มาถึง ถุงมือนักเขียน หรืออาจจะเรียกว่า "ถุงมือเรื่องสั้น" ได้อีกชื่อหนึ่ง
ถุงมือแรกนี้ เป็นเรื่องราวของครอบครัวๆหนึ่ง ซึ่งชายผู้เป็นผู้นำครอบครัว เหมือนมีประสบการณ์ "ผ่านความตายแล้วฟื้น" กลับมาหาครอบครัวอีกครั้ง
ลองอ่านกันดูครับ จบแล้วแจกเกรด จากนั้นค่อยเล็งหาคนเขียนกันครับ


บรรยากาศตอนเช้าของบ้านมาคุ ไม่มีจานเสิร์ฟอาหารเช้าอย่างที่ควรจะเป็น มีแต่หน้ายับย่นเหมือนเตรียมจะกินเลือดกินเนื้อพร้อมด้วยแววตาแดงก่ำส่งแสงพิฆาตเตรียมคำถามสำหรับมนัส ในมือโมขยุ้มเสื้อสีขาวตัวที่เขาใส่เมื่อวาน ชูขึ้นตรงหน้าพร้อมคำถามคาดคั้นหาความจริง
"มะม่ะ มีอะไรเหรอจ้ะโม"
"เมื่อคืนไปไหนมา"
"ก็ไปงานแต่งเจ้าอ้น เพื่อนสมัย......"
ยังไม่ทันพูดจบประโยค เสื้อในมือโมก็ถูกปาอย่างแรงใส่หน้ามนัส
"ชิ! ไม่ใช่ไปที่ชอบๆเหรอ!!!!! แล้วรอยลิปสติกที่ปกเสื้อหมายความว่าไง"
มนัสหมดสิ้นคำตอบจะพูดได้แต่ยิ้มแหยๆ ค่อยๆก้าวถอยหลัง แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งออกจากบ้านก่อนที่ปรมาณูแตงโมจะระเบิดลงใส่หัวเขา แต่ขนาดวิ่งมาไกลแล้วเขายังได้ยินเสียงมินต์กับมายด์ลูกสาวฝาแฝดวัยสี่ขวบ ร้องถามแม่โม
"แม่คะ ไปที่ชอบๆหมายถึงอะไรหรือคะ"
เช้าวันนั้น เด็กๆไปโรงเรียนได้อย่างไรมนัสก็ลืมถามภรรยา แต่ตอนบ่ายขณะนั่งทำงานอยู่ เสียงมือถือก็ดังขึ้น "ปุ๊อิ๊ง!!!"พร้อมข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
"เย็นนี้ไปรับลูกที่โรงเรียนด้วย"
โมคงไปส่งลูกเมื่อเช้า มนัสลอบถอนหายใจเฮือก ไม่รู้เย็นนี้กลับถึงบ้านจะเจอกับอะไรบ้าง
วันนี้รถติดมากกว่าทุกวัน มนัสกระวนกระวายพลิกดูนาฬิกาข้อมือ เลยเวลาปกติที่เขาควรจะไปถึงโรงเรียนลูกแล้วกว่าสองชั่วโมง ป่านนี้เด็กๆคนอื่นคงกลับบ้านเกือบหมด เป็นห่วงลูกจัง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่น
เมื่อมนัสชะลอรถจอดหน้าโรงเรียนอนุบาลของเจ้าสองตัวแสบ ครูสาวก็วิ่งหน้าตาตื่นมาที่รถ มนัสไม่รอช้ารีบไขกระจกลงทันที
"มีอะไรหรือเปล่าครับครู"
"มีค่ะ เด็กสองคนเพิ่งหายไปเมื่อกี้นี้เองค่ะ เผอิญครูออกมาทำธุระห้องผู้อำนวยการ แต่สั่งแล้วนะคะว่าอย่าไปไหน รอคุณพ่อมารับที่นี่"
"งั้นคงไปได้ไม่ไกลหรอกครับ มาครับ ช่วยกันหา คงอยู่แถวนี้"
ครูประจำชั้นรวมทั้งครูคนอื่นๆที่ยังไม่ได้กลับบ้าน ต่างตามหาตัวมายด์และมินต์กันจ้าละหวั่น แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
ความกังวลบวกกับความกลัวทำให้มนัสปวดใจจนมือไม้สั่นรีบโทรหาโม ภรรยา "คุณ!!! ลูกเราหาย ตอนนี้ผมกับครูที่โรงเรียนตามหากันทั่วก็ยังไม่พบ ไปแจ้งความกันดีไหม"
แปลก...ที่โมเงียบไปอึดใจ ก่อนตอบกลับด้วยเสียงเย็นๆว่า
"ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณลองกลับไปดูที่รถสิคะ" เธอพูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวในเหตุการณ์สะพรึงขวัญที่เกิดขึ้น
มนัสเริ่มงุนงง วางสายโทรศัพท์แล้ววิ่งกลับมาดูที่รถ...ซึ่งเท่าที่เห็นตอนนี้ ในรถว่างเปล่าไม่มีใครเลย
แต่ขณะที่มนัสกำลังจะเอื้อมมือไปดึงประตูกดรีโมทปุ่มปลดล็อกด้วยกุญแจที่ถืออยู่ ก็พลันสะดุ้งกับเสียง "แฮร่..." สามแม่ลูกโผล่ขึ้นมาจากการซ่อนตัวบริเวณที่นั่งด้านหลัง แล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่มนัสอย่างสนุกสนานและสะใจที่ได้เป็นฝ่ายเอาคืนบ้าง
ด้วยความตกใจสุดขีด มนัสพลันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เขาเอามือกุมหน้าอก สีหน้าเหยเกแสดงความเจ็บปวดจนตัวงองุ้ม มือขวาสั่นงั่กๆๆๆขณะพยายามจะล้วงยา Isosorbide Dinitrate มาอมใต้ลิ้นเพื่อบรรเทาอาการ แต่ความปวดทำให้เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ จึงร่วงผล็อยหมดสติไปกองกับพื้นพร้อมกล่องยาในมือหกหล่นกระจาย
แม่ลูกทั้งหมดตาโต อ้าปากค้าง รีบวิ่งลงจากตัวรถมาเขย่าตัวมนัส มินต์กับมายด์ร้องไห้กระจองอแง โมหน้าซีดน้ำตาเอ่อล้นขอบตา เฝ้าแต่พร่ำพูดว่า "ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณมีโรคประจำตัว คุณคะ อย่างเป็นอะไรไปนะ ฮือๆ ฉันขอโทษ"
บรรยากาศนิ่งเงียบดุจไว้อาลัยให้ผู้ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้สำหรับโมและลูกๆ
แต่แล้วในที่สุด.... ร่างของชายผู้ล้มลง ก็เริ่มขยับ เปลือกตากระพริบสองสามครั้งก่อนจะลืมตาเต็มที่
โดยไม่มีใครคาดคิด มนัสก็ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิยิ้มแผละใส่ทุกคน ก่อนพูดยิ้มๆว่า "ตามมุขผมไม่ทันล่ะสิ อิอิ"
สิ้นประโยคของมนัส ความเงียบก็มาเยือน บรรยากาศมาคุกลับมาอีกครั้ง พร้อมเสียงกระหน่ำฝ่ามือพิฆาตตุ้บตั้บไม่ยั้งของโมรัวใส่มนัสร่วมกับเสียงคร่ำครวญโอดโอย
"โม..โมจ๋า..อย่าทำผมเลย ก็คุณแกล้งพาลูกมาแอบในรถให้ผมตกใจก่อนอ่ะ"
ส่วนเด็กน้อยฝาแฝดสองคนได้แต่มองตากันปิดปากหัวเราะคิกคักกับการแก้แค้นของคุณแม่ มินต์ป้องปากกระซิบพูดกับมายด์ว่า"งานนี้คุณพ่อได้ไปที่ชอบๆแน่ อิอิ"
อันที่จริง หลังจากมนัสรู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคหัวใจแล้ว เวลาทุกนาทีมีค่า จะปิดบังความจริงกับครอบครัวไปได้อีกนานแค่ไหนกัน..เขาเองก็ตอบไม่ได้ มนัสถอนหายใจ แล้วมองเม็ดยาที่กลิ้งตกเกลื่อนกราดกระจายบนพื้นด้วยแววตาแฝงความหมายอะไรบางอย่าง
อยากจะบอกทุกคนว่า...เมื่อกี้ผมผ่านความตายชั่วขณะมาแล้ว
แต่ตรองดูอีกที อย่าบอกดีกว่า....ไม่อยากให้ครอบครัวตกใจ คิดได้ดังนั้นมนัสก็เด้งตัวลุกขึ้น พาลูกๆและโมขึ้นรถก่อนขับกลับบ้าน ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ทำแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน
รายชื่อให้เลือกตอบครับ
1. B-thirteen
2. Christian Trevelyan Grey
3. Chee River
4. GTW
5. KTHc
6. ladylongleg (สมาชิกหมายเลข 2326325)
7. Lady Star 919
8. Na(นะ)
9. psycho_factory
10. Soul Master
11. Susisiri
12. TOSHARE (สมาชิกหมายเลข 4563770)
13. turtle_cheesecake
14. WANG JIE
15. คีตมินทร์
16. จอมยุทธนักสืบ
17. ชายขอบคันนายาว
18. นลินมณี
19. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
20. รัชต์สารินท์
21. ลายลิขิต
22. สวนดอก
23. น้องโจอี้ (สมาชิกหมายเลข 817884)
24. มัศยวีร์
*** รายชื่อ อาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติม ได้ทุกเมื่อ ^^
*** จะเฉลยถุงมือนี้ใน
วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 (ภาพปริศนาจะวาง วันที่ 18 ครับ) ***
สโลแกนของเราคือ "เขียนเมื่ออยากเขียน แต่งเมื่ออยากแต่ง เล่นซ่อนหากันเมื่ออยากเล่น"
จัดไป ในแต่ละสัปดาห์ สรุปผลคะแนนทุกครั้งที่เฉลย
ผู้ชนะที่ 1 และ/หรือ ผู้ที่ไม่มีใครทายถูก จะเข้ารอบ
THE GLOVES FINAL 2018 ตอนปลายปี (ในฐานะมือวาง) ครับผม
🕌🌨🐱THE WEEKLY GLOVES ไตรมาสสุดท้าย วีคที่ 30 เรื่องสั้น#61 "ไปที่ชอบๆ" โดย ถุงมือ "ไปมาแล้วทำไมไม่บอก"🐱🌨🕌
มาถึง ถุงมือนักเขียน หรืออาจจะเรียกว่า "ถุงมือเรื่องสั้น" ได้อีกชื่อหนึ่ง
ถุงมือแรกนี้ เป็นเรื่องราวของครอบครัวๆหนึ่ง ซึ่งชายผู้เป็นผู้นำครอบครัว เหมือนมีประสบการณ์ "ผ่านความตายแล้วฟื้น" กลับมาหาครอบครัวอีกครั้ง
ลองอ่านกันดูครับ จบแล้วแจกเกรด จากนั้นค่อยเล็งหาคนเขียนกันครับ
บรรยากาศตอนเช้าของบ้านมาคุ ไม่มีจานเสิร์ฟอาหารเช้าอย่างที่ควรจะเป็น มีแต่หน้ายับย่นเหมือนเตรียมจะกินเลือดกินเนื้อพร้อมด้วยแววตาแดงก่ำส่งแสงพิฆาตเตรียมคำถามสำหรับมนัส ในมือโมขยุ้มเสื้อสีขาวตัวที่เขาใส่เมื่อวาน ชูขึ้นตรงหน้าพร้อมคำถามคาดคั้นหาความจริง
"มะม่ะ มีอะไรเหรอจ้ะโม"
"เมื่อคืนไปไหนมา"
"ก็ไปงานแต่งเจ้าอ้น เพื่อนสมัย......"
ยังไม่ทันพูดจบประโยค เสื้อในมือโมก็ถูกปาอย่างแรงใส่หน้ามนัส
"ชิ! ไม่ใช่ไปที่ชอบๆเหรอ!!!!! แล้วรอยลิปสติกที่ปกเสื้อหมายความว่าไง"
มนัสหมดสิ้นคำตอบจะพูดได้แต่ยิ้มแหยๆ ค่อยๆก้าวถอยหลัง แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งออกจากบ้านก่อนที่ปรมาณูแตงโมจะระเบิดลงใส่หัวเขา แต่ขนาดวิ่งมาไกลแล้วเขายังได้ยินเสียงมินต์กับมายด์ลูกสาวฝาแฝดวัยสี่ขวบ ร้องถามแม่โม
"แม่คะ ไปที่ชอบๆหมายถึงอะไรหรือคะ"
เช้าวันนั้น เด็กๆไปโรงเรียนได้อย่างไรมนัสก็ลืมถามภรรยา แต่ตอนบ่ายขณะนั่งทำงานอยู่ เสียงมือถือก็ดังขึ้น "ปุ๊อิ๊ง!!!"พร้อมข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
"เย็นนี้ไปรับลูกที่โรงเรียนด้วย"
โมคงไปส่งลูกเมื่อเช้า มนัสลอบถอนหายใจเฮือก ไม่รู้เย็นนี้กลับถึงบ้านจะเจอกับอะไรบ้าง
วันนี้รถติดมากกว่าทุกวัน มนัสกระวนกระวายพลิกดูนาฬิกาข้อมือ เลยเวลาปกติที่เขาควรจะไปถึงโรงเรียนลูกแล้วกว่าสองชั่วโมง ป่านนี้เด็กๆคนอื่นคงกลับบ้านเกือบหมด เป็นห่วงลูกจัง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากบ่น
เมื่อมนัสชะลอรถจอดหน้าโรงเรียนอนุบาลของเจ้าสองตัวแสบ ครูสาวก็วิ่งหน้าตาตื่นมาที่รถ มนัสไม่รอช้ารีบไขกระจกลงทันที
"มีอะไรหรือเปล่าครับครู"
"มีค่ะ เด็กสองคนเพิ่งหายไปเมื่อกี้นี้เองค่ะ เผอิญครูออกมาทำธุระห้องผู้อำนวยการ แต่สั่งแล้วนะคะว่าอย่าไปไหน รอคุณพ่อมารับที่นี่"
"งั้นคงไปได้ไม่ไกลหรอกครับ มาครับ ช่วยกันหา คงอยู่แถวนี้"
ครูประจำชั้นรวมทั้งครูคนอื่นๆที่ยังไม่ได้กลับบ้าน ต่างตามหาตัวมายด์และมินต์กันจ้าละหวั่น แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
ความกังวลบวกกับความกลัวทำให้มนัสปวดใจจนมือไม้สั่นรีบโทรหาโม ภรรยา "คุณ!!! ลูกเราหาย ตอนนี้ผมกับครูที่โรงเรียนตามหากันทั่วก็ยังไม่พบ ไปแจ้งความกันดีไหม"
แปลก...ที่โมเงียบไปอึดใจ ก่อนตอบกลับด้วยเสียงเย็นๆว่า
"ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณลองกลับไปดูที่รถสิคะ" เธอพูดเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวในเหตุการณ์สะพรึงขวัญที่เกิดขึ้น
มนัสเริ่มงุนงง วางสายโทรศัพท์แล้ววิ่งกลับมาดูที่รถ...ซึ่งเท่าที่เห็นตอนนี้ ในรถว่างเปล่าไม่มีใครเลย
แต่ขณะที่มนัสกำลังจะเอื้อมมือไปดึงประตูกดรีโมทปุ่มปลดล็อกด้วยกุญแจที่ถืออยู่ ก็พลันสะดุ้งกับเสียง "แฮร่..." สามแม่ลูกโผล่ขึ้นมาจากการซ่อนตัวบริเวณที่นั่งด้านหลัง แล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่มนัสอย่างสนุกสนานและสะใจที่ได้เป็นฝ่ายเอาคืนบ้าง
ด้วยความตกใจสุดขีด มนัสพลันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เขาเอามือกุมหน้าอก สีหน้าเหยเกแสดงความเจ็บปวดจนตัวงองุ้ม มือขวาสั่นงั่กๆๆๆขณะพยายามจะล้วงยา Isosorbide Dinitrate มาอมใต้ลิ้นเพื่อบรรเทาอาการ แต่ความปวดทำให้เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ จึงร่วงผล็อยหมดสติไปกองกับพื้นพร้อมกล่องยาในมือหกหล่นกระจาย
แม่ลูกทั้งหมดตาโต อ้าปากค้าง รีบวิ่งลงจากตัวรถมาเขย่าตัวมนัส มินต์กับมายด์ร้องไห้กระจองอแง โมหน้าซีดน้ำตาเอ่อล้นขอบตา เฝ้าแต่พร่ำพูดว่า "ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณมีโรคประจำตัว คุณคะ อย่างเป็นอะไรไปนะ ฮือๆ ฉันขอโทษ"
บรรยากาศนิ่งเงียบดุจไว้อาลัยให้ผู้ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้สำหรับโมและลูกๆ
แต่แล้วในที่สุด.... ร่างของชายผู้ล้มลง ก็เริ่มขยับ เปลือกตากระพริบสองสามครั้งก่อนจะลืมตาเต็มที่
โดยไม่มีใครคาดคิด มนัสก็ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิยิ้มแผละใส่ทุกคน ก่อนพูดยิ้มๆว่า "ตามมุขผมไม่ทันล่ะสิ อิอิ"
สิ้นประโยคของมนัส ความเงียบก็มาเยือน บรรยากาศมาคุกลับมาอีกครั้ง พร้อมเสียงกระหน่ำฝ่ามือพิฆาตตุ้บตั้บไม่ยั้งของโมรัวใส่มนัสร่วมกับเสียงคร่ำครวญโอดโอย
"โม..โมจ๋า..อย่าทำผมเลย ก็คุณแกล้งพาลูกมาแอบในรถให้ผมตกใจก่อนอ่ะ"
ส่วนเด็กน้อยฝาแฝดสองคนได้แต่มองตากันปิดปากหัวเราะคิกคักกับการแก้แค้นของคุณแม่ มินต์ป้องปากกระซิบพูดกับมายด์ว่า"งานนี้คุณพ่อได้ไปที่ชอบๆแน่ อิอิ"
อันที่จริง หลังจากมนัสรู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคหัวใจแล้ว เวลาทุกนาทีมีค่า จะปิดบังความจริงกับครอบครัวไปได้อีกนานแค่ไหนกัน..เขาเองก็ตอบไม่ได้ มนัสถอนหายใจ แล้วมองเม็ดยาที่กลิ้งตกเกลื่อนกราดกระจายบนพื้นด้วยแววตาแฝงความหมายอะไรบางอย่าง
อยากจะบอกทุกคนว่า...เมื่อกี้ผมผ่านความตายชั่วขณะมาแล้ว
แต่ตรองดูอีกที อย่าบอกดีกว่า....ไม่อยากให้ครอบครัวตกใจ คิดได้ดังนั้นมนัสก็เด้งตัวลุกขึ้น พาลูกๆและโมขึ้นรถก่อนขับกลับบ้าน ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ทำแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน
ถุงมือ ไปมาแล้วทำไมไม่บอก
รายชื่อให้เลือกตอบครับ
1. B-thirteen
2. Christian Trevelyan Grey
3. Chee River
4. GTW
5. KTHc
6. ladylongleg (สมาชิกหมายเลข 2326325)
7. Lady Star 919
8. Na(นะ)
9. psycho_factory
10. Soul Master
11. Susisiri
12. TOSHARE (สมาชิกหมายเลข 4563770)
13. turtle_cheesecake
14. WANG JIE
15. คีตมินทร์
16. จอมยุทธนักสืบ
17. ชายขอบคันนายาว
18. นลินมณี
19. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
20. รัชต์สารินท์
21. ลายลิขิต
22. สวนดอก
23. น้องโจอี้ (สมาชิกหมายเลข 817884)
24. มัศยวีร์
*** รายชื่อ อาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติม ได้ทุกเมื่อ ^^
*** จะเฉลยถุงมือนี้ใน วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 (ภาพปริศนาจะวาง วันที่ 18 ครับ) ***
สโลแกนของเราคือ "เขียนเมื่ออยากเขียน แต่งเมื่ออยากแต่ง เล่นซ่อนหากันเมื่ออยากเล่น"
จัดไป ในแต่ละสัปดาห์ สรุปผลคะแนนทุกครั้งที่เฉลย
ผู้ชนะที่ 1 และ/หรือ ผู้ที่ไม่มีใครทายถูก จะเข้ารอบ THE GLOVES FINAL 2018 ตอนปลายปี (ในฐานะมือวาง) ครับผม