ประสบการณ์ในมหาวิทยาลัย

สวัสดีครับทุกคน
ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมอายุ 22 เพิ่งเป็นนักศึกษา ป.ตรี ฯ จบใหม่เลย ซึ่งเรื่องนี้แหละที่เป็นเหตุการณ์ทีผมอยากจะระบายและแชร์เหตุการณ์ทีผมได้พบเจอในวันนี้

การจะจบป.ตรีได้ ผมต้องทำโครงงาน (Project) ผมเรียนเกี่ยวกับคอมครับ ความเก่งของผมก็ไม่ได้เก่งมาก แต่ก็ไม่ได้แย่ เขียนโปรแกรมพอได้ ด้านอื่นๆก็พอได้ โดยรวมถือว่าปานกลาง แต่โครงงานที่ผมทำจบคือโครงงานเกี่ยวกับการสร้างเกมครับ ผมต้องหาอาจารย์เพื่อมาเป็นที่ปรึกษา จึงไปหาอาจารย์ท่านที่ 1 โดยนำเสนอขอบเขตคร่าวๆ (ขอบเขตคือเนื้อหาของงานที่จะทำ)  สุดท้ายอาจารย์บอกกับผมว่า "ไปหาคนใหม่เถอะ อาจารย์คุยกับเธอไม่รู้เรื่อง"  จากนั้นผมก็ไปหาคนที่ 2 ซึ่งอาจารย์ท่านนี้รับนักศึกษาเต็มแล้ว ผมจึงไปหาคนที่ 3 เช่นเคยผมนำเสนอขอบเขตคร่าวๆให้ท่านฟัง แต่สุดท้ายก็ไม่รับผม เท่าที่จับใจความได้ก็คือ ขอบเขตที่ผมนำเสนอมันเกินตัวผม กลัวผมจะทำไม่ได้ (ผมอาจจะคิดไปเอง แต่อาจารย์ท่านไม่ได้พูดตรงๆ แต่ผมเข้าใจแบบนี้ เข้าใจว่าอาจารย์จะสื่ออะไร) ผมจึงไปหาท่านที่ 4 ซึ่งคนที่ 4 รับผมหลังจากที่ผมนำเสนอขอบเขตไป ผมได้ร่วมงานกับอาจารย์ท่านที่ 4 อาจารย์ท่านดีมากครับ เพิ่มเติมขอบเขตที่สำคัญ  ลดขอบเขตที่ไม่จำเป็น และผมก็เริ่มทำมาตลอด 1 ปี และตลอดหนึ่งปีที่ผมได้เจอสังคมที่แท้จริงก็ตรงนี้แหละครับ ผมทำโครงงานที่ห้องในตึกของคณะ ก็จะมีเพื่อนๆในสาขามาทำด้วย เพื่อนก็มาถามว่าผมทำอะไร ผมก็ตอบทำเกมเกี่ยวกับนี้นะ.... บลาๆ และเพื่อนก็หัวเราะ และพูดมาว่า "จริงหรอวะ... เออๆ" เพื่อนคนนั้นเก่งโปรแกรมครับ นี้เป็นเหตุการณ์แรกที่ทำให้ผมเริ่มคิดไปเอง เหตุการณ์ที่สองผมมีปัญหาเรื่องการเขียนโค้ดฟังก์ชั่นหนึ่ง ผมจจึงถามเพื่อนที่ทำเกี่ยวกับเกมเหมือนกัน เพื่อนคนนั้นก็มาแนะนำให้ว่าใช้ฟังก์ชั่นนี้สิ ผมก็ทำ สุดท้ายก็ได้ผมขอบใจมัน แต่มันก็ทิ้งท้ายว่า "เออ โค้ดง่ายๆเองทำไมทำไม่ได้" -_- และเหตุการณ์สุดท้ายเป็นตอนที่ผมสอบจบ กรรมการสอบ 3 ท่านซึ่งเป็นอาจารย์ในสาขาวิชาฯ ผมต้องทำตัวโปรแกรมเกมและรูปเล่ม โดยกรรมการทั้ง 3 ต้องเป็นคนเซ็นต์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อผมนำเอารูปเล่มไปให้กรรมการเซ็นต์   กรรมการท่านก็ถามว่าทำไมมีแค่ 2 เล่ม ผมตอบไปว่า "ของภาควิชาครับ 2 เล่ม"
กรรมการ : อ้าว..แล้วที่ปรึกษาเธอไม่เอาหรอ
ผม : ที่ปรึกษารับเป็นไฟล์ครับ
กรรมการ : อ่อแสดงว่าอาจารย์ไม่ต้องการที่มันเป็นรูปธรรมจับต้องได้ใช่ไหม (หัวเราะเล็กน้อย)
ผม : อาจารย์คิดว่าเพราะอะไรครับ
กรรมการ : "เพราะงานมันห่วย" พร้อมทั้งตบบ่าและลูบหลังผม
ผม : หัวเราะ  "ครับอาจารย์ ขอบคุณครับ"
กรรมการท่านนั้นพูดต่อหน้าอาจารย์สาขาอื่นที่นั่งร่วมโต๊ะด้วย

ซึ่งมันทำให้ผมแน่ใจแล้วว่า.. ตลอดเวลาที่ผมทำโครงงานมา 1 ปี ผมไม่ได้คิดไปเอง ตัวผมเอง ณ ตอนนั้น ผมจุกหน้าชาน้ำตาเหมือนจะไหล ได้แต่ยิ้มและเดินออกมาจากที่นั้น พร้อมกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ผมรู้สึกน้อยใจและมานั่งโง่ๆอยู่ร้านกาแฟพักใหญ่ๆ

ทั้งหมดนี้ผมอยากจะสื่อว่า ผมไม่เคยเจอสังคมแบบนี้ ผมเป็นเด็กบ้านนอกที่เข้ามาศึกษาในเมืองใหญ่ มีหลายคนทั้งในเฟซบุ๊กที่เขาแชร์กัน ประมาณว่ามหาลัยคุณจะเจอกับคนทุกประเภท คุณจะเจอกับแรงกดดัน ยิ่งคุณจบไปคุณยิ่งจะเจอหนักกว่านี้ ซึ่งผมก็ได้รับรู้แล้ว ว่ามันเป็นยังไง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่