เรื่องสั้น ความรู้สึก ฤดูฝน

สัปดาห์ที่สองของเดือนที่ 5 ฤดูฝน
  
            เมื่อสองวันที่แล้วจวบจนปัจจุบัน ทุกอย่างดูปรกติสุขดี ผมยังคงติดหล่มชีวิต เวียนวนในความคิดเช่นเดิมเหมือนที่ผ่านมา
ผมพึ่งเลิกรากับหญิงที่ผมคบหาอยู่ แต่น่าแปลก ไม่เจ็บ ไม่เศร้า ไม่โหยหา อาจเพราะความรู้สึกผมเเตกเป้นเสี่ยงๆก่อนหน้านั้นแล้ว
เอาจริงๆมันก็ไม่แตกเสียทีเดียว หากเปรียบกลุ่มก้อนของความรู้สึกเป็นสิ่งของ แลดูความรักครั้งนี้ของผมจะไม่ใช่แก้วอย่างที่ใครเขาว่ากัน
เห็นทีจะมีลักษณะคล้ายดอกหญ้า ที่ค่อยๆปลิวหายไปกับสายลม ไหลลื่น ล่องลอย กระจาย และหายไป
ทิ้งไว้เพียงเมล็ดพันธ์บางอย่าง กับกิ่งก้านที่เหมือนจะแห้งน้ำเหี่ยวเฉามานานแล้ว
             ผมเฝ้าถาม กลุ่มความรู้สึกนี้ใช่ความรักหรือไม่ มันเคยเป็นอย่างนั้นแต่ผมไม่รู้จริงๆว่ามันกลายร่างเป็นละอองเกสรดอกไม้ตั้งแต่เมื่อไหร่
คำตอบมันแน่ชัดในวันที่เราตกลงกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง มันชั่งง่ายดาย ไม่ใครครวญ ไร้ ซึ่งน้ำตา นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เพลงอกหักของพี่ตูน ทำอะไรผม
ไม่ได้เลย เยื่อใยเดียวที่ผมตามว่าหญิงสาวที่ผมเคยรักเป็นอย่างไร มีเพียง accont netflix ที่ผมใช้ร่วมกับเธอ ผมไม่รู้เลยว่าเธอเป็นอย่างไร เธอทำอะไรอยู่
ผมรู้เพียงเมื่อชั่วโมงที่ผามมา เธอกำลังชมซีรีย์เรื่องไหนอยู่ นั่นคือทั้งหมดที่หลงเหลือทิ้งไว้สำหรับความสัมพันธ์ครั้งนี้

สัปดาห์ที่หนึ่งของเดือนที่เจ็ด ฤดูฝน
           ทุกคนยังคงรับผิดชอบบทบาทของตนเอง ตัวเรามีเพียงคำถามเพื่อพยายามเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านั้น
ไม่มากก็น้อย บนกระดานชีวิต หมากแต่ละตัวเคลื่อนไปแล้ว แต่ผมไม่สามารรับรู้ได้ว่าผู้เล่นกำลังรู้สึกอย่างไรกับเกมของเขา
สถานการณ์แท้จริงเป็นเช่นไร มีเพียงผู้เล่นเอง ที่เข้าใจมันอย่างดี ผมจะเข้าใจจริงๆว่าผู้เล่นคิดอะไรทำไมเขาเดินหมากเช่นนั้น
ก็ต่อเมื่อผมได้รับความเจ็บปวดบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน
            สำหรับเกมกระดานของผม ผมไม่แน่ใจนักว่า สถาณการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ควรจะเลือกพุ่งโจมตี หยุดออยู่กับที่
หรือเกมนี้กำลังจะจบลง ในฐานะผู้เล่น เรามีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ การตัดสินใจ ทำอะไรบางอย่าง หากคุณไม่ตัดสินใจ
นาฬิกาจะบอกว่าเวลาของคุณได้หมดลง และสลับให้ฝั่งตรงข้ามคุณนั้น เดินหมากในตาถัดไป
           ในชีวิตจริง เวลาไม่เคยหมดลง หากคุณพินิจพิเคราะห์ว่าตัวเองจะก้าวเดินไปในทิศทางไหนนานเกินไป หากคุณไม่ตัดสินใจ
อะไรบางอย่าง เวลาก็จะยังคงเดินต่อไป หมุนวน วันต่อวัน เป็นเดือน เป็นปี และกระดานของคุณ หมากของคุณ เกมของคุณ จะอยู่ที่เดิม
ผมไม่อาจเลือกตัดสินใจเดินหมากชีวิตของผมได้เลย และเวลาก็เลยผ่านมาเรื่อยๆ บางอย่างสอนผม หากคุณไม่ตัดสินใจทำบางอย่างกับชีวิตคุณ
สุดท้ายจะมีคนมาตัดสินใจแทนนคุณเอง บางครั้งมาในรูปแบบของเจ้าหนี้ บิลโทรศัพย์ ค่าบ้าน หรือมารดาผู้ห่วงใย
ผมคิดในใจ ผมจะไม่เป็นแบบนั้น แต่บนกระดานหมากของผม ยังคงอยู่ที่เดิม และสถาณการณ์ก็ดูจะไม่ค่อยสู้ดีนัก

สัปดาห์ที่สองของเดือนที่เจ็ด ฤดูฝน
          เวลา และโอกาส อิสระภาพ และวันที่รอ เธอต้องใช้มันเอง ไม่มีแปรงสีให้ยืมบรรเลง ไม่มีใครนั้นจะมาร่วมครื้นเครงไปกับเธอ
ถ้อยคำจากบทเพลง กระดาษ หนึ่งใบบทเพลงที่ดังขึ้นในห้องสี่เหลี่ยมของคืนวันพุธ หรือจะเป็นเช้าวันพฤหัส ก็ไม่ต่างกัน ชีวิตผมเป็นแบบนั้นจริงๆ
ไม่มีใครมาร่วมคริ้นเครงกับเราเลย นึกสงสัยจริงๆว่าวันหนึ่งที่เราไปได้ไกลพอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง จะมีคนมาร่วมยินดีกับเราหรือเปล่านะ
          ว่าด้วยเรื่องการกดไลค์ สำหรับผมแล้ว มันเป็นการบอกว่า ฉันผ่านมา และฉันเห็นนะว่าเธอทำอะไรอยู่ หรือแม้แต่เป็นการให้กำลังใจกับเจ้าของ
โพสก็ตาม ผมไม่รู้ว่าสำหรับคนอื่นจะให้ค่ากับมันอย่างไร แต่ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับมันทีเดียว ผมคาดหวังว่าผมจะได้รับมันจากผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่ความจริงไม่เลย พอผมไม่ได้มัน มันรู้สึกราวกับผมไม่มีตัวตน ทำไมกัน ความรู้สึกมันถึงมาที่จุดนี้ได้นะ แต่ก็ต้องยอมรับ มันคือมุมมองอีกด้านหนึ่งของความจริง ซึ่งมุมมองของความจริงสำหรับผมมันคือความลวง หนึ่งความจริงประกอบด้วยหลายเหตุผล หลายความเข้าใจ ยากจะอธิบาย
          ผมจึงกลัวทุกครั้งที่ Post ทุกครั้งที่ share กลัวว่าพวกเขาจะทำเป็นไม่เห็นผม กลัวว่าจะไม่มีใครสนใจ กลัวว่าผู้อื่นจะมองผมอย่างไร ผมแคร์มันมากจนผมคิดว่ามันมากเกินไป นั่นเป็นที่มาของโพสมากมาย ที่ไม่มีใครเห็นซ่อนอยู่หลังปุ่ม Hide ในไทม์ไลน์ของผมเอง

สัปดาห์ที่สองของเดือนที่เจ็ด ฤดูฝน
           เอายังไงกับชีวิตดีวะ?   คำถามยอดฮิตติดปากสำหรับชายวันกลางคน ผมไม่รู้มันฮิตจริงๆหรือเปล่า แต่ผมถามกับตัวเองบ่อยมาก
และบ่อยครั้งมันมักจะผุดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ น่าแปลกๆ ทั้งๆที่ผมมีงานอดิเรกที่พัวพันอยู่กับการพินิจ พิเคราะห์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ต่อยอด
ความคิดมากมายในหัว แต่ความคิดที่ว่า สรุปกูจะเอายังไงกับชีวิตดีวะ มันไม่ได้ไปต่อ อาจเป็นเพราะฝน ผมรู้สึกถูกผลักดันให้ตอบคำถามเหล่านี้เสียที

วันสุดท้ายของสัปดาห์ที่สองของเดือนที่เจ็ด ฤดูฝน
           เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ความผิดพลาก ความเศร้าหมอง เกาะกุมหัวใจ เสรีภาพในการตัดสินใจบางครั้งเหมือนพิษร้าย กัดกินเค้าโครงของอนาคต
โถ่  ทำไม ทำไมตัวฉันถึงตัดสินใจแบบนั้นกันนะ ทั้งๆที่ไม่มีปัญหาอะไรสักนิดเดียว ที่เข้ามาสะกิดกลุ่มความอดทนในจิตใจ ทำไมกัน
           ราวกับเรื่องตลก ที่มาของผลลัพย์ แลดูจะไร้เหตุผล ที่จะพออธิบายได้ คงเป็นเพียงความหนักแน่นของข้ออ้าง ที่ราวกับว่าเป็นผลงานศิลปะชั้นยอดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากศิลปินอย่างแท้จริง ไม่อยากยอมรับเลยว่าวินาทีนี้เสียดาย เสียดายเหลือเกิน
          มนุษย์หนอมนุษย์ ทำไมถึงมองเห็นข้อดีผลประโยชน์มากมาย หลังจากเสียบางอย่างไปแล้ว ทำไมถึงไม่ตระหนักได้ในวินาทีที่โอกาสนั้นตั้งต่างหง่านอยู่ตรงหน้า เจ็บใจตนเองเหลือเกิน วินาทีนี้สิ่งที่ทำได้ มีเพียงการจมดิ่งลง ใคร่ครวญกับความคิดความเจ็บปวด ให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อหวังว่าในท้านที่สุดนั้น ตัวฮันจะไม่ผิดพลาดเช่นดังเดิมซ้ำสอง


5000 ตัวอักษรขอบคุณสำหรับใครก็ตาม ที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ ผมไม่สามารถนำถ้อยคำเหล่านี้ไปโพสหรือขอความคิดเห็นจากไหน หรือใครได้เลย
หากจะมีใครก็ตามที่ผมส่งผ่านความรู้สึกเหล่านี้ไปถึงใจได้ กรุณาบอกให้ผมรู้ทีครับ มันสำคัญกับผมมากจริงๆ ทั้งคำติและคำชม เป็นสิ่งที่ผมโหยหาเหลือเกิน

NEGRONI
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่