เที่ยวเยอรมัน : เดินขึ้นเขาไปปราสาทมาร์กสบวร์ก ป้อมปราการยุคกลางที่ไม่เคยถูกทำลาย

เยอรมันเป็นประเทศที่มีปราสาทมากมาย แต่ถ้าเปิดดูประวัติของแต่ละปราสาท จะเห็นว่ามีหลายแห่งเป็นปราสาทที่ถูกบูรณะหรือสร้างขึ้นใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยช่วงนั้นเป็นช่วงจินตนิยม คนบางกลุ่มเริ่มต่อต้านแนวคิดแบบเน้นเหตุผล และโหยหาอดีตในช่วงยุคกลาง ปราสาทในช่วงนี้จึงสร้างแบบยุคกลางและมีหลายปราสาทที่สวยชวนฝัน ปราสาทนอยฯ ที่เราคุ้นเคยกันก็สร้างในยุคนี้เหมือนกันค่ะ

ทีนี้...ถ้าอยากเห็นปราสาทยุคกลางของแท้เราจะไปดูได้ที่ไหน และสังเกตยังไง?
โดยส่วนตัวแล้วจะอ่านจากประวัติว่าเคยถูกทำลายหรือเปล่าค่ะ ปราสาทที่ไม่เคยถูกทำลายเลย ถ้ากำหนดขอบเขตเฉพาะโซนแม่น้ำไรน์แถวๆ โคเบลนซ์ก็คือปราสาทมาร์กสบวร์ก นอกจากนี้โซนแม่น้ำโมเซลที่อยู่ไม่ไกลจากโคเบลนซ์ก็มีอีกปราสาทคือปราสาทเอลทซ์ แต่พอดีว่าช่วงที่ไปเป็นฤดูหนาว ปราสาทเอลทซ์ปิด ก็เลยไปได้แค่ปราสาทมาร์กสบวร์กซึ่งอยู่ที่เบราบาคค่ะ

หน้าตาปราสาทมาร์กสบวร์กที่เบราบาค

การเดินทางจากโคเบลนซ์
- รถไฟประมาณ 10 นาที
- รถบัสประมาณ 30 นาที

ตั๋วเดินทาง
- ตั๋วขาไปกับขากลับสำหรับกรณีจะไปแค่เบราบาค (Braubach)
- ตั๋ว Rheinland-Pfalz-Ticket ถ้าจะแวะเที่ยวเมืองอื่นด้วย (เงื่อนไขการใช้ตั๋วนี้เหมือนกับ Bayern-Ticket)

การเดินทางไปปราสาทจากสถานีรถไฟ
- รถไฟเล็ก : มีเฉพาะช่วงฤดูร้อน และจะออกเมื่อมีผู้โดยสาร 7 คนขึ้นไป
- เส้นทางเดินป่า : เดินประมาณ 30 นาทีจากสถานีรถไฟ

ในกรณีใช้เส้นทางเดินป่า
เมื่อถึงสถานีรถไฟแล้วให้เดินลงทางใต้ดินไปโผล่ในเมือง และเดินไปทางเมืองเก่าโดยอิงจากภูเขาปราสาทที่มองเห็นจากสถานีรถไฟ

ในมุมหนึ่งของเมืองเก่าจะมีป้ายบอกทางไปปราสาทแบบนี้ (สังเกตตรงที่วงไว้)

หน้าตาป้ายบอกทาง

เดินขึ้นไปเรื่อยๆ (ภาพขวาล่างเป็นตอนหันกลับลงไปดูข้างล่าง)

ตรงบ้านสีเหลืองจะมีป้ายบอกทางไปปราสาท

ทางขึ้นไปปราสาท

วิวระหว่างทาง

ทางเดินขึ้นปราสาทเมื่อถ่ายลงมา จากนั้นก็เดินขึ้นไปอีกจนถึงปราสาท

เข้าปราสาท

เวลาทำการของปราสาท
ฤดูร้อน : 10 - 17 น. , ฤดูหนาว : 11 - 16 น. ปิดแค่ 24 - 25 ธ.ค.
- การเข้าชมปราสาทจะไปกับไกด์ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที โดยมีทั้งรอบภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ สามารถเช็กเวลารอบภาษาอังกฤษได้ในเว็บของปราสาท โดยรวมในฤดูร้อนจะมีวันละ 2 รอบคือ บ่าย 1 กับ 4 โมงเย็น ส่วนฤดูหนาว ตอนที่เราไป ปราสาทปิด 4 โมงเย็น ไกด์ทัวร์เริ่มบ่าย 3 ค่ะ
- ทางปราสาทมีใบปลิวเกี่ยวกับปราสาทให้ โดยส่วนตัวขอเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น แต่ก็มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษให้เหมือนกันค่ะ (ขออนุญาตบอกเผื่อมีคนถนัดภาษาญี่ปุ่นมากกว่าภาษาอังกฤษเข้ามาอ่านนิดนึงนะคะ ว่าตามสถานที่ท่องเที่ยวในเยอรมัน บางที่จะมีแผ่นพับหรือออดิโอไกด์ภาษาญี่ปุ่นให้ค่ะ บางปราสาทเจ้าหน้าที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วย)

วิวระหว่างรอทัวร์ปราสาท

ประวัติของปราสาทนี้
เวอร์ชั่นสรุป

- ปราสาทนี้มีปรากฏอยู่ในเอกสารเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 13
- มีการเปลี่ยนมือตระกูลเจ้าของปราสาทอยู่หลายครั้ง รวมถึงมีการสร้างเพิ่มเติมเป็นระยะๆ โดยสาเหตุที่ยังคงสภาพใกล้เคียงกับของเดิมได้เป็นเพราะแทบไม่เคยถูกโจมตี รวมถึงไม่เคยถูกปิดล้อม
- ปราสาทเคยถูกปล่อยให้ทรุดโทรมในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งปี 1900 สมาคมปราสาทเยอรมันมาซื้อปราสาทไว้ ปราสาทจึงได้รับการดูแลอีกครั้ง
- ปัจจุบันปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์และเป็นสำนักงานใหญ่ของสมาคมปราสาทเยอรมัน

เวอร์ชั่นยาว (อ้างอิงจากในเว็บปราสาทและในใบปลิวปราสาท)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ไกด์ทัวร์ในปราสาท
ไกด์ปราสาทจะพาไปดูส่วนต่างๆ ในปราสาทรวมถึงเล่าชีวิตความเป็นอยู่ในปราสาทสมัยก่อนไปพร้อมๆ กัน อาทิ ทำไมเตียงสมัยก่อนถึงเล็ก ห้องน้ำสมัยก่อนเป็นยังไง ทำไมบันไดทางขึ้นถึงแคบ สมัยก่อนแม้แต่เด็กก็ดื่มไวน์ (เคยอ่านเจอในหนังสือมา เห็นว่าน้ำเปล่าสมัยก่อนสกปรกมากและยังไม่มีการเอาไปต้มก่อนดื่มเหมือนสมัยนี้ ในขณะที่ไวน์สะอาดกว่าเพราะผ่านขั้นตอนฆ่าเชื้อโรคมาเยอะกว่า ดังนั้นในสมัยนั้น การดื่มไวน์จึงปลอดภัยกว่า) เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังให้ลองยกหมวกชุดเกราะได้ด้วย (ทำจากเหล็ก หนักพอสมควร) ถ้าใครไม่สันทัดการฟังภาษาอังกฤษก็เข้าไปอ่านเส้นทางทัวร์ปราสาทในเว็บปราสาทก่อนได้ค่ะ

การถ่ายรูปภายในปราสาท
ปราสาทนี้อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในปราสาทได้ แต่ไม่มั่นใจว่าสามารถเผยแพร่ได้หรือเปล่าจึงขออนุญาตไม่ลงภาพภายในปราสาทนะคะ (เพราะบางสถานที่ บางทีสามารถถ่ายรูปภายในอาคารได้ แต่อนุญาตให้ใช้ส่วนตัวเท่านั้นน่ะค่ะ ก็เลยไม่มั่นใจ)

วิวเมื่อมองออกมาจากปราสาท

ภาพนี้ถ่ายตอนรอรถไฟที่สถานี เพิ่ง 4 โมงเย็น แต่ก็เริ่มมืดแล้ว



สุดท้ายนี้ขอปิดท้ายด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำไรน์ของเมืองซังคท์ กัวร์สเฮาเซนตอนกลางวันค่ะ

ปราสาทหลังเมืองคือปราสาทคัทซ์ ภาษาเยอรมันแปลว่า แมว (ภาพไม่ชัดเพราะกล้องเราเป็นเลนส์ 20 มม. ซูมไม่ได้ อาศัยคร็อปเอาอย่างเดียว)
อ้างอิงจากหนังสือปราสาทที่เคยอ่านมาคือเป็นปราสาทส่วนตัวของคนญี่ปุ่น ไม่เปิดให้เข้าชม ส่วนเหตุผลที่ได้ชื่อว่าปราสาทแมวก็เพราะหน้าตาเหมือนแมว บ้างก็บอกว่ามาจากชื่อตระกูลคนสร้างปราสาท ซึ่งก็คือคัทเซนเอล์นโบเงน

ปราสาทฝั่งตรงข้ามคือปราสาทไรน์เฟลส์
อ้างอิงจากหนังสือและข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่เคยอ่านมาคือ ในอดีตเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ สร้างในศตวรรษที่ 13 โดยลอร์ดของตระกูลที่สร้างปราสาทคัทซ์ เดิมสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นด่านเก็บภาษี จากนั้นก็ต่อเติมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ และกลายเป็นซากเพราะถูกกองทัพนโปเลียนทำลายในปลายศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันเป็นโรงแรมปราสาทและเปิดส่วนหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์


ปล. ภาพในรีวิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของทริปเที่ยวเยอรมัน 30 กว่าวันในช่วงฤดูหนาวเมื่อหลายปีก่อนหรือก็คือปัจจุบันนี้ ป่าอาจจะหน้าตาเปลี่ยนไปบ้างตามกาลเวลาและฤดูกาลค่ะ

ภาพนี้คือตัวอย่างความแตกต่างตามฤดูกาลและกาลเวลา (ไปคนละปีกัน) สวนข้างปราสาทโฮเฮสที่ฟุสเซ่นในฤดูร้อนกับฤดูหนาวค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่