ไอ่เจ้าตาปลาบ้าาา นี่แหน่ะๆ โดนจี้ไฟฟ้าสะเลย

สวัสดีค่ะ คือเราเป็นตาปลาที่นิ้วเท้า นิ้วนางข้างซ้าย เมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา
จนถึงวันนี้เพิ่มจะเริ่มหายดี จึงขอมาแชร์ประสบการณ์การกำจัดเจ้าตาปลานี้นะคะ
เกือบสองเดือนเต็มที่ต้องอยู่กับเจ้าตาปลานี้ บอกเลยว่าสุดยอดดดค่ะ
ตาปลาเล็กๆ แค่เส้นผ่าศูนย์กลางเซ็นติเมตรเดียว ไม่น่าเชื่อว่าจะกระทบกับการใช้ชีวิตเราได้ถึงขนาดนี้
เดินเป๋ๆ อยู่เป็นเดือน ว่ายน้ำไม่ได้ เล่นกีฬาไม่ได้ ใส่รองเท้าปกติไม่ได้ ช้อปปิ้งไม่สนุก เสาร์อาทิตย์ก้ออยุ่แต่ในห้อง ไม่อยากเดินมาก
เดี๋ยวเสียดสีแล้วตาปลาก็ขึ้นมาใหม่อีก โอ้ววว บอกเลย ไม่ง่ายค่ะ 55555 (ตอนนี้ใกล้หายแล้ว หัวเราะได้แล้ว อิอิ)

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เคยเป็นตาปลาค่ะ จากที่เคยแต่ได้ฟังชื่อเสียงคำร่ำลือของเจ้าตาปลามานาน T__T
ตอนเป็น บอกเพื่อนว่าเป็นตาปลา เพื่อนบางคนยังไม่รู้จักเลยนะคะว่าคืออะไร
What is a ตาปลา??? ซึ่งการเกิดของนางก็ง่ายๆ คือบริเวณนั้นโดนเสียดสีมาก จนผิวหนังบริเวณนั้นเป็นตุ่มหนาขึ้นมากๆ
และหากถูกสัมผัสหรือกดทับจะปวดและเจ็บมากค่ะ และต้องรักษาแบบขุดรากถอนโคนนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวกลับมาเป็นอีก

*** Timeline การรักษาตาปลาของเราทั้งสิ้น 7 weeks เป็นดังนี้นะคะ ***

- Week 1
หลังจากรู้ตัวว่าเป็นตาปลาสัปดาห์แรก คือไปหาหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ระยองค่ะ (เราอยู่แถวระยองค่ะ)
หลังจากตรวจแล้ว คุณหมอให้ยามาทาค่ะ เป็นยาที่มีส่วนประกอบของกรดซาลิซิลิก คุณหมออธิบายว่าให้ทายาตัวนี้ไปก่อนสักสองสัปดาห์
และหากตาปลาเริ่มเล็กลงแล้วจึงจะผ่าตัดได้ค่ะ เพราะจะเป็นแผลที่บริเวณนิ้วเท้าที่เย็บแผลไม่ได้ค่ะ

- Week 2-3
ทนปวดต่อไปไม่ไหวล้าวววค่า ตบะแตก คุณหมอที่โรงพยาบาลไม่ผ่าให้
พอดีผ่านหน้าคลินิคที่เขียนว่ารักษาโรคผิวหนัง ตาปลา บลาๆๆ หน้ามืดตามัว เดินเข้าคลินิก ปรึกษากับคุณหมอแล้วจี้ไฟฟ้าเลยค่ะ
ชื่อคลินิคณัฐบดินทร์ ข้างโรงแรมโกลเด้นซิตี้ค่ะ
ตอนจี้ไฟฟ้าใช้เวล่ไม่นานนะคะ ห้านาทีก็เสร็จ
แต่ขั้นตอนการฉีดยาชาก่อนหน้านั้น ทำเราสะพรึงมาก คือยาชาสี่เข็ม บล็อคทุกบริเวณของนิ้ว บนสอง ล่างสอง
คือปกติเคยเจอเข็มฉีดผ่านเส้นเลือก ครั้งนี้ก็ครั้งแรกเช่นกันที่เจอเข็มฉีดผ่านกล้ามเนื้อ
ตอนที่ปักเข็มแรกและฉีดยาชา บอกเลยว่าเจ็บมากกกก พอปักเข็มสองค่าา หวีดร้องเลย
คือคุณหมอบอกว่าจะฉีดยาชาเข็มเดียว เราก็เชื่อคุณหมอไง แต่นี่ตามมาอีกเข็มที่สอง สาม สี่ ปั่กๆๆๆ คือสติหลุดแล้วค่า
แต่เราไม่ได้สะบัดเท้าหนีนะคะ เพราะรู้ได้ว่าจะเจ็บกว่าเดิม ก็ทนไปจนจบค่ะ
ซึ่งความชาจากเข็มก่อนหน้าไม่ช่วยเลย เจ็บทุกเข็ม เจ็บสะพรึงมั่กๆๆๆ
(สำหรับคนที่กลัวเข็มและไม่ชินกับการฉีดยาแบบเรา คือพยายามเลี่ยงมาทั้งชีวิตนั้นล่ะค่ะ แต่บริจาคเลือดตามโอกาสนะคะ)
หลังจากนั้นก็ได้กลิ่นไหม้ไม่ถึงห้านาที พันแผลอีกห้านาที เป็นอันเสร็จค่า จ่ายเงินไปประมาณห้าพันบาทค่ะ

หลังจากนั้นเราก็ไปทำแผลทุกวันนะคะ แต่ประเด็นคือสามวันหลังจากนั้น เรารู้สึกปวดเหมือนปวดตาปลาเหมือนเดิมเลยค่ะ
ทั้งๆ ที่สภาพแผลเริ่มแห้งแล้วนะคะ เริ่มทำใจกล้าดูแผลตัวเอง คือเป็นเหมือนรอยกรีดๆๆ ค่ะ
สักอาทิตย์นึงแผลก็แห้งหายแล้วค่ะ แต่ที่ทิ้งไว้คือตาปลาเจ้าเดิม จ๊ะะะะเอ๋กันอีกละ คือไม่หายเลยค่ะ กลับมาปวดเหมือนเดิม
คุณหมอที่คลินิคณัฐบดินทร์ก็บอกนะคะ ว่าถ้าภายในหนึ่งเดือนน้องตาปลากลับมาเยี่ยมอีก ให้กลับไปจี้ฟรีได้เลย
แต่ค่ะแต่ แต่คือความเจ็บจากการฉีดยาชาครั้งนั้นฝังหัวไว้แล้วไง และสามวันตาปลากลับมาใหม่คืออัลไลอ่า เลยไม่ได้กลับไปอีกค่ะ

- Week 4-7
เราลองเสริชหาดูโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรักษาตาปลาค่ะ คือถ้าจะไปถึงกรุงเทพ หากต้องมีการฟอลโลวอาการ
หรือไปหาคุณหมอเรื่อยๆ เราจะไม่สะดวกค่ะ ก้ได้เพิ่มมาอีก 3 ตัวเลือกคือ
โรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา, โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา และโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชาค่ะ
สรุปเลือกไปรักษาอีกครั้งที่สมิติเวชค่ะ เพราะตอนโทรไปสอบถาม เจ้าหน้าที่แจ้งว่ารักษาโดยแพทย์ผิวหนัง ที่อื่นเป็นศัลยกรรมทั่วไปค่ะ
เราคิดว่ารักษากับแพทย์ผิวหนังจะตรงมากกว่า (คิดไปเองค่าา) เลยเลือกที่นี่ค่ะ
แต่พอไปถึงจริง ก็จัดหมวดหมู่ให้เราไปรักษากับแผนกศัลยกรรมเช่นกันค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น รักษาด้วยวิธีเดิมคือจี้ไฟฟ้าค่ะ
ฉีดยาชาสามเข็ม ปั่กๆๆๆ เหมือนเดิม แต่ต่างไปคือเจ็บจี๊ดแค่เข็มแรกเข็มเดียว (และเจ็บแต่จี๊ดๆ ค่ะ ไม่เจ็บใหญ่รัชดาลัยเหมือนหมอก่อนหน้าค่ะ)
ส่วนเข็มสอง สาม เราหันไปถามคุณหมอว่า เสร็จแล้วหลอคะ
หลังจากนั้นคุณหมอก็ทำการคว้านน้องตาปลาออกค่ะ มีความนุ่ม ความโล่ง ความเริงร่ามากอ่ะค่ะตอนนั้น คือจะหายแล้วนี่เนาะ 5555
และยังมีอารมณ์ขอให้พี่พยาบาลถ่ายรูปแผลให้ด้วยนะคะ รูปแผลวาบหวามนะคะ อยู่ในสปอยค่ะ
แต่ไม่ต้องเปิดดูก็ได้ค่ะ จะทานข้าวไม่อร่อยเสียเปล่า อิอิ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

หลังทำแผลเสร็จ เจ็บนะคะ แต่มีความสุขที่รู้ว่าน้องตาปลากำลังจะจากไปจริงๆ เสียที อิอิ
ค่าใช้จ่ายครั้งนี้ประมาณเจ็ดพันบาทค่ะ
สองอาทิตย์แรกคือทำแผลทุกวันนะคะ จนกว่าเนื้อจะกลับมาเหมือนเดิมและแผลแห้ง
มีทริคนิดนึงคือ แท่แท๊นนน ครั้งนี้เราใช้แผ่นแปะแผลพาราฟินด้วยค่ะ
แผลม่ายติดผ้าก๊อซ อิอิ (คือความทรมานของการทำแผล คือแผลติดผ้าก๊อซนี้ล่ะโน๊ะ)
จนถึงวันนี้ แผลดีขึ้นนและไม่มีร่องรอยว่าน้องตาปลาจะกลับมาแล้วค่ะ และก็ขอจบเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่า
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่