ผมเป็นผู้ชายหุ่นหมีร่างยาวขาวตี๋ธรรมดาๆคนหนึ่ง เคยมีแฟน เคยคุย เคยจีบ เคยผิดหวัง สมหวัง ผ่านมาไม่มากไม่น้อย จนตอนนี้อายุยี่สิบกว่าปี อยู่ในวัยก่อร่างสร้างฐานแล้ว แต่เรื่องที่จะมาเล่าให้ฟังต่อไปนี้ มันอาจจะยาว และแทบไม่มีแอ็คชั่นอะไรเลย เพราะเกือบทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสมองและหัวใจของผมเท่านั้น ใครขี้เกียจอ่าน ข้ามไปบทสรุปเลยก็ได้ครับ
เรื่องของเรื่องคือ ถึงจุดๆหนึ่งผมดันเกิดโรคกลัวผู้หญิงขึ้นมา อาการของโรคนี้คือ ไม่กล้าเข้าหาผู้หญิงก่อน ชอบใครแล้วมักจะไม่กล้ามองหน้าตรงๆ แถมยังเชิดใส่อีก จนบางครั้งผมก็กลัวนะว่าคนอื่นเขาจะหาว่าผมถือตัวหยิ่งใส่หรือเปล่า พออยู่ต่อหน้าคนที่ชอบแล้วผมมักจะประหม่าจนบางครั้งควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ได้ ซึ่งผมนั่งทบทวนอยู่หลายเดือนยังคิดไม่ตกว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่
ต้องเล่าย้อนความกลับไปก่อนว่า สมัยผมเรียนมัธยม ผมกล้าที่จะเข้าหาผู้หญิง กล้าจนถึงขั้นบ้าบิ่นเลยล่ะ บอกรักเพื่อนสนิทผู้หญิงแบบหักดิบ แอบคุยกับน้องสาวแฟนเพื่อน หรือกระทั่งสับสนว่าตัวเองไปชอบเพศที่สามหรือเปล่า เรียกได้ว่าชีวิตช่วงนั้นดราม่าซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนเอาไปเล่าในคฟด.ได้หลายตอนเลย แต่ยังโชคดีที่ผมยังไม่ทำอะไรผิดพลาดให้มานั่งเสียใจทีหลัง
จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ถึงความติสต์ความบ้าจะลดลง รู้จักคิดวิเคราะห์มากขึ้น แต่ก็ยังคุยจีบ มีแฟน เป็นปกติ ที่แปลกไปคือเมื่อผมเริ่มคุยกับผู้หญิงทุกคน แม้ผมจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน (ขอไลน์ ขอเฟส ฯลฯ) แต่ผมไม่เคยทักใครไปก่อนเลย จะเป็นฝ่ายผู้หญิงเสมอที่ทักผมมาก่อนในโลกออนไลน์ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่สานต่อเท่านั้น
จนถึงตอนนี้ กลายเป็นว่ายิ่งโตผมยิ่งเหมือนคนไร้ประสบการณ์ด้านความรัก คล้ายกับผู้ชายขี้อายที่เพิ่งเข้าช่วงวัยรุ่นอย่างนั้นเลย ผมไม่กล้าเข้าหาผู้หญิงก่อน ไม่ใช่การจีบไม่เป็น แต่ไม่กล้าที่จะจีบมากกว่า ผมไม่กล้าแม้แต่จะบอกพ่อกับแม่ว่าชอบใคร ทั้งๆที่สมัยก่อนผมกล้าพูดได้เต็มปากกับทุกคน
ผมเฝ้าถามตัวเองว่าทำไมกลายเป็นแบบนี้ แม้แต่คู่แมทช์ในแอพสีชมพูผมยังไม่กล้าทักก่อน จนตอนนี้ค้างอยู่แบบนั้นหลายคนโดยที่ผมไม่กล้าอันแมตช์ เพราะลึกๆก็หวังว่าเธอเหล่านั้นจะทักมาก่อน (ผู้หญิงแทบทุกคนก็ไม่ทักผมก่อนเหมือนกัน) ผู้หญิงรอบตัวผมที่ผมเคยชอบแต่ไม่กล้าเข้าหาก็เริ่มทยอยเป็นฝั่งฝาไปทีละคนๆ ภาพเหล่านี้มันทำให้ผมสะทกสะท้อนใจอยู่ไม่น้อยเลย แต่ผมก็ยินดีกับเธอเหล่านั้นทุกคนที่กล้าจะรักและได้เจอคนที่กล้าจีบจนแฮปปี้กับชีวิตรัก
ในสมัยที่ผมยังมีความกล้าในหัวใจ ผมเคยถามเพื่อนหลายคนที่ไม่กล้าจีบผู้หญิงว่าทำไมถึงไม่กล้าวะ
เพื่อนผมบางคนตอบว่าเพราะไม่มั่นใจในตัวเองจนกลัวผู้หญิงไม่ชอบ บางคนกลัวการถูกปฏิเสธ บางคนตอบว่าไม่เคยจีบผู้หญิงแล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง บางคนบอกว่าจะรอให้คนอื่นมารักก่อน
วันนี้ ผมก็เลยเอาเหตุผลเหล่านั้นมาย้อนถามตัวเอง
ผมไม่มั่นใจในตัวเองหรอ ... ก็ไม่นะ ถึงผมจะไม่ได้ดีเลิศอะไร หน้าตานอร์มอลแบบไม่มีผู้หญิงมากรี๊ด ฐานะปกติเหมือนคนทั่วไป การศึกษาไม่สูงไม่ต่ำ ดื่มน้อยมากขนาดจำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดและอบายมุขทุกชนิด พูดง่ายๆคือปัจจัยครบองค์อย่างที่ผู้หญิงในพันทิปหลายคนเคยถามหา ฮ่าๆๆ
จริงๆแล้วไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ คือนิสัยแม้ไม่ใช่คนดีแต่ก็ไม่ถึงกับเลว แต่ผมก็คิดว่าตัวเองยังดีพอสำหรับใครบางคนนะ ติดอยู่อย่างเดียวคือผมมีพุง ไม่ได้หมีขนาดพี่โอ๊ตปราโมทย์ ยังพอมีซิกแพ็คอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่มันถูกพุงบังหมด ยังไงผมก็ถือว่าเป็นหนึ่งในข้อดีของผมนะ เพราะมันทำให้ผมไม่เคยเหยียดใครที่รูปลักษณ์ภายนอกเลย เนื่องจากผมเคยอ้วนกว่านี้มากจนเข้าใจว่าคนที่ไม่ได้หล่อสวยเขารู้สึกยังไง (นี่ลงมาเกือบ 20 กก.แล้วนะ ยังจะพุงพลุ้ยอยู่ได้) ผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยชอบนี่มีรูปร่างหน้าตาครบทุกรูปแบบ ขาวบ้างคล้ำบ้าง อ้วนบ้างผอมบ้าง สาวใต้เหรืออีสานผมเคยชอบมาหมดอ่ะ จนหลายครั้งที่มีคนตอบว่าสเป็คผมเป็นยังไง ผมก็ได้แต่ตอบว่าไม่มี คนไหนชอบก็ใช่อ่ะ แต่ส่วนใหญ่ออกแนวนอร์มอลเหมือนกัน เพราะผมไม่อยากเข้าหาคนที่ดีกว่าหรือแย่กว่าตัวเองมากจนผู้หญิงเขาต้องอึดอัดใจ
ผมกลัวการถูกปฏิเสธหรอ ... ก็ไม่ใช่อีก เพราะผมเคยโดนปฏิเสธแบบหนักๆเมื่อนานมาแล้ว (หนักถึงขั้นเขาต้องบอกว่าอย่ามายุ่งกับเราเลย)
ผมจีบผู้หญิงไม่เป็นหรอ ... ยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย เพราะชีวิตผมผ่านซีนนี้มาระดับหนึ่งแล้ว
หรือว่า ผมรอให้มีใครมารัก ... ช่วงนึงมันใช่นะ วัยที่ยังพร่ำเพ้อโลกสวยกับความรัก แต่ตอนนี้บอกเลยว่าไม่
แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือคนมีเจ้าของ แม้ว่าจะแค่เข้าไปทักทายแบบเล็งการณ์ไกล ถ้าไปจูนกับคนมีเจ้าของผมก็รู้สึกผิดแล้วอ่ะ เพราะผมค่อนข้างถือกับเรื่องพวกนี้ ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม ที่แล้วมาก่อนเปิดศึกกับใครผมจึงต้องสืบให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นยังคงนั่งอย่างโดดเดี่ยวอยู่บนคานอันเปล่าเปลี่ยวแน่นอน
ท้ายที่สุดผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ ผมมีเบ๊คนหนึ่งเป็นจิตแพทย์ แต่ลำพังตัวเบ๊เองยังเอาตัวไม่ค่อยรอด มันคงให้คำปรึกษาที่ดีไม่ได้ ผมขอพึ่งความคิดตัวเองต่อไปดีกว่า
ล่าสุด ผมไปชอบสาวอวบ เธอเป็นแคชเชียร์ในห้างแห่งหนึ่ง หน้าตาธรรมดา หุ่นค่อนไปทางตันๆหน่อย แต่สำหรับผมแล้วน่ารักดีนะ ฮ่าๆๆ
ผมไปเดินห้างแห่งนี้บ่อยเพราะชอบไปดูหนังหรือทำธุระให้พ่อ ก็เคยเห็นเธอหลายครั้งแล้วล่ะแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเมื่อวาน ไม่รู้เพราะแรงบุญจากกามเทพหรือแรงกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรที่ไหน มีจังหวะหนึ่งผมดัน ป๊ะ ! สบตากับเธอพอดี
จังหวะนั้นล่ะ ช็อตนี้เสียงพี่ไอซ์ศรัณUลอยมาเลย
"สบตาเธอคนนี้ ไม่รู้ฉันเป็นอย่างไร เธอตราตรึงในฝัน ดั่งแสงจันทร์อันสดใส"
อ้าวเฮ้ย ทำไมเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมากับแคชเชียร์ที่ผมก็เคยเห็นหน้ามาหลายรอบแล้ววะ คือเธอก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนะ ผมเคยจ่ายเงินกับเธอก็อาการปกติมาก เธอไม่ได้ยิ้มแย้มหรือดีกับผมเป็นพิเศษ แต่สายตาที่มาป๊ะกันคราวนี้มันพิเศษมาก แค่เสี้ยววินาทีจริงๆ
เธอทำให้ผมตัดสินใจแล้วว่า พรุ่งนี้ผมจะต้องทลายกำแพงที่ขวางกั้นหัวใจผมมานานให้ได้ อย่างน้อยๆก็ต้องทำให้เธอรู้ล่ะว่าผมไม่ได้คิดจะเป็นลูกค้าธรรมดาอีกต่อไป
สรุปทั้งหมดคือ ผมยิ่งโตขึ้นยิ่งอ่อนหัดกับการเข้าหาผู้หญิง ประสบการณ์ทำให้ผมขี้ขลาดมากขึ้น ทั้งที่ผมก็เคยประสบความสำเร็จพอๆกับที่ล้มเหลว กลายเป็นว่าผมต้องอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่ทราบสาเหตุ
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ ตัวผมเองแม้จะเลิกรากับโจทก์เก่ามาสักพักแล้ว แต่ก็ไม่ได้เหงาหรือขวนขวายอะไร เพราะช่วงนี้แค่เรื่องเรียนต่อกับแผนอนาคตก็ทำผมหัวหมุนพออยู่แล้ว ที่มาตั้งกระทู้นี่แค่อยากแชร์ให้ทุกคนเห็นว่าการที่เคยกล้ารัก แต่วันหนึ่งมันมีความกลัวแทรกเข้ามา ความรู้สึกนี้มันน่าหดหู่ไม่น้อยเลย และผมอยากทราบประสบการณ์ของคนอื่นด้วยว่ามีใครเคยมีอาการแปลกๆแบบผมบ้างหรือเปล่า
ยาวสุดเท่าที่เคยตั้งกระทู้ ถ้าทำให้ใครเสียเวลา ต้องขอขมาจากหัวใจดวงน้อยๆนี้ด้วยนะครับ
แชร์ประสบการณ์ เมื่อผมกลัวการคุยกับผู้หญิง
เรื่องของเรื่องคือ ถึงจุดๆหนึ่งผมดันเกิดโรคกลัวผู้หญิงขึ้นมา อาการของโรคนี้คือ ไม่กล้าเข้าหาผู้หญิงก่อน ชอบใครแล้วมักจะไม่กล้ามองหน้าตรงๆ แถมยังเชิดใส่อีก จนบางครั้งผมก็กลัวนะว่าคนอื่นเขาจะหาว่าผมถือตัวหยิ่งใส่หรือเปล่า พออยู่ต่อหน้าคนที่ชอบแล้วผมมักจะประหม่าจนบางครั้งควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจตัวเองไม่ได้ ซึ่งผมนั่งทบทวนอยู่หลายเดือนยังคิดไม่ตกว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่
ต้องเล่าย้อนความกลับไปก่อนว่า สมัยผมเรียนมัธยม ผมกล้าที่จะเข้าหาผู้หญิง กล้าจนถึงขั้นบ้าบิ่นเลยล่ะ บอกรักเพื่อนสนิทผู้หญิงแบบหักดิบ แอบคุยกับน้องสาวแฟนเพื่อน หรือกระทั่งสับสนว่าตัวเองไปชอบเพศที่สามหรือเปล่า เรียกได้ว่าชีวิตช่วงนั้นดราม่าซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนเอาไปเล่าในคฟด.ได้หลายตอนเลย แต่ยังโชคดีที่ผมยังไม่ทำอะไรผิดพลาดให้มานั่งเสียใจทีหลัง
จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ถึงความติสต์ความบ้าจะลดลง รู้จักคิดวิเคราะห์มากขึ้น แต่ก็ยังคุยจีบ มีแฟน เป็นปกติ ที่แปลกไปคือเมื่อผมเริ่มคุยกับผู้หญิงทุกคน แม้ผมจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน (ขอไลน์ ขอเฟส ฯลฯ) แต่ผมไม่เคยทักใครไปก่อนเลย จะเป็นฝ่ายผู้หญิงเสมอที่ทักผมมาก่อนในโลกออนไลน์ ซึ่งผมก็ทำหน้าที่สานต่อเท่านั้น
จนถึงตอนนี้ กลายเป็นว่ายิ่งโตผมยิ่งเหมือนคนไร้ประสบการณ์ด้านความรัก คล้ายกับผู้ชายขี้อายที่เพิ่งเข้าช่วงวัยรุ่นอย่างนั้นเลย ผมไม่กล้าเข้าหาผู้หญิงก่อน ไม่ใช่การจีบไม่เป็น แต่ไม่กล้าที่จะจีบมากกว่า ผมไม่กล้าแม้แต่จะบอกพ่อกับแม่ว่าชอบใคร ทั้งๆที่สมัยก่อนผมกล้าพูดได้เต็มปากกับทุกคน
ผมเฝ้าถามตัวเองว่าทำไมกลายเป็นแบบนี้ แม้แต่คู่แมทช์ในแอพสีชมพูผมยังไม่กล้าทักก่อน จนตอนนี้ค้างอยู่แบบนั้นหลายคนโดยที่ผมไม่กล้าอันแมตช์ เพราะลึกๆก็หวังว่าเธอเหล่านั้นจะทักมาก่อน (ผู้หญิงแทบทุกคนก็ไม่ทักผมก่อนเหมือนกัน) ผู้หญิงรอบตัวผมที่ผมเคยชอบแต่ไม่กล้าเข้าหาก็เริ่มทยอยเป็นฝั่งฝาไปทีละคนๆ ภาพเหล่านี้มันทำให้ผมสะทกสะท้อนใจอยู่ไม่น้อยเลย แต่ผมก็ยินดีกับเธอเหล่านั้นทุกคนที่กล้าจะรักและได้เจอคนที่กล้าจีบจนแฮปปี้กับชีวิตรัก
ในสมัยที่ผมยังมีความกล้าในหัวใจ ผมเคยถามเพื่อนหลายคนที่ไม่กล้าจีบผู้หญิงว่าทำไมถึงไม่กล้าวะ
เพื่อนผมบางคนตอบว่าเพราะไม่มั่นใจในตัวเองจนกลัวผู้หญิงไม่ชอบ บางคนกลัวการถูกปฏิเสธ บางคนตอบว่าไม่เคยจีบผู้หญิงแล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง บางคนบอกว่าจะรอให้คนอื่นมารักก่อน
วันนี้ ผมก็เลยเอาเหตุผลเหล่านั้นมาย้อนถามตัวเอง
ผมไม่มั่นใจในตัวเองหรอ ... ก็ไม่นะ ถึงผมจะไม่ได้ดีเลิศอะไร หน้าตานอร์มอลแบบไม่มีผู้หญิงมากรี๊ด ฐานะปกติเหมือนคนทั่วไป การศึกษาไม่สูงไม่ต่ำ ดื่มน้อยมากขนาดจำไม่ได้ว่าครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดและอบายมุขทุกชนิด พูดง่ายๆคือปัจจัยครบองค์อย่างที่ผู้หญิงในพันทิปหลายคนเคยถามหา ฮ่าๆๆ
จริงๆแล้วไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ คือนิสัยแม้ไม่ใช่คนดีแต่ก็ไม่ถึงกับเลว แต่ผมก็คิดว่าตัวเองยังดีพอสำหรับใครบางคนนะ ติดอยู่อย่างเดียวคือผมมีพุง ไม่ได้หมีขนาดพี่โอ๊ตปราโมทย์ ยังพอมีซิกแพ็คอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่มันถูกพุงบังหมด ยังไงผมก็ถือว่าเป็นหนึ่งในข้อดีของผมนะ เพราะมันทำให้ผมไม่เคยเหยียดใครที่รูปลักษณ์ภายนอกเลย เนื่องจากผมเคยอ้วนกว่านี้มากจนเข้าใจว่าคนที่ไม่ได้หล่อสวยเขารู้สึกยังไง (นี่ลงมาเกือบ 20 กก.แล้วนะ ยังจะพุงพลุ้ยอยู่ได้) ผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยชอบนี่มีรูปร่างหน้าตาครบทุกรูปแบบ ขาวบ้างคล้ำบ้าง อ้วนบ้างผอมบ้าง สาวใต้เหรืออีสานผมเคยชอบมาหมดอ่ะ จนหลายครั้งที่มีคนตอบว่าสเป็คผมเป็นยังไง ผมก็ได้แต่ตอบว่าไม่มี คนไหนชอบก็ใช่อ่ะ แต่ส่วนใหญ่ออกแนวนอร์มอลเหมือนกัน เพราะผมไม่อยากเข้าหาคนที่ดีกว่าหรือแย่กว่าตัวเองมากจนผู้หญิงเขาต้องอึดอัดใจ
ผมกลัวการถูกปฏิเสธหรอ ... ก็ไม่ใช่อีก เพราะผมเคยโดนปฏิเสธแบบหนักๆเมื่อนานมาแล้ว (หนักถึงขั้นเขาต้องบอกว่าอย่ามายุ่งกับเราเลย)
ผมจีบผู้หญิงไม่เป็นหรอ ... ยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย เพราะชีวิตผมผ่านซีนนี้มาระดับหนึ่งแล้ว
หรือว่า ผมรอให้มีใครมารัก ... ช่วงนึงมันใช่นะ วัยที่ยังพร่ำเพ้อโลกสวยกับความรัก แต่ตอนนี้บอกเลยว่าไม่
แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือคนมีเจ้าของ แม้ว่าจะแค่เข้าไปทักทายแบบเล็งการณ์ไกล ถ้าไปจูนกับคนมีเจ้าของผมก็รู้สึกผิดแล้วอ่ะ เพราะผมค่อนข้างถือกับเรื่องพวกนี้ ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม ที่แล้วมาก่อนเปิดศึกกับใครผมจึงต้องสืบให้แน่ใจว่าเธอคนนั้นยังคงนั่งอย่างโดดเดี่ยวอยู่บนคานอันเปล่าเปลี่ยวแน่นอน
ท้ายที่สุดผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ ผมมีเบ๊คนหนึ่งเป็นจิตแพทย์ แต่ลำพังตัวเบ๊เองยังเอาตัวไม่ค่อยรอด มันคงให้คำปรึกษาที่ดีไม่ได้ ผมขอพึ่งความคิดตัวเองต่อไปดีกว่า
ล่าสุด ผมไปชอบสาวอวบ เธอเป็นแคชเชียร์ในห้างแห่งหนึ่ง หน้าตาธรรมดา หุ่นค่อนไปทางตันๆหน่อย แต่สำหรับผมแล้วน่ารักดีนะ ฮ่าๆๆ
ผมไปเดินห้างแห่งนี้บ่อยเพราะชอบไปดูหนังหรือทำธุระให้พ่อ ก็เคยเห็นเธอหลายครั้งแล้วล่ะแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเมื่อวาน ไม่รู้เพราะแรงบุญจากกามเทพหรือแรงกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรที่ไหน มีจังหวะหนึ่งผมดัน ป๊ะ ! สบตากับเธอพอดี
จังหวะนั้นล่ะ ช็อตนี้เสียงพี่ไอซ์ศรัณUลอยมาเลย
"สบตาเธอคนนี้ ไม่รู้ฉันเป็นอย่างไร เธอตราตรึงในฝัน ดั่งแสงจันทร์อันสดใส"
อ้าวเฮ้ย ทำไมเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นมากับแคชเชียร์ที่ผมก็เคยเห็นหน้ามาหลายรอบแล้ววะ คือเธอก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนะ ผมเคยจ่ายเงินกับเธอก็อาการปกติมาก เธอไม่ได้ยิ้มแย้มหรือดีกับผมเป็นพิเศษ แต่สายตาที่มาป๊ะกันคราวนี้มันพิเศษมาก แค่เสี้ยววินาทีจริงๆ
เธอทำให้ผมตัดสินใจแล้วว่า พรุ่งนี้ผมจะต้องทลายกำแพงที่ขวางกั้นหัวใจผมมานานให้ได้ อย่างน้อยๆก็ต้องทำให้เธอรู้ล่ะว่าผมไม่ได้คิดจะเป็นลูกค้าธรรมดาอีกต่อไป
สรุปทั้งหมดคือ ผมยิ่งโตขึ้นยิ่งอ่อนหัดกับการเข้าหาผู้หญิง ประสบการณ์ทำให้ผมขี้ขลาดมากขึ้น ทั้งที่ผมก็เคยประสบความสำเร็จพอๆกับที่ล้มเหลว กลายเป็นว่าผมต้องอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆโดยไม่ทราบสาเหตุ
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ ตัวผมเองแม้จะเลิกรากับโจทก์เก่ามาสักพักแล้ว แต่ก็ไม่ได้เหงาหรือขวนขวายอะไร เพราะช่วงนี้แค่เรื่องเรียนต่อกับแผนอนาคตก็ทำผมหัวหมุนพออยู่แล้ว ที่มาตั้งกระทู้นี่แค่อยากแชร์ให้ทุกคนเห็นว่าการที่เคยกล้ารัก แต่วันหนึ่งมันมีความกลัวแทรกเข้ามา ความรู้สึกนี้มันน่าหดหู่ไม่น้อยเลย และผมอยากทราบประสบการณ์ของคนอื่นด้วยว่ามีใครเคยมีอาการแปลกๆแบบผมบ้างหรือเปล่า
ยาวสุดเท่าที่เคยตั้งกระทู้ ถ้าทำให้ใครเสียเวลา ต้องขอขมาจากหัวใจดวงน้อยๆนี้ด้วยนะครับ