นายกฯยินดีสื่อนอก ยกไทยติดอันดับ ประเทศที่ดีที่สุดประจำปี 2561

16 มี.ค. 61 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”ว่า เรื่องที่น่ายินดีในช่วงนี้ เป็นผล “สำเร็จ” ที่มาจากความเพียรของทุกๆ ฝ่าย ประกอบกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตนอยากจะขอบคุณ และขอให้พวกเราทุกคนได้ร่วมกันภาคภูมิใจ กับผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดประจำปี 2561 (Best countries 2018) จัดทำขึ้นโดย U.S. News & World Report เป็นผลจากการศึกษาของบริษัท เอกชนร่วมกับมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการตอบแบบสอบถาม ของนักธุรกิจและคนรุ่นใหม่ทั่วโลก มากกว่า 21,000 คน ถึงความเห็นต่อประเทศต่างๆ ใน 9 มิติ


อาทิ คุณภาพชีวิต สิทธิพลเมืองอิทธิพลทางวัฒนธรรมมรดกทางวัฒนธรรมโอกาสการเติบโตในอนาคต โอกาสในการทำธุรกิจ ความสามารถของผู้ประกอบการ การท่องเที่ยวผจญภัยเป็นต้น เพื่อจะนำผลลัพธ์ที่ได้มา จัดอันดับรวม โดยประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของ “ประเทศที่ดีที่สุด” จาก 80 ประเทศ ถึง 3 ด้านด้วยกันได้แก่
1. ด้านการท่องเที่ยวผจญภัย ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 เป็นผลจากความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวของคนไทย “สยามเมืองยิ้ม” รักความสนุกสนาน รวมทั้งสภาพอากาศบ้านเราที่เหมาะสมมีธรรมชาติที่สวยงาม มีสิ่งดึงดูดความสนใจและท้าทายอยู่หลายแห่งซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวในไทยเฉลี่ยเกือบ50,000 บาท ต่อครั้ง (1,530 เหรียญสหรัฐ) ก็นับว่าเป็นอีกแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ที่สามารถกระจายลงไปสู่พี่น้องในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลต่างๆ ได้โดยตรง แหล่งท่องเที่ยวผจญภัยเหล่านี้ ก็คือ “ต้นทุน” ธรรมชาติ ที่เป็นทรัพยากรคู่ท้องถิ่น คู่บ้านเมือง ที่เหลือก็คือ ชุมชนเอง ต้องมีการบริหารจัดการ การให้บริการข้อมูล การอำนวยความสะดวกการเดินทาง ที่พัก ห้องน้ำห้องท่า ความสะอาดถูกสุขลักษณะ การดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินซึ่งกลไก “ประชารัฐ” ในพื้นที่ช่วยได้มาก ที่สำคัญต้องไม่เอาเปรียบ ไม่ขูดรีดนักท่องเที่ยวหรือหลอกลวง ในส่วนของรัฐบาลก็จะดูแลในภาพใหญ่ เพื่อจะเชื่อมโยงการคมนาคม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ เพื่อให้ “ความเจริญ” เข้าถึงทุกพื้นที่ มีความสะดวกและรวดเร็ว

มีการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตให้ครบทุกหมู่บ้าน กว่า 75,000 แห่ง เพื่อใช้ในการหาข้อมูล การทำธุรกรรมและการติดต่อ สื่อสารต่างๆ ได้ทั่วไทย รวมทั้งขยายผลการท่องเที่ยวในเมืองรองให้มากขึ้น ซึ่งจะเริ่มจากนักท่องเที่ยวในประเทศก่อน แล้วขยายผลไปยังนักท่องเที่ยวต่างประเทศไปพร้อมๆ กันให้มากขึ้นในระยะต่อไป เพื่อจะให้มีการกระจายรายได้ และมีโอกาสสร้างงาน สร้างอาชีพ ลงสู่ท้องถิ่น
2. ด้านโอกาสการเติบโตในอนาคต ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 6 ก็เป็นผลมาจากการรักษาเสถียรภาพของประเทศ ความมั่นคง ปลอดภัย เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ของนักลงทุน และรัฐบาลต่างประเทศ โดยรัฐบาลนี้ และ คสช. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ในการที่จะสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน

โดยการผลักดันให้มียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี มีแผนปฏิรูปประเทศที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แต่สิ่งที่ดำเนินการได้ในทันที เราก็ไม่ได้รีรอนะครับ เช่น นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือที่ทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้วในขณะนี้ ก็คือ “EEC” เรามุ่งส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ล้วนสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของโลกในอนาคต

ซึ่งจะเป็น “แหล่งบ่มเพาะ” นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ วิศวกร แรงงานที่มีทักษะ และนวัตกรรมใหม่ๆ ของเราเอง โดยมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง มีการยกระดับการให้บริการภาครัฐที่ “สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย” และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อขออนุญาตประกอบธุรกิจ (Ease of doing business) เป็นต้น

ที่กล่าวมานั้นเป็น “ต้นแบบ” นะครับ สำหรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ทั้ง 10 แห่ง ในอนาคต ก็เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศระยะยาวที่ชัดเจน สามารถจะดึงดูด “เม็ดเงิน” การลงทุนระยะยาว
และองค์ความรู้ – เทคโนโลยีชั้นสูงจากความเชี่ยวชาญสาขาต่างๆ เข้ามาช่วยยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวมของประเทศได้
3. ด้านมรดกทางวัฒนธรรมไทยเราได้รับอันดับที่ 8 โดยเฉพาะด้านอาหารที่ประเทศไทยของเราได้คะแนนสูงเท่ากับประเทศฝรั่งเศส เพราะเรามีทั้งอาหารที่มีเอกลักษณ์ มีรสชาติเป็นที่ชื่นชอบของชาวโลก เช่น “แกงมัสมั่น” ซึ่งได้อันดับ 1 ของโลก ตามที่ CNN ได้จัดอันดับ 50 สุดยอดอาหารเด็ด จาก “ทั่วโลก” รวมทั้งต้มยำกุ้งและส้มตำ ซึ่งผมได้เล่าให้ฟังเมื่อสัปดาห์ก่อนอีกทั้ง ผลไม้เมืองร้อน ที่หลากหลาย หากินง่ายตามฤดูกาล ได้ตลอดทั้งปี โดยรัฐบาลต้องบริหารจัดการน้ำ และ ดูแลปริมาณการผลิตให้เหมาะสมกับตลาดไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เพื่อราคาจะได้ไม่ตก ทำให้เราต้องตามแก้ปัญหาภายหลังกันอีก เช่นที่ผ่านมา

“ในเรื่องเหล่านี้ก็น่าภูมิใจ ที่ต่างประเทศเขาประเมินประเทศไทยในทางที่ดี แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่ายังมีบางคนจะบิดเบือนพยายามให้ข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพื่อหวังผลในเรื่องการเมืองอย่างเดียว เพราะฉะนั้นก็อยากให้สังคม สื่อต่างๆ ช่วยกันระมัดระวัง ในการให้ข่าวลักษณะนั้นด้วย”
นอกจากนี้แล้ว U.S. News and World Reportได้มีการจัดอันดับของประเทศที่ดีที่สุด ในด้านอื่นๆ “เพิ่มเติม” อีกด้วย อาทิ ในปีนี้ ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดในโลก สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจวัดจากมุมมองด้านต้นทุนการเริ่มธุรกิจต้นทุนในการผลิตความคล่องตัวมากขึ้นของระบบราชการการเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆทั้งด้านระบบขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการบริการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพเป็นต้น

ทั้งนี้ การเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยใช้เวลาเพียง 5 วัน อันนี้ก็เป็นผลมาจากความพยายามอย่างยิ่งยวดของภาครัฐ ในการปรับลดขั้นตอน และอุปสรรค ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในเรื่องเอกสาร และการขออนุญาตประกอบธุรกิจ ณ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ

ซึ่งการได้รับอันดับที่ดีเช่นนี้ ก็สอดคล้องกับการปรับดีขึ้น อย่างมาก ของอันดับ Ease of doing business ที่ธนาคารโลกได้ประกาศออกมาเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ดีขึ้นถึง 20 อันดับ โดยรัฐบาลยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในอีกหลายๆ ด้าน เพื่อช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกของภาคธุรกิจ และตอนนี้ก็เร่งรัดภาคเอกชนด้วยในการบริการให้กับประชาชน ในเรื่องเอกสารต่างๆ ต้องลดให้ได้โดยเร็ว ทุกส่วนราชการต้องปฏิบัติ ในการจะลดการใช้เอกสาร ตลอดจนผมจะขอประเมินดูผลงานทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง

เราก็หวังว่า สิ่งที่เรากล่าวมาทั้งหมดนั้น จะสามารถดึงดูดธุรกิจจากประเทศต่างๆ ให้เข้ามาลงทุน เกิดจ้างงานในพื้นที่ ได้อย่างต่อเนื่อง ในทุกกิจกรรม เพียงแต่พี่น้องประชาชนควรแสวงหาโอกาส ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการเหล่านั้น ในท้องถิ่นของตนให้ได้ ก็จะได้รับประโยชน์อย่างถ้วนหน้า

ก็ค่อยเพิ่มไปๆ ไม่ใช่หวือหวา แล้วบริหารจัดการไม่ดี หรือหวังกำไรแต่เพียงอย่างเดียว มันก็ไปไม่รอดหรอก ระยะยาวไปไม่รอด ต้องค่อยๆ เริ่ม ค่อยๆ เพิ่มจนทุกคนยอมรับได้ เราก็ต้องการเพิ่มรายได้ในท้องถิ่นให้มากที่สุด เป็นรายได้ของท้องถิ่นด้วย รัฐบาลก็ได้จากภาษีมา

ในเรื่องของความน่าลงทุนที่สุดนั้น ประเทศไทยของเราได้เป็นอันดับที่ 8ในมุมของความมีพลวัต มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมีระบบภาษีที่เอื้อต่อการลงทุนมีความสามารถของผู้ประกอบการในการสร้างนวัตกรรมรวมถึง มีแรงงานมีฝีมือและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ที่มีความพร้อม

รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาได้พยายามสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่มีเสถียรภาพ เร่งสร้างความปรองดอง

ที่สำคัญ คือ มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ชัดเจน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนมักพิจารณา เพื่อให้การลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรือ ยกให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต มีการใช้วัตถุดิบ หรือแรงงานในประเทศ ย่อมจะเป็นการช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติม และ ยกระดับความกินดีอยู่ดีให้กับพี่น้องประชาชน ในระยะต่อๆ ไปด้วย

อีกด้านที่สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการที่จะเพิ่มคุณภาพของบุคลากรในด้านแรงงานมีฝีมือ และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ก็คือ การที่เราได้เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศที่ดีที่สุด ในการศึกษาต่อต่างประเทศ

จากมุมมองที่ไทยมีบรรยากาศที่ให้ความสนุกสนาน มีชีวิตชีวา เหมาะกับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อ และ ใช้ชีวิตในระดับมหาวิทยาลัย รวมทั้ง มีการศึกษาที่มีคุณภาพ มีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่เข้าถึงได้ง่าย และ มีสถานที่น่าสนใจทางวัฒนธรรม

ซึ่งสะท้อนว่าเราจะสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในภูมิภาค เข้ามาร่วมกันส่งเสริมการขยายตัวของอุตสาหกรรม และการผลิตต่างๆ ของประเทศ และภูมิภาคได้ อีกทั้งจะเป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมกับกลุ่มที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนภาคเอกชนของประเทศต่างๆ ในอนาคตไว้ได้ อีกด้วย

นอกเหนือไปจากการท่องเที่ยว การทำธุรกิจ และ แนวโน้มในการเติบโตที่ดีแล้ว ประเทศไทยยังได้รับอันดับค่อนข้างดีในเชิงของการใช้ชีวิตด้วยนะครับ โดยเป็นอันดับที่ 20 ของประเทศที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นอาชีพ

โดยพิจารณาจากมุมมองของคนรุ่นใหม่ ในเชิงของตลาดแรงงานที่ตื่นตัว เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความสามารถของผู้ประกอบการ ความเท่าเทียมทางรายได้ นวัตกรรม ความน่าอยู่อาศัย และความก้าวหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้ชีวิตหลังเกษียณ ก็อยู่ในอันดับที่ 20 เท่ากัน จากการสำรวจจากผู้มีอายุเกิน 45 ปี ที่มีการให้คะแนนความสะดวกสบายของชีวิตหลังเกษียณ โดยจะเห็นว่ามีค่าครองชีพที่ไม่แพง มีภาษีที่เอื้อในการใช้ชีวิต ความเป็นมิตร ความน่าอยู่อาศัย สภาพอากาศที่เหมาะสม การให้สิทธิในการถือครองทรัพย์สิน และ ระบบสาธารณสุขที่ดี

รวมถึงที่น่าสนใจ ได้แก่ การที่ไทยได้อันดับที่ 28 ของประเทศที่มองการณ์ไปข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทาย และ การขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ประกอบการ การมีนวัตกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และ ระบบราชการที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากขึ้น

จะเห็นได้ว่า การจัดอันดับที่เราได้รับทั้งหมดนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้เอง แต่เป็นผลจากการที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศ ภาคเอกชนเข้มแข็ง รู้จักปรับตัว สร้างโอกาส สร้างมูลค่าเพิ่ม ประกอบกับภาคประชาชนให้ความร่วมมือ ให้การสนับสนุน และสนองตอบนโยบายต่างๆ เป็นอย่างดี
“ทั้งนี้ ผมไม่ได้อยากจะแข่งกับใคร หรือ อยากได้ดีกว่าประเทศอื่นหรอกนะครับ แต่ผมอยากให้พวกเราแข่งกับตัวเอง มาทบทวนตัวเอง มาปรับตัวกัน มาพยายามไปร่วมกัน ที่จะรักษาภาพลักษณ์ รักษาบรรยากาศทางเศรษฐกิจ บรรยากาศการลงทุนของประเทศเอาไว้

ร่วมกันปรับตัวให้เข้มแข็งได้จากภายใน พึ่งตนเองได้ และ ในขณะเดียวกัน ก็สามารถเพิ่มศักยภาพของประเทศในการแข่งขัน และ เอื้อให้มีการลงทุนจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในเทคโนโลยีระดับสูง

ซึ่งทั้งหมดนี้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการผลิตของประเทศ ให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ สู่สังคมสงบสุข เพราะทุกคนมีกินมีใช้ ไม่ใช่เพื่อรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อรักษาอันดับเหล่านี้ แต่เพื่อความกินดีอยู่ดีของพี่น้องประชาชนและลูกหลานของพวกเราต่อไป”
http://m.thansettakij.com/content/269076
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่