หมายจับ “แม้ว”ใบที่ 5 ไม่มาศาลคดีหวยบนดิน

ภาพข่าวจากผู้จัดการค้ะ
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืององค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาครั้งแรกคดีหมายเลขดํา อม.1/2551 โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ฐานผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 90, 91, 147, 152, 153, 154 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 และ 11 กรณีพวกจำเลยได้ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยบนดิน)
โดย ป.ป.ช.โจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ทราบนัดชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ หากไม่สามารถจับกุมตัวได้ภายใน 3 เดือน ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลยได้ แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยในการต่อสู้คดี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง ให้โจทก์ติดตามผลการจับกุมพร้อมรายงานให้ศาลรับทราบ ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 14 พ.ย.2561 เวลา 14.00 น. นักการเมือง ออกหมายจับ”ทักษิณ”อีก คดี ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืององค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาครั้งแรกคดีหมายเลขดํา อม.1/2551 โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ฐานผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 90, 91, 147, 152, 153, 154 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 และ 11 กรณีพวกจำเลยได้ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยบนดิน)
โดย ป.ป.ช.โจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ทราบนัดชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ หากไม่สามารถจับกุมตัวได้ภายใน 3 เดือน ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลยได้ แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยในการต่อสู้คดี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง ให้โจทก์ติดตามผลการจับกุมพร้อมรายงานให้ศาลรับทราบ ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 14 พ.ย.2561 เวลา 14.00 น.
https://www.innnews.co.th/politics/news_144825/
DSIคุม'โอ๊ค'ส่งอัยการสั่งฟ้องคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย

25 ก.ค.61- ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ชั้น 10 พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัวนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เเละนายวันชัย หงส์เหิน สามีของนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีฟอกเงิน พร้อมสำนวนคดีเเละความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหากับพวกรวม 3 คน
คดีนี้มีการกล่าวหาว่า มีการฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับเครือกฤษดามหานคร โดยพบว่ามีธุรกรรมการเงินเป็นเช็คจำนวน 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท เข้าไปยังกลุ่มของผู้ต้องหา
โดยในเบื้องต้นพนักงานอัยการคดีพิเศษรับมอบตัวผู้ต้องหาและสำนวนไว้ พร้อมอนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในชั้นพิจารณาสั่งคดีของอัยการโดยไม่ต้องมีหลักประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเข้ามารายงานตัวเอง พร้อมนัดผู้ต้องหาทั้งหมดมาฟังคำสั่งคดีในวันที่ 5 ก.ย.นี้ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ก็จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนก่อนที่จะมีคำสั่งต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายพานทองแท้กับพวกเข้ามารายงานตัวในวันนี้ และได้ทำเรื่องการปล่อยชั่วคราวในชั้นอัยการก็ได้เดินทางกลับในทันที
https://www.thaipost.net/main/detail/14084
ประวัติไม่งดงามเลยค่ะ....




📍~มาลาริน~มีแต่คดี..หมายจับ“แม้ว”ใบที่ 5 ไม่มาศาลคดีหวยบนดิน อีกข่าวDSIคุม'โอ๊ค'ส่งอัยการสั่งฟ้องคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืององค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาครั้งแรกคดีหมายเลขดํา อม.1/2551 โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ฐานผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 90, 91, 147, 152, 153, 154 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 และ 11 กรณีพวกจำเลยได้ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยบนดิน)
โดย ป.ป.ช.โจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ทราบนัดชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ หากไม่สามารถจับกุมตัวได้ภายใน 3 เดือน ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลยได้ แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยในการต่อสู้คดี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง ให้โจทก์ติดตามผลการจับกุมพร้อมรายงานให้ศาลรับทราบ ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 14 พ.ย.2561 เวลา 14.00 น. นักการเมือง ออกหมายจับ”ทักษิณ”อีก คดี ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืององค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาครั้งแรกคดีหมายเลขดํา อม.1/2551 โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 47 คน เป็นจำเลย ฐานผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 90, 91, 147, 152, 153, 154 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3, 4, 8, 9, 10 และ 11 กรณีพวกจำเลยได้ทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (หวยบนดิน)
โดย ป.ป.ช.โจทก์เดินทางมาศาล ส่วนฝ่ายจำเลยไม่มีผู้ใดมาศาล องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า นายทักษิณ จำเลยที่ 1 ทราบนัดชอบแล้ว แต่ไม่เดินทางมาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยหลบหนี จึงให้ออกหมายจับ หากไม่สามารถจับกุมตัวได้ภายใน 3 เดือน ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลยได้ แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยในการต่อสู้คดี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 28 วรรคสอง ให้โจทก์ติดตามผลการจับกุมพร้อมรายงานให้ศาลรับทราบ ทั้งนี้ ศาลฎีกาฯ จึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 14 พ.ย.2561 เวลา 14.00 น.
https://www.innnews.co.th/politics/news_144825/
DSIคุม'โอ๊ค'ส่งอัยการสั่งฟ้องคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย
25 ก.ค.61- ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ชั้น 10 พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัวนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เเละนายวันชัย หงส์เหิน สามีของนางกาญจนาภา ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีฟอกเงิน พร้อมสำนวนคดีเเละความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหากับพวกรวม 3 คน
คดีนี้มีการกล่าวหาว่า มีการฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับเครือกฤษดามหานคร โดยพบว่ามีธุรกรรมการเงินเป็นเช็คจำนวน 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท เข้าไปยังกลุ่มของผู้ต้องหา
โดยในเบื้องต้นพนักงานอัยการคดีพิเศษรับมอบตัวผู้ต้องหาและสำนวนไว้ พร้อมอนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาในชั้นพิจารณาสั่งคดีของอัยการโดยไม่ต้องมีหลักประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาเข้ามารายงานตัวเอง พร้อมนัดผู้ต้องหาทั้งหมดมาฟังคำสั่งคดีในวันที่ 5 ก.ย.นี้ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ก็จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนก่อนที่จะมีคำสั่งต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายพานทองแท้กับพวกเข้ามารายงานตัวในวันนี้ และได้ทำเรื่องการปล่อยชั่วคราวในชั้นอัยการก็ได้เดินทางกลับในทันที
https://www.thaipost.net/main/detail/14084
ประวัติไม่งดงามเลยค่ะ....