ตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยพลิกเป็นขาลง จากดัชนีระดับ 1,780.11 จุด ณ สิ้นเดือน เม.ย. ลงไปต่ำสุดถึง 1,584.68 จุด เมื่อ 29 มิ.ย. ร่วงไปถึง 195.25 จุด หรือราว 11% โดยตั้งแต่เดือน พ.ค. จนถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิหุ้นไทยไปถึง 1.17 แสนล้านบาท และหากรวมตั้งแต่ต้นปี ปรากฏว่าขายไปแล้วทั้งสิ้น 1.96 แสนล้านบาท เป็นสถิติการขายสุทธิสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์
ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องในวงการตลาดทุนไทย ยังยืนยันหนักแน่นว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจในประเทศและ บจ.ไทย ยังแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง การขายของนักลงทุนต่างชาติดังกล่าวมาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก เช่น สงครามการค้า หรือ การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ เป็นต้น
สถานการณ์แบบนี้มักจะพบว่า ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พากันเข้าเก็บหุ้นบริษัทตัวเอง เพราะเห็นว่าราคาหุ้นลงมาต่ำเกินไป และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทต่อนักลงทุน
*** 2 เดือนครึ่งผู้บริหารเก็บหุ้นมูลค่ารวมทะลุ 8.5 พันล้านบาท
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ 59-2) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ตั้งแต่ 2 พ.ค.-13 ก.ค.61 ผู้บริหาร บจ.เข้าซื้อหุ้นมูลค่ารวม 8,596.71 ล้านบาท โดยมีรายงานการเข้าซื้อหุ้นมากกว่า 1,000 รายการ ขณะที่มีผู้บริหารซื้อหุ้นมูลค่าเกิน 1 ล้านบาทถึง 164 ราย
*** บิ๊ก SUPER เก็บหุ้นสูงสุด หลังราคาหุ้นดิ่งเหว
จากตาราง "จอมทรัพย์ โลจายะ" ประธานกรรมการ บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เป็นผู้ที่เข้าซื้อหุ้นบริษัทตัวเองมากสุด คิดเป็นมูลค่าถึง 1,955.60 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 18.40% จากวันปิดสมุดบัญชี 15 มี.ค.61 ที่ถือเพียง 7.91% โดยหุ้น SUPER ราคารูดหนักตั้งแต่ 1 มิ.ย.61 จากระดับสูงสุดที่ 1.52 บาท ลงไปต่ำสุดถึง 0.61 บาท หรือลดลงไปเกือบ 60% ซึ่งล่าสุดราคาอยู่ที่ 0.72 บาท
สำหรับช่วงราคาสูงสุด-ต่ำสุดที่ "จอมทรัพย์" ซื้อ อยู่ที่ 1.20-0.76 บาท รวมทั้งสิ้น 1,637 ล้านหุ้น
"ผมเข้าซื้อต่อเนื่อง ช่วงที่ราคาร่วงหนัก ไม่สนว่าจะมีแรงขายมาจากไหนก็ตาม เพราะเชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัท และยืนยันว่าธุรกิจยังดำเนินไปตามปกติเช่นเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ที่ตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ 6,000 ล้านบาท ก็จะเป็นไปตามนั้น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund :IFF) ก็ยังเดินหน้าต่อไปตามแผนงาน ปลายเดือนนี้คงยื่นไฟลิ่งได้ และน่าจะขายได้ภายในปีนี้
หุ้นพอตกลงไปเดี๋ยวก็กลับขึ้นมาไหม เป็นไปตามกลไกของตลาดอยู่แล้ว และถ้าแผนงานต่าง ๆ เป็นไปตามเป้าหมาย ราคาหุ้นจะสะท้อนกลับมาเอง" จอมทรัพย์ โลจายะ แสดงความเห็นกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"
*** พบ 26 บจ.ราคารูดกว่า 20%
ขณะเดียวกันพบว่า ในจำนวนการซื้อหุ้นของผู้บริหาร 164 ราย มาจาก บจ. 125 บริษัท โดยมีถึง 26 บริษัทที่ราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 20% ช่วงวันที่ 2 พ.ค.-13 ก.ค.61
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่
https://goo.gl/d4fD9w
บิ๊ก บจ. ตบเท้าเก็บหุ้นช่วงดัชนีขาลง มูลค่ารวมกว่า 8.5 พันลบ.
ในขณะที่ผู้เกี่ยวข้องในวงการตลาดทุนไทย ยังยืนยันหนักแน่นว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจในประเทศและ บจ.ไทย ยังแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง การขายของนักลงทุนต่างชาติดังกล่าวมาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก เช่น สงครามการค้า หรือ การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ เป็นต้น
สถานการณ์แบบนี้มักจะพบว่า ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) พากันเข้าเก็บหุ้นบริษัทตัวเอง เพราะเห็นว่าราคาหุ้นลงมาต่ำเกินไป และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทต่อนักลงทุน
*** 2 เดือนครึ่งผู้บริหารเก็บหุ้นมูลค่ารวมทะลุ 8.5 พันล้านบาท
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ 59-2) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ตั้งแต่ 2 พ.ค.-13 ก.ค.61 ผู้บริหาร บจ.เข้าซื้อหุ้นมูลค่ารวม 8,596.71 ล้านบาท โดยมีรายงานการเข้าซื้อหุ้นมากกว่า 1,000 รายการ ขณะที่มีผู้บริหารซื้อหุ้นมูลค่าเกิน 1 ล้านบาทถึง 164 ราย
*** บิ๊ก SUPER เก็บหุ้นสูงสุด หลังราคาหุ้นดิ่งเหว
จากตาราง "จอมทรัพย์ โลจายะ" ประธานกรรมการ บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) เป็นผู้ที่เข้าซื้อหุ้นบริษัทตัวเองมากสุด คิดเป็นมูลค่าถึง 1,955.60 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 18.40% จากวันปิดสมุดบัญชี 15 มี.ค.61 ที่ถือเพียง 7.91% โดยหุ้น SUPER ราคารูดหนักตั้งแต่ 1 มิ.ย.61 จากระดับสูงสุดที่ 1.52 บาท ลงไปต่ำสุดถึง 0.61 บาท หรือลดลงไปเกือบ 60% ซึ่งล่าสุดราคาอยู่ที่ 0.72 บาท
สำหรับช่วงราคาสูงสุด-ต่ำสุดที่ "จอมทรัพย์" ซื้อ อยู่ที่ 1.20-0.76 บาท รวมทั้งสิ้น 1,637 ล้านหุ้น
"ผมเข้าซื้อต่อเนื่อง ช่วงที่ราคาร่วงหนัก ไม่สนว่าจะมีแรงขายมาจากไหนก็ตาม เพราะเชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัท และยืนยันว่าธุรกิจยังดำเนินไปตามปกติเช่นเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ที่ตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ 6,000 ล้านบาท ก็จะเป็นไปตามนั้น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund :IFF) ก็ยังเดินหน้าต่อไปตามแผนงาน ปลายเดือนนี้คงยื่นไฟลิ่งได้ และน่าจะขายได้ภายในปีนี้
หุ้นพอตกลงไปเดี๋ยวก็กลับขึ้นมาไหม เป็นไปตามกลไกของตลาดอยู่แล้ว และถ้าแผนงานต่าง ๆ เป็นไปตามเป้าหมาย ราคาหุ้นจะสะท้อนกลับมาเอง" จอมทรัพย์ โลจายะ แสดงความเห็นกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"
*** พบ 26 บจ.ราคารูดกว่า 20%
ขณะเดียวกันพบว่า ในจำนวนการซื้อหุ้นของผู้บริหาร 164 ราย มาจาก บจ. 125 บริษัท โดยมีถึง 26 บริษัทที่ราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 20% ช่วงวันที่ 2 พ.ค.-13 ก.ค.61
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่
https://goo.gl/d4fD9w