สวัสดีค่าขอเกริ่นก่อนเลยนะคะ พอดีไม่เคยตั้งกระทู้ปกติเอาแต่อ่านมาตลอดถ้าเรื่องภาษาของหนูอาจจะไม่ดีหรือเหมาะสมหนูขอโทษก่อนเลยนะค่ะ
พอดีมีเรื่องอยากขอคำปรึกษาคำติต่างจากคนในกระทู้คะ
หนูอายุ20ปีเรียนอยู่ชั้นปีที่2 เรียนแฟชั่นดีไซน์ที่มหาลัยเอกชน แต่พอเรียนมาสักพักรู้สึกว่าอยากเรียนเป็น Fashion marketing และด้วยเหตุผลหลายๆจากความเห็นส่วนตัวจึงอยากไปเรียนต่อที่อเมริกา (ไม่เคยไปเลย)ที่ดูไว้ก็คือ Texas เพราะว่ามีคนที่รู้จักอยู่ในรัฐนั้น คนที่รู้จักเป็นเพื่อนของคุณแม่ เขาสามารถช่วยเซ็นรับรองให้หนูเป็นหลานได้ค่ะ แต่สิ่งที่ศึกษามาหลายๆเดือนคือ มีผลว่าการที่เรามีญาติอยู่นู้น ทำให้เปอร์เซ็นต์การผ่านวีซ่าจะยากขึ้น หนูควรกรอกว่ามีหรือไม่มีดีกว่ากันในสถานการณ์ของหนู แต่ปัญหามีอยู่ว่าที่ texas สถาบันที่หนูสนใจจะลงเรียน fashion marketing เป็น collage ไม่ใช่ปริญญาทางสถาบันจึงไม่มีเรียน pre-session และหนูมีพื้นฐานภาษาอังกฤษทั่วไปนักเรียนภาคไทย
สิ่งที่หนูอยากให้ทุกๆคนช่วยแนะนำคือ
1) หนูควรไปเรียนแบบ ELS 6 เดือนแล้วต่อวีซ่าเรียน collage ต่ออีก2ปี (ส่งเมลติดต่อกับทางสถาบันสอนแฟชั่นแล้วเขาตอบกลับมาว่า เขาไม่มึเปิดสอนปรับภาษา แต่ถ้าอยากเรียนที่นี่ ถ้าหนูถึงเมืองนี่แล้วให้เขามาติดต่อไดัเลย (จึงทำให้ไม่มี I-20) ตั้งแต่ขอวีซ่าที่นี่ เลยคิดว่าทางนี้ผ่านจะลองขอจากทางฝั่งนั่นดูคะ
ทางเลือกที่ 2) หรือหนูควรสมัครเป็นมหาวิทยาลัยไปเลย แต่ที่ยังไม่ใช้ตัวเลือกเป็น university เพราะคิดว่ายังไม่เคยมา ยังพูดและฟังไม่เก่ง กลัวจ่ายเงินเรียนไปแล้วไม่คุ้มกับที่ได้มา
ที่ต้องเป็นอเมริกาเพราะชอบโดยส่วนตัวตั้งแต่เด็ก และอย่างน้อยก็ยังมีคนรู้จักให้ใกล้ตัว ถามไถ่ช่วยเหลือพอได้ คุณแม่จะสบายใจ
ประวัติเบื้องต้นที่จะขอวีซ่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อายุ20ปียังเรียนอยู่ คุณพ่อกับคุณแม่หย่าร้างกันคุณแม่ทำงานบริษัท คุณอาเป็นคนให้สปอนเซอร์เพราะรับผิดชอบแทนคุณพ่อ (statement คุณอาเคยทำวีซ่าให้ญาติหลายคน ผ่านทุกคน (ประเทศที่เคยผ่าน อเมริกา อิตาลี่ ฮังการี่ ) เอกสารที่จะนำไปยื่นวีซ่า มีใบรับรองสถานภาพนักศึกษาจากทางมหาวิทยาลัย และเอกสารรับรองพฤติกรรมจากหัวหน้าภาคแฟชั่น (มีเอเจนซี่แนะนำให้นำมาประกอบ) ไปเรียนด้าน marketing ต่อเพราะหนูเองตัดเสื้อผ้าขายของทำเองมาหลายปีแล้วและคิดว่ามีเป้าหมายที่ตรงใจแล้วจึงไม่ได้ให้ความสำคัญถึงใบปริญญาเท่าไหร่ ส่วนเรื่องความผูกผันกับประเทศที่ไทยหนูคิดว่า หนูยังมีมหาลัยรองรับการเป็นนักศึกษา และมีเอกสารสัญญาการทำงาน เช่น หนูทำงานเป็น DJ garena talk มีสัญญาว่าจ้างการทำงาน 1 ปี และติดสัญญาทำงานรีวิวศัลยกรรมของคลีนิคนึงเอกสารพวกนี้พอช่วยให้แน่นขึ้นได้บ้างมั้ยค่ะ
สรุปคำถามที่อยากทราบ
1) หนูควรกรอกว่ามีญาติหรือไม่มีญาติดีค่ะ?
2) ความต่างกันของสถาบันให้ผลต่างกันมากมั้ยค่ะกับการอนุมัติวีซ่า
3) จากบริบทของหนูแนววีซ่าจะผ่านมั้ยค่ะ
หนูขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาตอบนะคะยินดีรับฟังคำติแนะจากที่ทุกคนค่ะ แต่คิดว่าได้ตัดสินใจจะไปแล้วคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถึงหนูไม่ผ่านในตอนนี้ก็คงทำเรื่องไปเรื่อยๆจนสุดความสามารถ ในส่วนตัวคิดว่าไม่ได้จะไปทำอะไรที่สร้างความเดือดร้อนในประเทศชาติของเขาไปเพื่อต้องการเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียน ในสภาพแวดล้อมที่มีคนยอมรับในด้านความคิด ความเป็นตัวของตัวเองได้มากกว่า ขอบคุณค่า
ว่าด้วยเรื่องวีซ่าเรียนต่อ 2018!
พอดีมีเรื่องอยากขอคำปรึกษาคำติต่างจากคนในกระทู้คะ
หนูอายุ20ปีเรียนอยู่ชั้นปีที่2 เรียนแฟชั่นดีไซน์ที่มหาลัยเอกชน แต่พอเรียนมาสักพักรู้สึกว่าอยากเรียนเป็น Fashion marketing และด้วยเหตุผลหลายๆจากความเห็นส่วนตัวจึงอยากไปเรียนต่อที่อเมริกา (ไม่เคยไปเลย)ที่ดูไว้ก็คือ Texas เพราะว่ามีคนที่รู้จักอยู่ในรัฐนั้น คนที่รู้จักเป็นเพื่อนของคุณแม่ เขาสามารถช่วยเซ็นรับรองให้หนูเป็นหลานได้ค่ะ แต่สิ่งที่ศึกษามาหลายๆเดือนคือ มีผลว่าการที่เรามีญาติอยู่นู้น ทำให้เปอร์เซ็นต์การผ่านวีซ่าจะยากขึ้น หนูควรกรอกว่ามีหรือไม่มีดีกว่ากันในสถานการณ์ของหนู แต่ปัญหามีอยู่ว่าที่ texas สถาบันที่หนูสนใจจะลงเรียน fashion marketing เป็น collage ไม่ใช่ปริญญาทางสถาบันจึงไม่มีเรียน pre-session และหนูมีพื้นฐานภาษาอังกฤษทั่วไปนักเรียนภาคไทย
สิ่งที่หนูอยากให้ทุกๆคนช่วยแนะนำคือ
1) หนูควรไปเรียนแบบ ELS 6 เดือนแล้วต่อวีซ่าเรียน collage ต่ออีก2ปี (ส่งเมลติดต่อกับทางสถาบันสอนแฟชั่นแล้วเขาตอบกลับมาว่า เขาไม่มึเปิดสอนปรับภาษา แต่ถ้าอยากเรียนที่นี่ ถ้าหนูถึงเมืองนี่แล้วให้เขามาติดต่อไดัเลย (จึงทำให้ไม่มี I-20) ตั้งแต่ขอวีซ่าที่นี่ เลยคิดว่าทางนี้ผ่านจะลองขอจากทางฝั่งนั่นดูคะ
ทางเลือกที่ 2) หรือหนูควรสมัครเป็นมหาวิทยาลัยไปเลย แต่ที่ยังไม่ใช้ตัวเลือกเป็น university เพราะคิดว่ายังไม่เคยมา ยังพูดและฟังไม่เก่ง กลัวจ่ายเงินเรียนไปแล้วไม่คุ้มกับที่ได้มา
ที่ต้องเป็นอเมริกาเพราะชอบโดยส่วนตัวตั้งแต่เด็ก และอย่างน้อยก็ยังมีคนรู้จักให้ใกล้ตัว ถามไถ่ช่วยเหลือพอได้ คุณแม่จะสบายใจ
ประวัติเบื้องต้นที่จะขอวีซ่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สรุปคำถามที่อยากทราบ
1) หนูควรกรอกว่ามีญาติหรือไม่มีญาติดีค่ะ?
2) ความต่างกันของสถาบันให้ผลต่างกันมากมั้ยค่ะกับการอนุมัติวีซ่า
3) จากบริบทของหนูแนววีซ่าจะผ่านมั้ยค่ะ
หนูขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาตอบนะคะยินดีรับฟังคำติแนะจากที่ทุกคนค่ะ แต่คิดว่าได้ตัดสินใจจะไปแล้วคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถึงหนูไม่ผ่านในตอนนี้ก็คงทำเรื่องไปเรื่อยๆจนสุดความสามารถ ในส่วนตัวคิดว่าไม่ได้จะไปทำอะไรที่สร้างความเดือดร้อนในประเทศชาติของเขาไปเพื่อต้องการเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเรียน ในสภาพแวดล้อมที่มีคนยอมรับในด้านความคิด ความเป็นตัวของตัวเองได้มากกว่า ขอบคุณค่า