ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียงเพลง 29/7/2561 - โดะกู 土偶 ตุ๊กตาปริศนา

กระทู้คำถาม


ดอกไม้หัวใจสวัสดีครับอมยิ้ม17 สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันอาทิตย์ MC แอ๊ด (หวางเจ๋)
) ประจำการอีก 1 วันครับ ^^

วันนี้นำเรื่องราว ประติมากรรมตุ๊กตาดินเผาโบราณของญี่ปุ่นมาฝาก ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "โดะกู" (土偶) ครับ


โดะกู (土偶 dogū) เป็นจุลประติมากรรมอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น พบในยุคโจมง (縄文時代) อันเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น (กินระยะเวลาประมาณ 14,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชถึง 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ต้นสุดๆเลยทีเดียว แต่แม้จะอยู่ในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ ทว่าคนญี่ปุ่นยุคโบราณตอนนั้นกลับมีฝีมือเป็นเลิศในการทำเครื่องปั้นดินเผา และผลงานที่น่าทึ่งที่สุด และมีปริศนามากที่สุด ก็คือเจ้าตุ๊กตาดินเผา "โดะกู" นี่เอง

โดะงูเป็นประติมากรรมที่ปั้นเป็นรูปมนุษย์ขนาดเล็ก แต่มีรูปร่างประหลาด โดยมีดวงตากลมโต หัวใหญ่ เอวคอด และสะโพกใหญ่ แลดูคล้ายกับสวมชุดมนุษย์อวกาศ สวมหมวกขนาดใหญ่ หรือคาดเข็มขัดรูปร่างประหลาด

มีตำนานเล่ากันว่า โดะกูนั้น มาจากฟากฟ้า และ เป็นผู้สั่งสอนศิลปะวิทยาการให้แก่มนุษย์ในยุคนั้นได้มากมาย (มาแนวเดียวกันกับเทพเจ้าต้นกำเนิดศิลปวิทยาการของชาวอียิปต์โบราณ ชาวมายา หรืออินคา อย่างนั้นเลย) ดังนั้น พวกนัก "ยูโฟโลจิสต์" (Ufologist=จานบินวิทยา) จึงมีความเชื่อว่า โดะกู อาจจะเป็นรูปปั้นของมนุษย์ต่างดาวก็ได้ แต่ก็มีบางทฤษฎีอธิบายว่า โดะงูเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งครรภ์ ดังนั้น โดะกูก็คือ เทพมารดา

นักโบราณคดี ได้ค้นพบ แลพทำการเก็บสะสมโดะกูซึ่งมีลักษณะต่าง ๆ ที่แตกต่างกันได้มากถึงราวๆ 15,000 ชุด

รูปปั้นหรือรูปแกะสลักโดะกูเหล่านี้ ถูกพบกระจัดกระจายไปทั่วเกาะญี่ปุ่นเลยทีเดียว แต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนที่จะระบุได้ว่า พวกมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร ดังนั้น นักโบราณคดีทั้งหลายก็เลยจำเป็นต้อง "มโน" คือเดาเอา ตีความ สันนิษฐานไปว่า พวกมันถูกทำขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือไม่ก็พิธีกรรมลึกลับของพวกพ่อมดแม่มดหมอผีไสยศาสตร์ดึกดำบรรพ์ก็อาจเป็นได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วรูปปั้นดินเผาเหล่านี้ โดยมากถูกค้นพบภายในสุสานของชนโบราณ อันแสดงให้เห็นว่ามันต้องมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับพิธีกรรมตามความเชื่ออะไรสักอย่างหนึ่ง และคงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของชีวิตหลังความตาย (นักวิชาการก็มโนเก่งเหมือนกันแหละน่า!) สรุปแล้ว ไม่มีใครในหมู่นักโบราณคดีหรือนักวิชาการทั้งหลาย ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงแห่งการสร้างโดะกูขึ้นมาเลย ฉะนั้นก็ต้องเดาหรือมโนกันต่อไป

ตุ๊กตาโดะกูที่โด่งดังที่สุด มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ ตัวที่มีชื่อว่า ชาโกกิโดกุ (Shakokidoku) มีลักษณะโดดเด่น ด้วยดวงตาที่มีขนาดใหญ่คล้ายแมลง และลำตัวถูกแกะสลักอย่างประณีตจนมีลักษณะคล้ายเสื้อผ้านุ่งห่ม

อย่างไรก็ตาม ด้วยรูปร่างหน้าตาที่แปลกประหลาดของตุ๊กตาโดกุเหล่านี้ และมีสรีระที่ไม่สมส่วน ตุ๊กตาโดกุบางตัวมีหน้าตาคล้ายคลึงกับสัตว์อย่างเช่น นกเค้าแมว หรือแมลง แต่ที่น่าแปลกคือตุ๊กตาเหล่านี้มีความสมมาตร กล่าวคือแขนซ้ายและแขนขวาเท่ากัน หากแขนข้างใดลีบ อีกข้างก็ลีบตาม เป็นต้น ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญหลายรายเชื่อว่าบางทีมันอาจเป็นมากกว่าตุ๊กตาที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนยุคโบราณ แต่อาจเป็นตัวแทนของเทพเจ้าโบราณ หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากต่างดาว ที่หลายคนเชื่อว่าเมื่อหลายพันปีก่อน เคยมีมนุษย์ต่างดาวลงมาเยือนโลกมนุษย์และสอนวิทยาการให้พวกเราก่อนจากไป โดยอ้างอิงจากหลักฐานทางโบราณคดีจากอารยธรรมโบราณทั่วโลก

อีกประการหนึ่ง โดะกู อาจเป็นของที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ในพิธีศพ ต้องนำมาใช้ร่วมกับการฝังศพ เหมือนอย่างการนำข้าวของเครื่องใช้ของผู้ตายใส่ลงไปในหลุมฝังศพ เช่นเดียวกันกับการใส่ภาชนะดินเผาลงไปในหลุมฝังศพของแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียงในเมืองไทย

นอกจากนี้ตุ๊กตาโดกุอาจเป็นเครื่องรางของขลังในสมัยโบราณ ที่มีหน้าที่สำหรับป้องกันภัยอันตรายจากภูติผีปีศาจ รวมไปถึงอำนาจเร้นลับ โดยมีความเชื่อที่ว่า การที่สร้างตุ๊กตาที่มีลักษณะแปลกประหลาดพิลึกนี้ก็เพื่อเป็นการข่มขวัญปีศาจร้าย รวมถึงขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่อาจเยือนมายังบ้านเรือน จึงมีการจัดวางบนแท่นบูชาของแต่ละครอบครัว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ตุ๊กตาเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของเทพเจ้าของคนสมัยโบราณ พอผู้คนในอดีตหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ จึงจำเป็นต้องสร้างรูปเคารพ เพื่อเป็นตัวแทนหรืออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสถิต เพื่อปกปักรักษา

โดะกูซึ่งแตกต่างกันร่วมๆหมื่นห้าพันลักษณะ ทำให้มีการตีความถึงหน้าที่ของพวกมันอย่างหลากหลาย เช่น โดะกูที่มองดูคล้ายหญิงมีครรภ์ ก็อาจสื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ หรือตัวที่มีดวงตากลมโต ก็อาจจะเป็น "ยามเฝ้าระวัง" คอยปกป้องคุ้มครองคนญี่ปุ่นในเวลาต่างๆ เช่น ในขณะออกไปล่าสัตว์เป็นต้น

สิ่งที่น่าฉงนอีกอย่างหนึ่งก็คือ โดะกูเป็นจำนวนมาก แทบทุกชิ้น ถูกค้นพบในสภาพที่ชำรุด แตกหักซึ่งมิได้เกิดจากการสึกหรอตามกาลเวลาอย่างแน่นอน หากแต่เป็นด้วยการ "จงใจทำให้แตกหัก" คือถูกทุบ ถูกทำลาย ด้วยความตั้งใจ จงใจ เพราะเหตุผลบางอย่างอันลึกลับ ซึ่งนักโบราณคดีก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ ยังหาสาเหตุไม่ได้ จากการที่พบตุ๊กตาเหล่านี้ในสภาพที่ชำรุดเสียหายแตกหักตามสุสาน ก่อให้เกิดสมมติฐานบางประการขึ้นอีกว่า อาจถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ โดยอาจทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการรับเคราะห์ร้ายแทนบุคคลจริง

อีกสมมติฐานหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากคือ ตุ๊กตาโดกุอาจถูกสร้างขึ้นโดยที่ผู้สร้างได้รับเอาลักษณะและรูปลักษณ์มาจากมนุษย์ต่างดาว หรือผู้มีอารยธรรมสูงส่งอื่นจากนอกโลก ที่ได้มาสั่งสอน และมอบวิทยาการความรู้ทางด้านเกษตรกรรมให้แก่มนุษย์โลก ซึ่งทฤษฎีนี้มักปรากฏแทบในทุกอารยธรรมของโลก

อีกข้อสมมติฐานหนึ่งที่น่าสนใจ อันมีรากฐานมาจากตัวตุ๊กตาชาโกกิโดกุคือ การที่ถูกสร้างขึ้นในลักษณะที่อวบอ้วน และเน้นไปยังรูปลักษณ์ของผู้หญิงอย่างชัดเจนนี้ อาจมีความเชื่อมโยงกับลักษณะของรูปร่างสรีระ การตั้งครรภ์ของสตรี ประกอบกับการประดับประดาเรือนร่างที่หรูหรากว่าบุคคล ธรรมดาสามัญ นอกเหนือจากเป็นเทพีหรือลัทธิการนับถือพระแม่แล้ว ชาโกกิโดกุอาจเป็นเค้าโครงของชุดเกราะ หรือเครื่องแต่งกายของคนชั้นสูงในสมัยโบราณ เพราะจากลวดลาย และความเทอะทะใหญ่โตนี้เอง จึงเกิดมีทฤษฎีใหม่ขึ้นมาว่า มีการสร้างขึ้นมาจากต้นแบบของชุดเกราะโบราณที่ใช้สำหรับการออกรบ

จึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า ชาโกกิโดกุถูกนับถือในฐานะของเทพีของความอุดมสมบูรณ์ หรือพระแม่แห่งปฐพี เพราะคนสมัยโบราณมักให้ความสำคัญกับผู้หญิงที่อวบอ้วน สุขภาพแข็งแรง มากกว่าผู้หญิงที่ผอมบาง เพราะความสมบูรณ์นี้สื่อให้เห็นว่า เป็นแม่พันธุ์ที่ดีได้ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นขวัญกำลังใจให้คุณแม่ที่ใกล้คลอด คลอดบุตรออกมาได้อย่างปลอดภัย

ในปัจจุบัน ความหมายที่แท้จริงของตุ๊กตาโดกุยังมิอาจมีใครทราบคำตอบที่แน่ชัดว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร และทำไมพวกมันถึงมี หน้าตาและรูปร่างที่แปลกประหลาดผิดธรรมชาติ


สาเหตุของการสิ้นสุดการสร้างตุ๊กตาโดกุนั้น อาจมาจากความเชื่อด้านศาสนาในยุคโบราณเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หรืออาจมีสิ่งอื่นที่มีความสำคัญ และได้รับความนิยมมากกว่าเข้ามาแทนที่ ตุ๊กตาโดกุจึงถูกลดบทบาทไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถูกละทิ้งไปในที่สุด แต่ถึงแม้ว่าหน้าที่และความสำคัญของมันจะถูกลืมเลือนไปตามยุคสมัย แต่ความลับ และปริศนาของตุ๊กตาโดะกู ยังคงมีผู้คิดค้นหาคำตอบกันอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าสักวัน เราจะได้ทราบความหมายที่แท้จริงของมัน ว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรกันแน่

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก
- วิกิพีเดีย
- นิตยสาร ต่วย'ตูนพิเศษ ฉบับที่ ๕๐๙ ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐
- เว็บไซต์ SpokeDark.TV = https://www.spokedark.tv/re/dogu-alien-dolls-3/
- น.ส.พ.ไทยรัฐออนไลน์ = https://www.thairath.co.th/content/364050
- ภาพประกอบจาก กูเกิ้ล

พบกันใหม่วันเสาร์หน้าครับ อมยิ้ม36หัวใจดอกไม้
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่