คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
เงินที่ตามให้ถอนออกมา รักษาตัว ตาม เจตนารมณ์ของคาผู้เจ้าของทรัพย์ เพียงแต่ให้น้าเป็นผู้ดูแลเงินเท่านั้น ไม่ใช่เงินที่ให้น้าโดยเสน่หา
ดังนั้น เหลือเท่าไหร่ หลังหักค่าใช้จ่ายจึงเป็น มรดกของตาทั้งสิ้น
ดังนั้น ทรัพย์สมบัติใด ของตา หลังหักสินสมรส จึงเป็นมรดกหมด ต้องมาแบ่งลุกทุกคน คนละ 1 ส่วน เท่าๆ กัน ถ้า ยายนังอยู่แบ่งให้ยาย 1 ส่วนด้วย
เงินจำนวน 1 ล้าน น้าต้องแสดงหลักฐาน ว่าใช้จ่าค่ารักษาไปเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ แล้วนำมารวม เป็นมรดกแบ่งแก่ทายาททุกคนเท่าๆ กัน
ถ้า น้า งุบงิบ จะแบ่ง ตามอำเภอใจไม่แบ่งตามกฎหมายที่ทายาทจะต้องได้ รับ อาจจะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก และอาจจะถูกกำจัดไม่ให้ได้รับมรดกได้
เรื่อง รถน่าได้ข้อยุติแล้ว จึงไม่ พิจารณา
ปล. แต่กฎหมายไม่ห้าม ถ้าทายาทจะยินยอมตกลงกันแบ่งกันเอง ใครได้เท่าไหร่แล้วทุกคนพอใจ ก็ทำได้ ตามกฎหมาย
ดังนั้น เหลือเท่าไหร่ หลังหักค่าใช้จ่ายจึงเป็น มรดกของตาทั้งสิ้น
ดังนั้น ทรัพย์สมบัติใด ของตา หลังหักสินสมรส จึงเป็นมรดกหมด ต้องมาแบ่งลุกทุกคน คนละ 1 ส่วน เท่าๆ กัน ถ้า ยายนังอยู่แบ่งให้ยาย 1 ส่วนด้วย
เงินจำนวน 1 ล้าน น้าต้องแสดงหลักฐาน ว่าใช้จ่าค่ารักษาไปเท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ แล้วนำมารวม เป็นมรดกแบ่งแก่ทายาททุกคนเท่าๆ กัน
ถ้า น้า งุบงิบ จะแบ่ง ตามอำเภอใจไม่แบ่งตามกฎหมายที่ทายาทจะต้องได้ รับ อาจจะมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก และอาจจะถูกกำจัดไม่ให้ได้รับมรดกได้
เรื่อง รถน่าได้ข้อยุติแล้ว จึงไม่ พิจารณา
ปล. แต่กฎหมายไม่ห้าม ถ้าทายาทจะยินยอมตกลงกันแบ่งกันเอง ใครได้เท่าไหร่แล้วทุกคนพอใจ ก็ทำได้ ตามกฎหมาย
แสดงความคิดเห็น
โดนน้องโกงเงินมรดก
ตา ผมอายุ 76 มีลูก 5 คน แม่ผมเป็นลูกคนโต ป่วยเป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย แกมีเงินฝากใน ธกส. 1 ล้านกว่าบาท กับรถกะบะ 1 คัน มีน้าผู้หญิงคนที่โกง เป็นลูก 3 คอยเฝ้าที่โรงบาลเป็นส่วนใหญ่ แม่ผมคอยมาผลัดเป็นแล้วดำเนินเรื่องอื่นๆที่บ้านแทน เพราะเป็นโรคกระดูกทับเส้น กับไมเกรน ความดัน มานอนเฝ้านานไม่ได้ ซึ่งตกลงกันแบบนี้ แม่เห็นว่า การรักษาต้องใช้เงินเยอะ จึงปรึกษา กับ คนที่สาม กับคน ที่สี่ และ พ่อ ว่าจะขอถอนเงิน 1 ล้านกว่าบาท เอามาเป็นชื่อลูกคนที่ 3 เพื่อไว้ใช้จ่ายและดูแลรักษาพ่อ เช่นซื้อเตียง ซื้อเครื่องออกซิเจน ยาบางตัวที่ต้องจ่ายเอง เพราะ ตาไม่ยอมนอนโรงบาล อยากไปนอนตายที่บ้าน ตาก็ตกลง และด้วยความไว้ใจ แม่กับน้าคนที่ 3 ก็ไปถอนเงินธกส. โดยตาเซ็นยินยอม และ แม่ผมเซ็นเป็นพยายาน โดยให้เป็นชื่อบัญชี น้าคนที่ 3 คนเดียวเพราะจะได้เบิกจ่ายง่าย แม่ผมด้วยความที่ป่วยอยู่แล้ว เดินทางไกลไม่ค่อยได้(ธนาคารอยู่ไกลบ้าน) และคุยกันไว้ก่อนแล้วถ้าตาตาย เงินเหลือเท่าไร ก็จะเอามาหาร 5 กับพี่น้อง แล้วก็ทำเรื่องโอนชื่อรถกะบะเป็นของน้าคนที่ 3 เพราะเห็นว่าเป็นคนดูแลตามากที่สุด ตาก็เซ็นยินยอม โอนรถเป็นของน้าคนที่ 3
แต่สุดท้ายพอตาตาย น้าก็บอกว่ารอทำบุญร้อยวัน ก่อนค่อยมาคุยเรื่องสมบัติกันเพราะระหว่างนี้ มันก็จะมีค่าใช้จ่ายเรื่องการทำบุญต่างๆ แล้วพอครบร้อยวันเมื่อวาน คุยเรื่องเงิน 1 ล้านบาท น้าคนที่สามพูดว่าจะให้แค่คนละแสน เพราะเขาดูแลตามากที่สุด ถ้าไม่เอาก็ไม่ให้ อยากได้ก็ไปฟ้องร้องเอา ก็เลยอึ้ง
........ผมจึงอยากถามนักกฎหมายในพันทิปว่า พอจะมีทางฟ้องร้องเอาเงิน 1 ล้านบาทมาแบ่งให้พี่น้องที่เหลือได้ไหมครับ
-------ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความแนะนำนะครับ