ยกตัวอย่าง
จิตเปรียบเหมือนแก้วน้ำ
สังขาร สิ่งปรุงแต่งคือน้ำ
แก้วใส่น้ำ แก้วก็มีคุณสมบัติเป็นแก้ว น้ำก็มีคุณสมบัติเป็นน้ำ
ไม่เห็นว่าแก้วไปถูกน้ำปรุงแต่งจากแก้วกลายเป็นน้ำไปด้วยเลย
ไปใส่สีแดงลงน้ำ แก้วก็ไม่ได้เป็นสีแดงเลย แต่น้ำกลายเป็นสีแดง
เพราะสังขารเกิดการปรุงแต่งให้จิตเห็นเป็นสีแดง แต่จิตไม่ได้กลายเป็นสังขาร
เทน้ำทิ้งแก้วก็เป็นแก้วเป็นสีขาวไม่ได้เป็นสีแดงเลย
ใส่สีอะไร น้ำก็เป็นสีนั้น ไม่เกี่ยวกับแก้วเลย
สังขารแปลเปลี่ยนไปเอง น้ำเปลี่ยนสีไปเอง
แก้วก็มีคุณสมบัติเหมือนเดิม
แก้วไม่ได้เปลี่ยนเป็นน้ำ
แก้วไม่ได้เปลี่ยนสีตามน้ำ
แล้วจิตจะเป็นสังขารได้อย่างไร
สังขารปรุงแต่งได้
แต่ไม่สามารถไปเปลี่ยนคุณสมบัติของธรรมชาติได้
ถ้าสังขารไปเปลี่ยนคุณสมบัติของธรรมชาติได้
ตุกแกไปเห็นจิ้งจก ตุกแกก็จะกลายเป็นจิ้งจก
สังขารเป็นแบบนี้
จิตเปรียบเหมือนแก้วน้ำ
สังขาร สิ่งปรุงแต่งคือน้ำ
แก้วใส่น้ำ แก้วก็มีคุณสมบัติเป็นแก้ว น้ำก็มีคุณสมบัติเป็นน้ำ
ไม่เห็นว่าแก้วไปถูกน้ำปรุงแต่งจากแก้วกลายเป็นน้ำไปด้วยเลย
ไปใส่สีแดงลงน้ำ แก้วก็ไม่ได้เป็นสีแดงเลย แต่น้ำกลายเป็นสีแดง
เพราะสังขารเกิดการปรุงแต่งให้จิตเห็นเป็นสีแดง แต่จิตไม่ได้กลายเป็นสังขาร
เทน้ำทิ้งแก้วก็เป็นแก้วเป็นสีขาวไม่ได้เป็นสีแดงเลย
ใส่สีอะไร น้ำก็เป็นสีนั้น ไม่เกี่ยวกับแก้วเลย
สังขารแปลเปลี่ยนไปเอง น้ำเปลี่ยนสีไปเอง
แก้วก็มีคุณสมบัติเหมือนเดิม
แก้วไม่ได้เปลี่ยนเป็นน้ำ
แก้วไม่ได้เปลี่ยนสีตามน้ำ
แล้วจิตจะเป็นสังขารได้อย่างไร
สังขารปรุงแต่งได้
แต่ไม่สามารถไปเปลี่ยนคุณสมบัติของธรรมชาติได้
ถ้าสังขารไปเปลี่ยนคุณสมบัติของธรรมชาติได้
ตุกแกไปเห็นจิ้งจก ตุกแกก็จะกลายเป็นจิ้งจก