เมื่อหัวใจแตกสลาย ความรัก ช ช

กระทู้คำถาม
สวัสดีทุกคน
เราชื่อโต้งนะครับ (นามสมมติ) เป็นเกย์ มีเรื่องราวที่อึดอัดใจ เกี่ยวกับความรักที่ไม่รู้ว่าควรพอ หรือไปต่อ

เข้าเรื่องเลยละกัน เราคบกับพี่คนนึง ชื่อ ตี๋(นามสมมติ) เกือบปีแล้ว ก่อนหน้านี้เราทำงานอยู่จังหวัดชลบุรี คุยกับพี่ตี๋ผ่านทางเว็ปหาคู่เว็ปนึง เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว จนช่วงปีใหม่ พี่เขาขอให้เราย้ายมาอยู่ด้วยกันในกรุงเทพ เพราะจะได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น เวลาตรงกันมากขึ้น ถ้าเราไม่ย้ายมา ก็คงจะต้องเลิกรากันเพราะพี่เขาก็คุยหลายคนอยู่เหมือนกัน มีให้เลือกว่างั้น
เราตัดสินใจลาออกจากที่ทำงานเก่า แบบกระทันหัน จนเกือบโดนบริษัทฟ้องร้อง แต่ก็รอดมาได้ จนช่วงก่อนปีใหม่ เป็นวันหยุดยาว เราเลยมาอยู่กับพี่เขา ปกติเราไม่ค่อยยุ่งกับมือถือใครเพราะส่วนตัวไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของตัวเองอยู่แล้วด้วย แต่วันนั้น เสียงไลน์มือถือพี่เขาดังบ่อยมาก เขาบอกลูกค้าไลน์มา เราก็คิดว่าไม่ใช่แน่นอน เพราะดึกดื่นยังดังไม่หยุด  พอพี่เขาไปอาบน้ำเปิดยูทูปทิ้งไว้ เราเลยถือวิสาสะดู แม่เจ้า พี่เขาไม่ได้คุยกับเราแค่คนเดียว คนคุยเยอะมาก ในช่วงเวลาเพียงเเค่ช่วงเคี้ยวหมากแหลก เราใช้สกิลสืบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปรากฎว่า เจอทั้งแชต คุยเล่น คุยจริง นัดเจอกัน มีอะไรกัน แฟนเก่า แฟนที่คบซ้อน มีเยอะมากๆ เราแบบมือชาไปหมด เพราะตั้งแต่เราตกลงคบกับพี่เขาเมื่อสองเดือนก่อน เราก็ไม่คุยกับใครอื่นอีกเลย เเต่พอมาเจอแบบนี้เหมือนโดนหลอก เลยเรียกพี่เขามาคุยว่าจะเอายังไง ตอนนั้นพี่เขายังค่อนข้างอีโก้สูง เลยบ่นว่าเราคิดมาก เรื่องมาก เราเลยบอกเขาตรงๆว่า ถ้าเรารู้เรื่องนี้ก่อนที่เราจะเซ็นต์ใบลาออก (เซ็นต์เมื่อวาน) เราจะไม่มาที่นี่เด็ดขาด เราทิ้งทุกอย่าง เดิมพันทั้งหมดคือแฟนคนนี้ แต่พอมาเจอแบบนี้ก็รู้สึกแย่มาก
พี่ตี๋บอกว่าไม่มีแล้ว จบๆไปเถอะ เราก็ด้วยความที่จำยอมเพราะลาออกจากงานแล้ว เลยทำอะไรไม่ได้ ผ่านมาสองอาทิตย์ แฟนอีกคนที่เขาคบซ้อนโทรมาหาเรา ด่าเราสารพัด ขู่ว่าให้เลิก เราก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะเราอยู่กับพี่เขาเเล้ว เราถือว่า้ราเป็นเมียตัวจริง จนสุดท้ายคนนั้นเลยเตือนเราว่าให้ไปตรวจเลือดนะ เพราะเขาเพิ่งได้กันเมื่อเร็วๆนี้ไม่ใส่ถุงยาง ระวังเป็นเอดส์ พี่ตี๋คนนี้มันมั่ว มันไม่หยุดที่เราหรอก ตอนนั้นใจเราสั่นตึกๆเพราะเรามีอะไรกับพี่ตี๋แบบไม่ได้ป้องกัน จนเวลาผ่านไปเข้าเดือนมีนาคม เราเริ่มงานที่ใหม่ได้สักพัก เราทำงานเหนื่อยมาก แล้วเรื่องงานบ้านก็เป็นเราคนเดียวที่ต้องดูแล พี่ตี๋แทบไม่ช่วยอะไรเลย แต่เราก็ยินดีจะทำนะ เพราะตอนที่ตัดสินใจจะมาอยู่ที่นี่ก็คิดเเค่ว่าอยากมาดูแลพี่เขา ช่วงต้นเดือนมีนาคม พี่ตี๋ป่วยหนักเข้าโรงบาล เราต้องไปนอนเฝ้า เช้าก็ไปทำงาน แต่ผลตรวจร่างกาย และเลือดปกติ ไม่พบโรคหรืออะไรที่ร้ายแรง  ช่วงที่พี่ตี๋กลับมาพักฟื้นที่คอนโด เราก็หยิบมือถือเขามาดู สิ่งที่เราเห็น ทำเราเสีใจอีกครั้ง เราเห็นแชตมากมายเหมือนเดิม คุยกับใครหลายคน ไม่ซ้ำหน้า ที่หนักที่สุดคือ พี่ตี๋นัดกับเด็กคนนึง เพื่อมีเซ็กกัน ในวันที่เขาบอกเราว่าเขาจะกลับไปหาแม่ที่บ้าน เราก็โอเค กลับจากทำงานเราก็นอนคนเดียวได้ ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่ในขณะที่เรานอนคนเดียวนั้น พี่ตี๋หวยคัวคนนี้ เปิดโรงแรมข้างๆคอนโดเพื่อนอนกับเด็กนั่น มันทำให้เราปรี้ดแตก จนแทบกลายร่าง อาละวาด ทำไมต้องเจอกับเรื่อง ยิ้มๆแบบนี้อีกแล้ว ในหัวมันตื้อไปหมด โลกหมุน เราถามตัวเองโทษตัวเอง ว่าเราพลาดอะไรไป ที่เราให้เขาไป ที่เราดูแลเขา มันยังไม่พออีกเหรอ ทำไมเขายังต้องไปหากินข้างนอกอีก เราเรียกพี่ตี๋มาคุยว่าทำไมทำแบบนี้ เขาก็ตอบมาว่า พี่เป็นคนแบบนี้แหละ พี่ ยิ้มไง แล้วทำท่าทางปวดหัว บอกว่าเจ็บที่อก หายใจไม่ออก เพราะเราไปพูดบีบคั้น กระทบจิตใจเขา แหม๋อิลูกคุณหนู เวลาทำยิ้มนี่แข็งและแรง เจอกุด่าหน่อย จะตายขึ้นมาทันทีเชียวนะ เราเลยถามพี่ตี๋ว่า นี่คือครั้งที่สองแล้วนะ ที่ทำแบบนี้ จริงๆพี่ไม่ควรได้รับโอกาสแก้ตัวด้วยซ้ำ เราแแยกทางกันมั้ย เขาก็ปฏิเสธ ไม่เลิกกับเรา พร้อมแสดงอาการเจ็บปวด เราเลยถามต่อว่า แล้วพี่จะทำทำแบบนี้อีกมั้ยละ เขาก็ตอบแบบเดิมว่า พี่เป็นคน ยิ้ม พี่ก็ทำเหมือนเดิมอยู่ดี เรื่องรามเริ่มบานปลาย เราก็แทบจะไม่ไหวแล้ว แต่ตอนนั้นถ้าเราออกมา เราก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะเพิ่งทำงานได้ไม่นาน แถมไม่มีเพื่อนด้วย เพราะเราเป็นเด็กต่างจังหวัด เลยต้องยอมเป็นครั้งที่สอง แต่แล้ว มันก็มี ครั้งที่สาม สี่ ตามมาเรื่ือยๆ จนพี่ตี๋ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ผลการตรวจเลือดก็ปกติ หมอระบุว่าแพ้อากาศ จนล่วงเลยผ่านมาเกือบสองเดือน พี่ตี๋ไม่มีท่าทีว่าจะหายขาด เพราะมีไข้อยู่ตลอดอ่อนแรง และเริ่มมีผื่นเข้าตามร่างกาย เพี่ตี๋ก็กินยาที่ซื้อมาเองตามคำบอกของคนโน้นคนนี้ จนเช้าวันนึงเรานอนหลับอยู่แต่จู่ๆได้ยินเสียงแก้วแตก เลยลุกขึ้นมาดู ภาพที่เห็นคือแฟนเรานอนสลบอยู่ในห้องน้ำ ตอนนั้นเราตกใจมาก มือสั่น ขาสั่น พี่ตี๋ตาเหลือก พูดอะไรออกมาไม่เป็นภาษา เรารีบรวมสติ อุ้มขึ้นมาพัก ตบหน้าเพื่อเรียกสติให้พี่เขากลับมา เอาผ้าเช็ด ตอนนั้นเราก้มมอง ที่พื้น พี่เขาถ่ายออกมาแบบไม่รู้ตัว  แต่เราก็ไม่รังเกียจนะครับ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วทำความสะอาดปกติ จาพี่ตี๋สติกลับมา พี่เขาก็ร้องไห้ เราก็ร้องไห้ มันเป็นช่วงที่ใกล้ความตายมากที่สุด เราไม่รู้เขาป่วยเป็นอะไร แต่เรากลัวเขาตายมากๆ เรากอดพี่เขาแน่น ตัวเราสั่น เพราะความกลัว เราขอบคุณสวรรค์ที่ยังไม่พรากพี่ตี๋ไป เรารู้ว่าเรารักพี่เขามาก เรายอมเสียสละทุกอย่าง แบบไม่คิดว่าจะต้องได้อะไรกลับมา หรือเราต้องลำบากอะไรบ้างภายหลัง พี่ตี๋ขอโทษเราซ้ำๆ พร้อมขอบคุณที่เราช่วยชีวิตเขาไว้ หลังจากไปโรงบาลรอบที่สาม ช่วงตีสอง กลางคืน หมอและพยาบาลมาบอกผลวินิจฉัยโรค เราภาวนาว่าอย่าให้เป็นเชื้อHIVก็พอ ตอนนั้นใจฝ่อไปหมด นึกถึงหน้าครอบครัว เพื่อนฝูงคิดมากมาย สรุปคือพี่ตี๋ติดเชื้อซิฟิลิส เราพอมีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้อยู่บ้างว่ามันสามารถรักษาให้หายขาดได้ ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงตัวเองเลยว่าจะติดโรคด้วยมั้ย เพราะขอแค่ให้พี่เขาไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ก็พอใจแล้ว พอหมอและพยาบาลออกไปหมด เรานั่งลงบนเตียง บรรยากาศเงียบงัน ต่างคนต่างไม่พูด เราเลยเริ่มพูดก่อนว่า ทำไมเป็นแบบนี้อีกแล้ว นี่คือร้ายแรงมากนะ มันเกินไปแล้วจริงๆ พี่ไปมีอะไรกับคนอื่น ทำไมไม่ป้องกัน พี่ไม่รักตัวเองไม่รักผมเลย รอพี่หายดีแล้วเราแยกทางกันเถอะ ผมไม่ไหวแล้วจริงๆที่จะต้องมาแบกรับความยิ้มนี้ไว้ ต่างคนต่างเริ่มใหม่เถอะ พี่ไปตามทางของพี่ ผมไปตามทางของผม พอพูดจบพี่ตี๋ก็ร้องไห้ฟูมฟาย บอกไม่เลิก ยังไงก็ไม่เลิก วินาทีนั้น จากที่เรารักเขามาก กลายเป็นว่าความรักของเราเริ่มลดลงๆ จนรู้สึกเฉยๆไปแล้ว เขาพยายามต่อรอง เราตอบกลับไปว่า พี่ไม่มีสิทธิมาต่อรองเเล้วนะ ผมผิดอะไรอ่ะ ที่ต้องมารับเรื่องพี่นอกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วยังต้องมาเสี่ยงเรื่องโรคอีก ไม่รู้มี ยิ้มอะไรในตัวผมบ้างตอนนี้ แล้วอย่าลืมนะพี่เป็นหนี้ชีวิตผมอยู่ครั้งนึง ผมจะไปพี่ก็ไม่มีสิทธิห้าม เรารู้ตัวว่าพูดเเรง แต่ด้วยความที่มันสุดแล้วจริงๆ เราถามเขาต่อว่าแฟนเก่าคนอื่นๆของเขา เคยเจอเรื่องแบบนี้บ้างมั้ย เคยมาแบกรับเรื่องแบบนี้บ้างรึเปล่าเขาได้แต่ส่ายหน้า ร้องไห้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ทำเราแทบช็อก พี่เขาค่อยเอื้อมมือมากราบเท้าเรา บอกว่าขอโทษ อย่าทิ้งเขาไปเลย ตอนนั้นเราร้องไห้ไม่หยุด ทั้งเกลียด ทั้งระอา ทั้งเป็นห่วง ว่าถ้าเราไปแล้วเขาจะอยู่ยังไง ในใจก็รู้อยู่เต็มอกว่า คนๆนี้ไม่ใช่คนที่ดีเท่าไรนัก แต่เพราะรักเลยไม่ทิ้งกันไปไหน เราเลยบอกเขาว่า ไว้หายก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
เราช่วยออกค่ารักษาพยาบาลให้พี่ตี๋หนึ่งหมื่นบาท เพราะค่ารักษาสองหมื่น เขามีเงินไม่พอ
เช้ามาเรารีบไปตรวจเลือดกับสมาคมฟ้าสีรุ้ง ทั้งเครียดทั้งกดดัน เมื่อได้คุยกับเจ้าหน้าที่เราก็เล่าทุกอย่างให้เขาฟัง เรามีอะไรกับแฟนเมื่อต้นเดือน ช่วงที่โรคนี่มันเข้าสู่ระยะแพร่ได้แล้ว เลยกังวล แต่เหมือนฟ้าจะมองลงมา และเมตตาเรา ผมเลือดเราปกติ ไม่มีโรคใดๆ เราแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ปาฏิหารย์มากๆ โอกาสแทบจะเป็นศูนย์ที่จะไม่ติดเชื้อซิฟิลิสจากแฟน แต่มันก็เป็นไปแล้ว เราดีใจมาก เดินกลับ เราร้องไห้ตลอดทาง โทรไปบอกแฟน พี่เขาก็ร้องไห้ แล้วบอกขอโทษเราซ้ำๆ ตอนนี้เราพาแฟนกลับมาพักฟื้นที่ห้องแล้ว เราบอกเรายกโทษให้เขา ในทุกๆเรื่อง แต่จะไม่มีครั้งหน้าแล้ว(ที่ผ่านมาก็พูดงี้ตลอด) เพราะครั้งหน้ามันอาจจะไไม่ได้โชคดีแบบนี้ เขาก็พูดซ้ำๆว่าเราคงเกลียดเขา ไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว เราก็ได้แต่ปลอบใจว่าเชื่อที่ฟ้าเขากำหนดมาเถอะ ถ้าเขาให้อยู่ จะหนียังไงก็ต้องได้อยู่ แต่ถ้าหมดเวลาของกันและกันแล้ว  ทำยังไงก็ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ ในใจตอนนี้ เรายอมรับเลยว่า ต้นรักที่ปลูกไว้ในใจ เป็นมะเร็งแล้ว  จากที่รักมาก ยอมทุกอย่าง ตอนนี้แทบไม่เหลือแม้แต่เศษใจ ที่อยู่ได้ตอนนี้เพราะความสงสาร และความดีที่เขามีอยู่บ้าง เราไม่รุ้ว่าจะทำยังไงดี ควรอยู่หรือไป เพราะความรู้สึกมันพังทะลายหมดเเล้วแทบไม่เหลือ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่