ความเดิม : จขกท. มีน้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันหนึ่งคน ซึ่งคุณพ่อมีแฟนใหม่แล้วย้ายออกจากบ้านพร้อมกับหย่ากับคุณแม่ไปตั้งแต่ปี 2550 หลังจากนั้นมามีการส่งค่าเลี้ยงดูเพียงเล็กน้อยหลังจากการหย่าในปีแรก ซึ่ง ณ ปี 2550 จขกท. มีอายุ 15 ปี และน้องสาวอายุ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา คุณพ่อไม่มีการส่งเสียค่าเลี้ยงดูบุตรทั้งสองคน มีแต่คุณแม่เพียงคนเดียวที่ส่งเสียเลี้ยงดูลูกทั้งสองคน
ปล. คุณพ่อมีอาการของโรคประสาทเล็กน้อย ณ ขณะนั้น
ประเด็นสำคัญ : ภายหลังจากการหย่าคุณพ่อและคุณแม่ได้เขียนสลักหลังใบหย่าว่า บ้านที่อยู่ในปัจจุบัน (บ้านเป็นชื่อทั้งคู่พ่อและคุณแม่ทั้งสองคน, คุณพ่อเป็นเจ้าบ้าน) จะยกให้ลูกทั้งสองคน และตามข้อตกลงคุณพ่อจะออกจากบ้านไปสร้างครอบครัวกับภรรยาใหม่ และคุณแม่จะอยู่บ้านหลังนี้เพื่อเลี้ยงลูกทั้งสองคน และคนที่ออกจากบ้านไปซึ่งก็คือคุณพ่อจะไม่มีสิทธิ์ใดๆในบ้านอีก (ตามข้อตกลงปากเปล่าที่คุยกันคือ ถ้าใครมีคนใหม่ต้องออกจากบ้าน)
ปัจจุบัน : คุณพ่อผ่านการมีภรรยาใหม่หลายครั้ง จนถึงมีภรรยาคนปัจจุบันซึ่งเลิกราไปแล้วเช่นกัน แต่มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 3 ขวบ
คุณแม่อาศัยอยู่ในบ้านเพื่อเลี้ยงดูน้องสาวที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกปีนี้
จขกท. ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้าน เนื่องจากมาทำงาน ตปท.
สถานการณ์ปัจจุบัน : คุณพ่อพยายามที่จะยึดบ้านหลังปัจจุบันนี้คืน ซึ่งตอนนี้ที่ทางคุณพ่อได้ดำเนินการไปแล้วคือ ย้ายชื่อคุณแม่ออกจากทะเบียนบ้านไปอยู่บ้านญาติคนอื่น ดังนั้นในทะเบียนบ้านจึงเหลือแต่ชื่อพ่อที่เป็น เจ้าบ้าน และน้องสาว (ชื่อ จขกท อยู่ทะเบียนบ้านญาติที่กรุงเทพฯ)
เหตุการณ์สำคัญปัจจุบัน : เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2561 คุณพ่อได้มีการกลับมาที่บ้าน แล้วเอาปืนข่มขู่คุณแม่ให้ออกจากบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณแม่มีแฟนใหม่ (แต่แฟนใหม่ของคุณแม่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย มีเพียงแค่คบหากันเฉยๆ) ทาง จขกท และคุณแม่ได้มีการเรียนแจ้งความกับทางตำรวจเจ้าของพื้นที่ ทางหัวหน้าคุณพ่อซึ่งเป็นสารวัตรประจำ สภ. ใกล้เคียงไปแล้ว ทางสารวัตรมีการแจ้งว่าจะตักเตือนคุณพ่อ และไม่ให้ทางคุณพ่อมาวุ่นวายดังเหตุการณ์ข้างต้นอีก
คำถาม : จขกท และน้องสาว สามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้างในทางกฎหมาย เนื่องจากว่า พยายามไกล่เกลี่ยด้วยเหตุผลกับคุณพ่อไปแล้ว แต่ทางคุณพ่อยืนยันจะยึดบ้านคืน พร้อมทั้งไล่คุณแม่ออกจากบ้าน
ผลลัพธ์ที่อยากให้เกิดขึ้น : ไม่อยากให้คุณพ่อกลับเข้ามาก่อความวุ่นวายอีก เนื่องจากคุณพ่อมีอาวุธปืนซึ่งเคยใช้ข่มขู่ทั้ง จขกท และคุณแม่มาแล้ว ส่วนในเรื่องของบ้านอยากให้โอนชื่อมาเป็นของลูกทั้งสองคน เพราะจะได้ใช้กฎหมายอ้างอิงกับคุณพ่อได้ เนื่องจาก จขกท เป็นห่วงความปลอดภัยของคุณแม่และน้อง
ถ้ามีข้อมูลอะไรตกหล่นไปสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ เนื่องจาก จขกท มีความเดือดเนื้อร้อนใจในกรณีนี้ และได้แนวทางในการดำเนินการต่อไป
ขอขอบคุณผู้ที่มาตอบกระทู้ทุกท่านในเบื้องต้น
รบกวนปรึกษากรณีของพ่อที่พยายามจะยึดบ้านคืน
ปล. คุณพ่อมีอาการของโรคประสาทเล็กน้อย ณ ขณะนั้น
ประเด็นสำคัญ : ภายหลังจากการหย่าคุณพ่อและคุณแม่ได้เขียนสลักหลังใบหย่าว่า บ้านที่อยู่ในปัจจุบัน (บ้านเป็นชื่อทั้งคู่พ่อและคุณแม่ทั้งสองคน, คุณพ่อเป็นเจ้าบ้าน) จะยกให้ลูกทั้งสองคน และตามข้อตกลงคุณพ่อจะออกจากบ้านไปสร้างครอบครัวกับภรรยาใหม่ และคุณแม่จะอยู่บ้านหลังนี้เพื่อเลี้ยงลูกทั้งสองคน และคนที่ออกจากบ้านไปซึ่งก็คือคุณพ่อจะไม่มีสิทธิ์ใดๆในบ้านอีก (ตามข้อตกลงปากเปล่าที่คุยกันคือ ถ้าใครมีคนใหม่ต้องออกจากบ้าน)
ปัจจุบัน : คุณพ่อผ่านการมีภรรยาใหม่หลายครั้ง จนถึงมีภรรยาคนปัจจุบันซึ่งเลิกราไปแล้วเช่นกัน แต่มีลูกด้วยกัน 1 คน อายุ 3 ขวบ
คุณแม่อาศัยอยู่ในบ้านเพื่อเลี้ยงดูน้องสาวที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกปีนี้
จขกท. ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้าน เนื่องจากมาทำงาน ตปท.
สถานการณ์ปัจจุบัน : คุณพ่อพยายามที่จะยึดบ้านหลังปัจจุบันนี้คืน ซึ่งตอนนี้ที่ทางคุณพ่อได้ดำเนินการไปแล้วคือ ย้ายชื่อคุณแม่ออกจากทะเบียนบ้านไปอยู่บ้านญาติคนอื่น ดังนั้นในทะเบียนบ้านจึงเหลือแต่ชื่อพ่อที่เป็น เจ้าบ้าน และน้องสาว (ชื่อ จขกท อยู่ทะเบียนบ้านญาติที่กรุงเทพฯ)
เหตุการณ์สำคัญปัจจุบัน : เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2561 คุณพ่อได้มีการกลับมาที่บ้าน แล้วเอาปืนข่มขู่คุณแม่ให้ออกจากบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณแม่มีแฟนใหม่ (แต่แฟนใหม่ของคุณแม่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย มีเพียงแค่คบหากันเฉยๆ) ทาง จขกท และคุณแม่ได้มีการเรียนแจ้งความกับทางตำรวจเจ้าของพื้นที่ ทางหัวหน้าคุณพ่อซึ่งเป็นสารวัตรประจำ สภ. ใกล้เคียงไปแล้ว ทางสารวัตรมีการแจ้งว่าจะตักเตือนคุณพ่อ และไม่ให้ทางคุณพ่อมาวุ่นวายดังเหตุการณ์ข้างต้นอีก
คำถาม : จขกท และน้องสาว สามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้างในทางกฎหมาย เนื่องจากว่า พยายามไกล่เกลี่ยด้วยเหตุผลกับคุณพ่อไปแล้ว แต่ทางคุณพ่อยืนยันจะยึดบ้านคืน พร้อมทั้งไล่คุณแม่ออกจากบ้าน
ผลลัพธ์ที่อยากให้เกิดขึ้น : ไม่อยากให้คุณพ่อกลับเข้ามาก่อความวุ่นวายอีก เนื่องจากคุณพ่อมีอาวุธปืนซึ่งเคยใช้ข่มขู่ทั้ง จขกท และคุณแม่มาแล้ว ส่วนในเรื่องของบ้านอยากให้โอนชื่อมาเป็นของลูกทั้งสองคน เพราะจะได้ใช้กฎหมายอ้างอิงกับคุณพ่อได้ เนื่องจาก จขกท เป็นห่วงความปลอดภัยของคุณแม่และน้อง
ถ้ามีข้อมูลอะไรตกหล่นไปสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ เนื่องจาก จขกท มีความเดือดเนื้อร้อนใจในกรณีนี้ และได้แนวทางในการดำเนินการต่อไป
ขอขอบคุณผู้ที่มาตอบกระทู้ทุกท่านในเบื้องต้น