คือเรื่องมีอยู่ว่า เรากับสามี ตอนแรกๆก็คบกันแบบแฟนทั่วไปนี่แหละค่ะ แต่เราค่อนข้างเป็นคนเจ้าอารมณ์ ขี้งอน ไม่ชอบการถูกเอาเปรียบ รักแต่ตัวเอง เพราะความรักที่ผ่านมา มันแย่มาตลอดและเราก็ไม่คิดว่า จะมีความรักจริงๆเกิดขึ้นหรอก เรามีเรื่องทะเลาะกันเรื่อยมาแหละค่ะ เพราะความรู้สึกเรามันบอก ว่าคนนี้มันยังไม่ใช่อะค่ะ มันไม่มีอะไรที่เข้ากันได้เลย แต่เค้าก็พยายามตื๊อ และยื้อมาตลอด จากตอนแรกที่เค้าง้อเพราะอยากให้รักดำเนินไป กลับกลายเป็นเริ่มเพิกเฉยเพื่ออยากเอาชนะเรา ส่วนตัวเรา เป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อนนะคะ ไม่กินเหล้า ไม่เที่ยวกลางคืน ซึ่งตรงข้ามกับเขา จนเราใกล้เรียนจบ เราเกิดท้องกับเค้าค่ะ ตอนนั้นเราพึ่งคบกับเค้าได้แค่ 6-7 เดือนเองค่ะ ยังไม่รู้นิสัยใจคออะไรกันมากเลยค่ะ หลังจากท้องได้ 3 เดือน ลายเค้าก็เริ่มออกมาให้เห็น พอรู้ๆมาบ้าง ว่าเค้าใช้เงินเก่ง แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเค้าสูบบุหรี่ มารู้เอาก็ตอนแต่งงานนี่แหละค่ะ ความจริงต่างๆ เริ่มมาละ คนแถวบ้านเค้าก็แอบเตือนมาบ้างแหละค่ะ ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่หลังๆนี่ ชอบออกไปเที่ยวกลางคืน ตอนนั้นเราท้องได้ 5-6 เดือน เราจับได้ ว่าเค้าแอบคุยกับคนอื่น นัดเจอกันในผับ แต่ผู้หญิงไม่มาพบ ตอนนั้นเค้าก็ขอโทษ แล้วก็บอกจะไม่ทำอีก ตอนนั้นเค้าก็ยังไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง เราก็ต้องออกจากงานประจำ เพราะแพ้ท้องหนักมาก คชจ.เราก็ต้องเอาเงินส่วนตัวเรามาใช้บ้าง ตอนท้องนี่บำรุงมากสุดก็คือ นมวันละกล่อง ดีที่ลูกเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรงดี ตอนนั้นเค้าติดเพื่อน ติดเที่ยวอยู่เลยค่ะ เราก็ยังทนนะ เพราะคิดว่าสักวันเค้าคงจะคิดได้ แต่มันก็วนอยู่แบบนี้เรื่อยมา ทำงานไหนได้ไม่นาน เงินที่เก็บร่วมกันมา ก็ต้องเอาออกมาใช้ รวมถึงเงินเก็บเราด้วย เพราะเค้าตกงาน เงินที่มีก็เริ่มร่อยหรอ ช่วงต้นปี เค้าก็โดนคดีเสพขับ เรานี่แหละเดินเรื่องให้ เงินเราหมดไปประมาณหมื่นกว่าๆ เพราะเสียค่าปรับ ตอนนั้นยอมรับว่าทะเลาะกันบ่อยขึ้น จากเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่เค้าก็ไม่ง้อนะ ตอนนั้นเค้าเพิ่งเริ่มได้ทำงานในบ.สินเชื่อแห่งหนึ่ง ฐานเงินเดือนก็หมื่นกว่า ซึ่งถือว่ามากอยู่ ถ้าเทียบกับแหล่งชนบท ตอนนั้นเราก็เริ่มมีงานรับจ้างบ้าง เพราะต้องเลี้ยงลูกไปด้วย ได้วันละ 100-200 บาท ก็ใช้เป็นคชจ.ภายในบ้าน ส่วนเงินเดือนเขา เราก็แบ่งเก็บ และส่วนนึงเรายกให้เค้าใช้ บริหารจัดการเอง ไม่ถึงครึ่งเดือนหมดแล้ว ตอนนั้นเริ่มตะหงิดๆใจแล้วค่ะ ว่ามันต้องมีอะไรแน่ เพราะเค้าไม่สนใจเรากับลูกเลยค่ะ เลิกงานก็อยู่กับแค่จอโทรศัพท์ จนเมื่อกลางเดือนมีนา เค้าบอกเราว่าที่บ. ส่งไปอบรมที่กรุงเทพ เราก็เชื่อนะ ตอนนั้นพาเค้าไปยืมเงินย่าเค้า เพราะเราคิดว่า เดี๋ยวสิ้นเดือน เงินเค้าออก เราจะกันไว้ให้ย่าเค้า แต่หลังจากเค้าถึงที่นู่น เค้าไม่มีการติดต่อกลับมาเลยค่ะ ทักเฟสไปก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ จนถึงวันที่เค้ากลับบ้าน ถึงจะติดต่อได้ หลังจากวันนั้น เราก็ทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อย แต่ เค้าบอกให้เรากลับไปอยู่กับพ่อแม่เรา เพื่อลดการทะเลาะ ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยเช็คโทรศัพท์เค้าเลย จนเข้าไปดู ก็เจอจริงๆค่ะ เค้าไปหาผู้หญิงคนนั้น ไปนอนด้วยกัน เราเจ็บ และจุกมาก ช่วงนั้นเสียศูนย์มากเลยค่ะ กินไม่ได้นอนไม่หลับ เค้าบอกจะเลิก แต่ไม่ค่ะ เค้ายังคุยกับผู้หญิงคนนั้นมาโดยตลอด หลอกผู้หญิงว่าเลิกกับเราแล้ว สารพัดคำโกหก เราจะเอาลูกเข้านอนตอนสองทุ่มทุกวัน และเราก็หลับไปพร้อมลูกบ้าง แต่เขาอยู่นอกห้องนะคะ โทรคุยกับผู้หญิงคนนั้น พอเราออกมาดูก็รีบวาง เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตอนนั้นยอมรับ ใจเราพังมากจริงๆค่ะ ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ เราก็ทักไปบอกผู้หญิงคนนั้น พอเค้ารู้ เค้าก็บอกจะเลิกให้ แต่ก็ไม่ค่ะ ปลายเดือนมีนาเค้าก็ไปหากันอีก คราวนี้บอกจะไปอบรมที่สุโขทัย เราก็ไม่อะไร แต่ก็โดนหลอกไปตามระเบียบ จนช่วงใกล้สงกรานต์ มันถึงจุดที่มันไม่ไหวแล้ว เราไล่ให้เค้าไปค่ะ เค้าก็เก็บเสื้อผ้าไปจริงๆ เราทักไปถามหัวหน้าเค้า เค้าก็บอกว่าไม่เคยส่งสามีเราไปอบรมที่ไหนเลยนะ เคยมีอยู่สองครั้ง ที่เค้าลา บอกว่าจะไปช่วยงานพี่ชายที่กรุงเทพ ทุกอย่างกระจ่างแล้วค่ะ ช่วงนั้นชีวิตถือว่าทุกข์ทรมานมากค่ะ กว่าจะผ่านไปได้แต่ละวัน จนเขากลับมาอีกครั้ง พร้อมกับคำโกหกอีกเช่นเคย เค้าบอกว่าอยากกลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง แรกๆก็เหมือนจะดี แต่พอผู้หญิงคนนั้นรู้ ตอนแรกก็เหมือนจะถอย แต่ไม่ค่ะ เค้ากลับไปหาผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง ไปทำดีกับคนนั้น ทิ้งเรากับลูกไปอย่างไม่ใยดี จนมีวันนึงเค้าส่งข้อความมาว่าอยากกลับมา อะไรทำนองนี้ แต่เราก็บอกไป ว่าเราไม่อยากให้กลับมา ลืมบอกไป ว่าเค้าพึ่งได้ทำงาน ยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ เงินเดือนที่ได้ ก็เอาไปกินไปใช้กับทางนู้นหมด เรากับลูกไม่ได้อะไรสักอย่าง จนผู้หญิงคนนั้น เห็นข้อความที่เราคุยกับสามีเรา เค้าเลยไล่ให้กลับมาหาเรา แต่วันนั้นเค้าไม่มีตังจะกลับมา เค้าเลยโทรมาขอแม่เค้า ลืมบอกไปค่ะ ว่าเราอยู่บ้านพ่อแม่เค้านะคะ ลูกเราพึ่งเข้าเรียนเนอสเซอรี่ เราก็มีงานรับจ้างบ้าง พอกินพอใช้ เราเลยบอกแม่เค้าว่า ถ้าแม่สงสารหนูกับลูก อย่าเอามันกลับเข้ามาในชีวิตหนูอีกเลย จนวันที่เค้ากลับมาจริงๆ เราก็ทำตัวไม่ถูกนะ แต่สงสารลูก เค้าคงคิดถึงพ่อเค้ามาก วันนั้นทั้งวันไม่ยอมห่างไปไหนเลยค่ะ ก่อนหน้านั้นเค้าก็ถามหาพ่อเค้าตลอด เราก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น จริงๆที่เค้ากลับมา เค้าไม่ได้อยากกลับมาหาเรากับลูกหรอกค่ะ เค้าไม่มีที่ไปมากกว่า จริงๆเรารับรู้มานานแล้ว ว่าเค้าไม่รักเรามาตั้งนานแล้ว มันเหลือแต่ความผูกพันเท่านั้น เราจะทำยังไงดีคะ จะไปต่อ ก็ไปแบบไม่สนิทใจ จะไปก็ยังไม่มีที่ไปที่แน่ชัด เพราะแถวบ้านเรา ไม่มีงานที่จะสร้างรายได้เพื่อมาจุนเจือครอบครัวได้จริงๆ นอกจากจะอยู่บ้านพ่อแม่เค้า แต่จะอยู่กันต่อไปยังไงเนี่ยแหละค่ะคือประเด็น เพราะใจลึกๆรู้ดีว่า ยังไงสักวันมันก็ต้องจบ แต่จะจบแบบไหน คืออีกเรื่องนึง เพราะเรายังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น นึกถึงทีไรน้ำตามันก็ไหลออกมาทุกที บางทีเรื่องของเค้ากับผู้หญิงคนนั้น อาจจะเป็นละครบทนึงที่เค้าสองคนร่วมกันสร้างเพื่อมาตบตาเรา เพื่ออะไรสักอย่าง #จะทำยังไง เมื่อรักแล้วมันมีแต่ทุกข์
จะใช้ชีวิตคู่ต่อไปยังไง เมื่ออีกฝ่ายหมดรักเราแล้ว