TGCI กลายพันธุ์เป็น SCGC (โดย อีหล่าน้อย บทความจากเว็บไซต์ Share2Trade)

กระทู้ข่าว
http://www.share2trade.com/index.php?route=content/content&path=9&content_id=3198
    หากไม่ผิดพลาดประการใด วันที่ 3 สิงหาคม ที่จะถึง จะมีหุ้นเข้าเทรดใหม่ชื่อ บริษัท เอสซีจีเซรามิกส์ จํากัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งไม่ใช่หุ้นIPO หากเป็นหุ้นที่จะมาแทนหุ้น บริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี จํากัด (มหาชน) หรือ TGCI นั่นเอง
       ถือเป็นการกลายร่างที่น่าสนใจเพราะ SCGC เกิดจากการควบบริษัทระหว่างบริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี จํากัด (มหาชน) กับ บริษัทย่อยซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจําหน่ายกระเบื้องเซรามิกในประเทศไทยทั้งหมด ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือ SCC ที่ถือหุ้นผ่านบริษัทเซรามิคซิเมนต์ไทย จํากัด CCCL จํานวน 4 บริษัท (ประกอบด้วย (1)บริษัทเซรามิคอุตสาหกรรมไทย จํากัด (TCC) (2)บริษัท เดอะ สยาม เซรามิค กรุ๊ป อินดัสทรี่ส์ (SGI) (3) บริษัทโสสุโก้ แอนด์กรุ๊ป (2008) จํากัด (SSG)และ(4)บริษัทเจมาโก จํากัด (GMG) ซึ่งกำลังจัดตั้ง เรียกได้ว่าเป็นการควบรวมเพื่อสร้างความใหญ่ให้ธุรกิจเซรามิคที่มีพลังผนึกกับคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากทุนจดทะเบียนของ SCGC มากถึง 5,962,621,233 บาท
    ที่สำคัญกว่านั้นบริษัทที่ควบรวมกับ TGCI เป็นบริษัทใหม่SCGC เดิมเป็นบริษัทอยู่นอกตลาด จะมีมูลค่าเพิ่มจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มักจะมีราคาซื้อขายบนกระดานมากกว่ามูลค่าตามบุ๊กแวลูอยู่แล้ว ทำให้มาร์เก็ตแค็ปเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่ต้องเสียเวลาแต่งตัวผ่าน IPO ปกติ
    ก่อนถึงวันที่ 3 สิงหาคม วิศวกรรมการเงินเพื่อกลายร่างจาก TGCI เป็น SCGC ได้ดำเนินการมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว โดยที่ TGCI จะหยุดซื้อขายในตลาดถาวร เพื่อรอให้SCGC เข้ามาสวมสิทธิ์ตามกติกา
    ก้าวย่างกลายพันธุ์แปลงร่างเพื่อใหญ่โตน่าเกรงขามกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นไปตามมติ ที่ประชุมคณะกรรมการของTGCI เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 อนุมัติให้เข้าทํารายการควบรวมดังกล่าว โดยมีอัตราส่วนไขว้หุ้นจากเดิมเป็นหุ้นของ SCGCในอัตราส่วนที่ค้างกันไป โดยที่การควบบริษัท บริษัทฯ และบริษัทย่อยทั้งสี่ จะกลายเป็นบริษัทใหม่ โดย SCC จะถือหุ้นใหญ่ในบริษัทใหม่
    ภายใต้กติการักษาประโยชน์ผู้ถือหุ้น การตรวจสอบโดยที่ปรึกษาการเงินอิสระจึงเกิดขึ้นล่าสุด ที่ปรึกษาการเงินอิสระ บริษัท อีวาย คอร์ปอเรท เซอร์วิสเซส จํากัด ได้รายงานผลการตรวจสอบดีลที่เกิดขึ้น และมีความเห็นเชิงบวกหลายประการประกอบด้วย
    - ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับอยู่ที่การควบบริษัท จะก่อให้เกิดการผนึกพลัง ระหว่างบริษัท (Synergy) ซึ่งเพิ่ม ศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดกระเบื้องเซรามิก
    - การเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจการผลิตและจําหน่ายกระเบื้องเซรามิกในประเทศไทยโดยมีกลุ่มสินค้าและผลิตภัณฑ์ครอบคลุม ตั้งแต่ตลาดล่าง ถึง ตลาดระดับบน และมีการควบรวมช่องทางการจัดจําหน่าย ทั้งเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตและขยายไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศและต่างประเทศ นอกเหนือจากความสามารถลดต้นทุนการกระจายสินค้า
    - การบริหารเครื่องหมายการค้า (Brand) และกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product portfolio) อย่างมีประสิทธิภาพ จากการบูรณาการในกลยุทธ์และทิศทางทําการตลาด
    - การจัดโครงสร้างการผลิต การดําเนินงาน และการจัดสรรบุคลากรให้มีความเหมาะสม ทั้งยังสามารถเพิ่มหรือลดปริมาณการผลิตอย่างยืดหยุ่นโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
    - การแลกเปลี่ยนความรู้และความชํานาญระหว่างบริษัทในกลุ่ม เพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่
    - เพิ่มความสามารถในการลดต้นทุน จากการซื้อวัตถุดิบในปริมาณมาก  - การควบบริษัท จะไม่เกิดการขัดแย้งทางผลประโยชน์จากการมีเป้าหมายทางธุรกิจทับซ้อนกัน
    ส่วนข้อเสียของการควบรวมนั้น ที่ปรึกษาการเงินอิสระลงความเห็นว่า หลายเรื่องเช่น การขาดสภาพคล่องของหุ้นในระยะแรก การสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีในบางบริษัท หรือความขัดแย้งของวัฒนธรรมองค์กรที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ไม่มีนัยสำคัญเท่าใดนักในการควบรวมที่เกิดขึ้น
    ประเด็นสุดท้ายที่น่าสนใจคือ อัตราส่วนแลกเปลี่ยนหุ้นเดิมกับSCGC ที่ปรึกษาอิสระมีความเห็นว่า เป็นประโยชน์กับผู้ถือหุ้นเดิมมากกว่าการที่ที่ปรึกษาการเงินอิสระประเมินไว้ จึงสนับสนุนว่า ผู้ถือหุ้นบริษัททั้ง 6 รายน่าจะยอมรับอัตราแลกเปลี่ยนหุ้น
    ความเห็นของที่ปรึกษาการเงินอิสระนี้ น่าจะทำให้ดีลควบรวมผ่านฉลุยไม่ยากนัก ข่าวบวกการกลายร่างของTGCI เป็น SCGC อาจจะเป็นข่าวดีของผู้ถือหุ้นเดิม แต่เป็นข่าวร้ายของคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันอย่าง DCC และ UMI ที่จากนี้ไปจะสัมผัสผลกระทบได้ดีว่า บริษัทยักษ์รายใหม่ในเครือ SCG เมื่อเปิดเกมรุกแล้ว จะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นแค่ไหน
///////////////////
ขอบคุณบทความจาก
www.facebook.com/Share2Trade/  
www.share2trade.com
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่