ออาจจะมีเรื่องได้คุยกันมากขึ้น และเราก็มองพ่อเป็นต้นแบบทางสายอาชีพด้วย เราติดมหาวิทยาลัย คือดีใจมาก และเป็นคณะที่ตั้งใจด้วย เรื่องเหมือนจะแฮปปี้เอนดิ้งใช่มั้ยคะ ไม่ค่ะ !

สุดท้ายก็ยังเป็นเหมือนเดิม เราถามหรือพยายามปรึกษาทุกอย่างไม่มีคำตอบใดๆให้ ไม่มีแม้คำแนะนำ จนสุดท้ายเราก็ต้องพยายามเรียนด้วยตัวเอง ก็เอาวะ เลือกแล้ว โตแล้ว มหาลัยต้องช่วยตัวเอง ก็เรียนจนใกล้จะจบอะค่ะ คือก่อนหน้านั้นเรียนดีมาตลอดและรายงานเกรดมาตลอด แม่ก็มาบอกเขาภูมิใจนะเอาเราไปพูดกับคนอื่นเยอะแยะเลย ตอนนั้นถึงจะไม่ค่อยชอบ แต่ก็ความสุขของเค้าเราก็เงียบและตั้งใจเรียนไป แต่มันมีวิชานึงที่เราพลาดเอฟไป ตอนนั้นเครียดมาก สิ่งที่อยากได้มากที่สุดคือ ไม่เป็นไรน่ะ เอาใหม่ ไม่ต้องมาปลอบมากอด ไม่ต้อง สิ่งที่ได้คือ "สมน้ำหน้า เรียนยังไงให้เอฟ รู้มั้ยตอนนั้นวิชานี้พ่อได้อะไร" ชี้หน้าหัวเราะเรา ตอนนั้นไม่สนใจแล้วว่าจะล้อเล่นหรืออะไร น้ำตาไหลค่ะ ความเครียดทุกอย่างมันอั้นไว้ไม่ไหวแล้ว สิ่งที่ได้ต่อมาคือ "ฮ่าๆๆๆๆ ร้องไห้หรอ อ่อนว่ะ" จนตอนนั้นแม่เข้ามารีบเข้ามากอดเลยค่ะ แต่ตอนนั้นไม่รับรู้อะไรแล้วค่ะ คิดแค่ พยายามมาเพื่ออะไรวะ เคยเรียกร้องอะไรมั้ยก็ไม่ เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงหรอเวลาเจอคนที่ตกอยู่อารมณ์แบบนี้ ไม่อยากได้ยินไม่อยากเห็นหน้าไม่อยากรับฟังอะไรอีกแล้ว จนคุยกับแม่เสร็จเริ่มปรับอารมณ์ได้ การต้องมาเจอหน้าพ่อเป็นอะไรที่เรารู้สึกอึดอัดเพิ่มขึ้น

ไม่อยากเจอ ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่อยากรับฟังคำสอน ไม่อยากกลับบ้าน

จากตอนนั้นตลอดเวลาเราเหลือของชีวิตมหาวิทยาลัยเราไม่กลับบ้านเลยค่ะ หางานทำ กิจกรรม อะไรก็ได้เพื่อให้ไม่ต้องกลับบ้าน จนตอนนี้คือเรียนจบแล้ว ต้องกลับบ้าน บรรยากาศที่บ้านอึดอัดมากค่ะ

ทุกอย่างมันสองมาตรฐานชัดเจน ทุกคำที่เขาเรียกน้องคือ ลูกกับหนู  แต่พอมาถึงเรา จะเป็นคำว่า เอ็ง  
เราทำทุกอย่างตามที่เขาสั่งได้ค่ะ และทำทุกอย่าง สิ่งที่ได้คือการพยักหน้ารับรู้ แต่น้อง พ่อไม่ให้ทำอะไรเลยค่ะ บอกน้องทำไม่ได้ ไม่ให้ทำให้ท้ายทุกอย่างที่น้องทำไม่ได้ ในขณะเราที่สิ่งที่ทำไม่ได้ เราต้องขวนขวายไม่งั้นจะโดนว่า

สิ่งของทุกอย่างของเราจะเป็นแม่เราที่รับผิดชอบ และเราจะได้เท่านั้น ซึ่งแม่ก็รับผิดชอบลูกทุกคนอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องของน้องสาว ถึงแม้แม่จะให้อะไรไป พ่อจะให้เพิ่มขึ้นอีก ไม่ว่าน้องจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไร แต่กับเรา ทุกอย่างคือ แม่ก็ให้ไปแล้วหนิ ยังจะเอาอะไรอีก

จากเรื่องนี้เล่ามาถ้าเราจะ โกรธพ่อตัวเอง และทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนไปเลย จะถือว่าเราอกตัญญูมากมั้ยคะ แต่เราไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ
แล้วความรู้สึกแบบนี้ มันคือความอิจฉาน้องใช่มั้ยคะ เพราะเคยโดนด่าด้วยว่า เป็นพี่ทำไมขี้อิจฉาน้อง แต่เราก็ไม่เคยแสดงกิริยาอะไรกับน้องเลยนะคะ เรายังเป็นพี่น้องกัน ดูแลกันรักกันปกติ ถ้าความรู้สึกนี้ที่เราเป็นมันคือความอิจฉา เราถือเป็นพี่ที่แย่มากมั้ยคะ

ยังไงก็ขอความเห็นและคำแนะนำด้วยนะคะ ยินดีและยอมรับคำตักเตือนและคำแนะนำค่ะ ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่