๕ ขั้นภูมิแห่งการทำดี

๕ ขั้นภูมิแห่งการทำดี

การทำดี ทำบุญ สร้างกุศลนั้น ในแต่ละคนย่อมมีระดับภูมิปัญญา แนวคิด หรือคติเป็นของตนเองในการทำดีนั้นๆ ซึ่งแตกต่างกันไปตามระดับภูมิของตนเอง ซึ่งมี ๕ ระดับ ดังนี้

ขั้นที่ ๑ ทำแล้วต้องให้คนอื่นรู้ เราทำดีแล้วคนอื่นไม่รู้ เราจะรู้สึกว่า กินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากจะบอกให้คนอื่นรับทราบ ยังไงแค่ได้เอ่ยนิดหนึ่งก็ยังดี เช่น

-นี่นะฉันไปถวายข้าววัดนั้น ๑ กระสอบ
-เมื่อเช้านี่นะฉันไปทำบุญตักบาต
-วันนี้ฉันไปทำบุญมา ๑๐๐ บาท
-ฉันไปบริจาคให้มูลนิธิมา ๑๐๐ บาท เป็นต้น

ทำแล้วโฆษณา อวดตนเองว่าได้ทำอะไรบ้าง

ขั้นที่ ๒ ทำดีแล้วจดรายชื่อไว้ คือ ทำดีแล้วไม่มีคนถามเราก็ไม่พูด แต่ถ้าใครมาถามก็จะตอบว่าเราไปทำบุญอะไรมาบ้าง

ขั้นที่ ๓ ทำดีแล้วลืม คือ ทำบุญ ทำดี ถ้าเขาไม่รู้บุญคุณของเราก็ไม่เห็นเป็นไร

ทำบุญ ทำดี แล้วเราลืมบ้างไม่ลืมบ้าง คำว่า "ลืม" นี่เป็นศัพท์ แต่จริงๆ แล้ว เราไม่ได้ลืม เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ไปยึดติดความดี

เราทำดี ทำบุญกุศลให้ส่งให้กับเจ้ากรรมนายเวร ก็อยู่ระดับนี้

ขั้นที่ ๔ ทำดีเพื่อดี ทำให้ดี ทำดีคืนสู่ดี คือ คืนให้ธรรม เราทำดีใครจะรู้ ใครจะสรรเสริญ ใครจะตำหนิ ก็ไม่ว่ากัน ฟังแล้วก็จบ

ทำดีต้องลืมชื่อ คือ ทำดีต้องคืนสู่ดี คำว่า ทำดีแล้วต้องลืมชื่อ หมายถึง เราทำดีแล้วยึดเป็นสิ่งดี "ของเรา" หรือเปล่า ถ้าเราจะไม่ให้คิดว่าเป็น สิ่งดี ของดี ความดี ของเรา แล้วเราจะทำยังไง เราก็จะต้องคืนสู่ธรรม

เราทำดีต้องก็ต้องคืนสู่ธรรม เพราะเราติดหนี้ธรรม เราก็ต้องทำดีคืนสู่ธรรม ธรรมบอกว่าเป็นภาวะที่ดีเราก็ต้องทำตามธรรม เราภักดีต่อธรรม เรากตัญญูต่อธรรม

ข้อแตกต่างในข้อที่ ๔ และข้อ ๕ นี้ คือ ทำดีแล้วเรายังยึดว่าเราทำดีให้

ขั้นที่ ๕ ทำดีปราศจากตัวตน ทำไม่ใช่เราทำ ถ้าเราทำแสดงว่าเรายังยึดในตัวตน เราทำเพราะว่าได้รับกระแสแห่งธรรม ทำไปตามภาวะแห่งธรรม ทำเพื่อลดอัตตา เรายิ่งทำยิ่งลดอัตตา

ทำดีเพื่อลดตัวตน ทำดีเพื่อเป็นไปตามภาวะธรรมเท่านั้นเอง

ทำดีในข้อที่ ๕ นี้ เราเป็นเพียงผู้ประกอบแห่งธรรม เปรียบเสมือนกับว่าเราเป็นบุรุษไปรษณีย์ เป็นผู้ส่งผ่าน

ทุกกรรมทั้ง ๕ ข้อนี้ เป็นการสะสมบุญทั้งนั้น แต่บุญของเราที่ทำเป็นยังไงเท่านั้น ก็ว่ากันไป

ข้อที่ ๑-๒ ทำดีแล้วเพิ่มอัตตา
ข้อที่ ๓-๔ ทำดีแล้วเสมออัตตา
ข้อที่ ๕ ทำดีเพื่อลดอัตตา ลดตัวตน ถ้าลดไปเรื่อยๆ จนถึงเข้าสู่นิพพาน

เราทำดี ทำบุญกุศลให้ทำไปเรื่อยๆ ก็จะยกระดับภูมิของเราสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ทำก็จะคงตัวหรือภูมิตกลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

พระอรหันต์ที่มีชีวิตอยู่ได้เพราะปฏิบัติไปโดยธรรม และพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว อันที่จริงต้องปรินิพพานแต่ว่าอยู่ในโลกนี้ได้เพราะปฏิบัติโดยธรรม มีชีวิตไว้เพื่อกับธรรม เพื่อเป็นไปโดยธรรม

ฉะนั้น ใครจะทำดีในข้อไหน ก็ทำไปแล้วยกระดับภูมิตนเองให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเป็นการดี

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่