เป็นไปได้หรือเปล่าครับที่มนุษย์เราจะเคยมีอารยธรรมที่รุ่งเรืองมากๆและล่มสลายไป

มีของหลายอย่างทางโบราณคดีที่นักวทยาศาสตร์หาคำตอบไม่ได้และยังเป็นของที่ดูทันสมัย หรือแม้แต่ภาพวาดโบราณภาพวาดวงโคจรอวกาศ ภาพวาดยานอวกาศ

ช่วงเวลาที่นุษย์เราถือกำเนิดขึ้นที่เรารู้นั้นจริงหรือไม่

สิ่งปลูกสร่างชินใหญ่ที่คนปัจจุบันไม่สามาถรสร้างได้พวกเขาใช้อะไรสร้างเพราะปัจจุบันการจะสร้างของใหญ่ๆต้องใช้เครื่องมือช่วยคนในสมัยก่อนคิดได้ยังไงทำไมถึงไม่เหลือหลักานการสร้างไว้บ้างอย่างเช่นการจารึกลงในแผ่นหิน

มนุษย์ต่างดาวเคยติดต่อกับเราจิงไหมเห็นมีในภาพวาดโบราณหรือจะเป็นแค่สิ่งที่มนุษย์จินตนาการขึ้นมาหรือเพราะเห็นผีแต่ไม่รู้จึงเอามาวาดหรือวาดมั่ว

นี่คือสมมติฐานที่ผมเดาขึ้นมา มนุษย์นั้นกำลังเจริญลอยตามอารยธรรมของคนในอดีตที่เคยสร้างไว้โดยถูกปลูกถ่ายมาจากจิตใตสำถึงหากฝึกฝนก็จะสามารถเชื่อมโยงจิตของตัวเองของอารยธรรมโบราณที่เคยสร้างไว้และนำมาสร้างขึ้นมาโดยมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่ก้าวหน้าขึ้นใน ก็แต่ละยุค ก็เห็นของหลายอย่างคล้ายกันอย่างเช่นเครื่องบินที่มีมาก่อนที่จะสร้างเครื่องบินได้

- ตัวมนุษย์ในสมัยก่อนเองที่วาดขึ้นมาตามฝาผนังด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกทำให้คนสมัยนี้มองว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่แท้ที่จริงอาจจะเป็นมนุษย์ที่พัฒนาแล้วด้วยเทคโนโลยี

ถ้ามนุษย์เราเกิดก่อนที่เราจะรู้ว่าช่วงเวลามนุษย๋เกิดคือช่วงใด้ถ้างั้นทำไมตัวเราถึงเป็นทำไมหน้าตาไม่เป็นมนุษย์ที่วิวฒนาการแล้วทำไมถึงเริ่มจากลิงเพราะด้วยรูปลักษณ์แบบนั้นและเป็นช่วงที่มีวิวัฒนาการเริ่มสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างทคโนโลยีได้

หรือว่า เราพัฒนามาจากลิงแต่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตในโลกใบนี้ที่มีวิวัฒนาการเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญหากว่าเราและส้รางเทคโนโลยีขึ้นมาแต่ก็ได้สุญพันธุ์ไปด้วยเหตุผลบางอย่างพอช่วงเวลาผ่านไปโลกกับสู้สภาวะปกติลิงจึงวิวัฒนาการขึ้นมาเป็นคนแลสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่อีกครั้บสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาใหม่เหมือนสิ่งมีชีวิตxที่ได้วิวัฒนาการมาก่อนมนุษย์และทรงภูมิปัญหาก่อนแ่ได้สูญพันธุ์ไปสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์รู้ช่วงเวลาเกิดของมนุษย์อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ลิงเริ่มวิวัฒนาการแต่ไม่ได้หายความว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอีกรูปแบบนึงที่มีวิวัฒนาการมาก่อนเราและทรงภูมิปัญญากว่าเราแต่พวกเขาได้หายไป

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงไม่หลงเหลือร่องลอยของสิ่งมีชีวิตxเลย
ถ้าจินตการของผมเป็นจริงผมจะสันนิษฐานว่า

1 สิ่งมีชีวิตxที่มีวิวัฒนาการได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญหากว่าเราเกิดก่อนช่วงไดโนเสาร์จะเกิดและได้สุญพันธุไปเป็นอาหารไดโนเสาร์เป็นส่วนหนึ่งของดินย่อยสลายเป็นเพราะอยู่มานานเกินไปหรืออาจจะจมลงดินลึกไปอีก
2 พวกเขาทิ้งโลกในนี้ไปเพราะไม่สามารถหาแหล่งพลังงานทรัพพยากรได้และไปยังนอกโลกเมื่อโลกได้รับการฟื้นฟู้จึ่งเริ่มมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาถือกำเนิดขึ้น
3 พวกเขาไปยังดาวอังคารและทำทำลายล้างเผ่าพันธุ์ตัวเอง อาจจะเป็นไปได้เพราะดาวอังคารมีสภาพไกล้เคียงกับโลกถ้าเดาต่ออาจจะเป็นเพราะถูกสร้างมาจากเทคโนโลยีสมัยก่อน
4ผมฟุ้งซ่านไปแล้ว

จุดประกายึว่มคิดโดยเรื่องราวลึกลับที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถหาคำตอบได้ แหม่อยากฟังความเห็นของผู้มีความรู้จริงๆช่วยแชร์ความคิดไว้ให้ผมเก็บเป็นความรู้ด้วยครับ ของคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 64
เป็นไปไม่ได้ว่าหากมีอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ แล้วจะไม่เหลือร่องรอยอยู่เลย

บอกว่าเหลือเป็นหินอะไรนั่น ขอบอกว่าอารยธรรมที่รุ่งเรืองมาก ๆ ไม่ควรจะใช้หิน
ทำไม ?
เพราะมันทั้งหนักและขาดความแม่นยำเอามาก ๆ เลยน่ะสิ
ตัวอย่างเช่นถ้าจะสร้างอาวุธ มันเวิร์คไหมถ้าจะใช้หินเมื่อเทียบกับโลหะชนิดอื่น ?
ไม่มีทาง !
เพราะมันทั้งหนัก ทั้งเปราะ จนฟันศัตรูได้ไม่กี่ครั้งก็พังแล้ว
ดังนั้นไม่ว่ายังไงถ้าอารยธรรมเจริญรุ่งเรืองมากพอ ยังไงก็ต้องมาสู่การใช้เครื่องมือที่เป็นโลหะ

หรือถึงสิ่งก่อสร้างเองก็ตาม คอนกรีดนี่ เอาเข้าจริงมีมาเป็นสองพันกว่าปีแล้วนะ
คอนกรีตคือการเอาแค่หินชนิดต่าง ๆ ที่หาได้ง่ายตามธรรมชาติมาผสมกันเพื่อให้ได้เป็นคอนกรีตที่แข็งแกร่งจนเห็นซากมาได้จนถึงปัจจุบัน
จะบอกว่าใช้หินล้วน ๆ โดยไม่คิดจะเอามาผสมเพื่อให้ได้คอนกรีตที่มีคุณสมบัติที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่งและทนทานมากกว่า
ก็ไม่มีทางที่อารยธรรมนั้นจะเป็นอารยธรรมที่ควรนับว่ามีความเจริญรุ่งเรืองไปได้หรอก

ยังไม่รวมถึงอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ไม่สามารถอยู่ด้วยตัวของมันเอง
เพราะมันต้องพึ่งกำลังคนที่เยอะนะ คนจำนวนน้อย สร้างอะไรขึ้นมาไม่ได้หรอก
และด้วยคนที่เยอะ ยังไงก็ต้องหลงเหลือร่องรอยอะไรมาบ้าง การจะปกปิดไม่เหลือร่องรอยอะไรเลยนั้นเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากว่าไม่ได้อยู่ในโลกเราตั้งแต่ต้น
จะบอกว่าถูกไฟนรกโลกันต์ทำลายล้างจนหมดก็เป็นไปไม่ได้ เพราะไฟนรกโลกันต์ที่ว่ามันก็ต้องเหลือร่องรอยด้วย
เพราะขนาดอุกาบาตเมื่อสิ้นสุดยุคไดโนเสาร์ยังถูกค้นพบเลย อะไรที่ว่าจะทำให้อารยธรรมที่รุ่งเรืองสูญสลาย จะไม่มีทางทิ้งร่องรอยเลยงั้นหรือ ? ไม่มีทางเสียล่ะ !

ส่วนจะบอกว่าโลกเราเกิดมาเป็นพันล้านปี ควรที่จะมีอารยธรรมเกิดก่อนมนุษย์
เอาเข้าจริง... ยากนะ
เพราะการเกิดอารยธรรม มันต้องมีหลายปัจจัยเอามาก ๆ
อันดับแรก "ฉลาด" อย่างเดียวไม่พอ เพราะมันต้องมืออวัยวะยึดจับที่ดีแบบมือของมนุษย์ ลองคิดว่าปลาโลมาฉลาดกว่ามนุษย์แต่ไม่มีมือสิ มันจะสร้างเครื่องมืออะไรขึ้นมาได้อย่างนั้นเหรอ ?
เรื่องของเสียงก็สำคัญ ถ้าออกเสียงได้จำกัดจะทำให้คำศัพท์ถูกจำกัดตามไปด้วย ทีนี้ถ้าออกเสียงได้แค่ 100 คำ รับรองสื่อสารแบบละเอียดอ่อนไม่ได้หรอก แค่เรียกชื่อธาตุให้ครบยังทำไม่ได้เลย
ไม่เพียงเท่านั้น วัยเด็กก็ต้องยาวนานด้วย เพราะเป็นช่วงอายุที่สำคัญต่อการเรียนรู้
และต้องเป็นสังคมนะ มีการสืบทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น และสิ่งมีชีวิตนั้นต้องมีแนวคิดในการวางแผนระยะยาวด้วย
ทว่านอกจากมนุษย์แล้ว สิ่งมีชีวิตอื่นที่เป็นเช่นนี้มีอีกไหม ?
ไม่มี... จริงอยู่ที่มีบ้าง แต่ก็มีไม่ครบ
ส่วนมนุษย์นั้นกว่าจะมีครบทุกอย่าง (อย่างสุดท้ายคือแนวคิดในการวางแผนระยะยาว) ก็ใช้เวลาเป็นล้านปีแล้ว และถึงมีทุกอย่างครบ ก็ใช้เวลาอีกหลายหมื่นปีนั่นแหละกว่าจะสร้างอารยธรรมขึ้นมาได้
ดังนั้นอารยธรรมเกิดขึ้นยากกว่าที่คิด

--------------

ที่บอกว่าคนสมัยก่อนน่าทึ่ง
เอ่อ... เอาเข้าจริง มนุษย์เราสามารถส่งคนไปดวงจันทร์ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ที่สเปคต่ำกว่าสมาร์ทโฟนในปัจจุบันเสียอีก
คิดว่าน่าทึ่งกว่าสิ่งที่คนสมัยก่อนทำได้หรือเปล่า ?
(และเอาเข้าจริงการคำนวณวงโคจรอะไรพวกนี้ ทำได้ตั้งแต่กว่า 200 ปีก่อนแล้วด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่ดวงจันทร์นะ ลามไปถึงยูเรนัสนู่นเลย)

--------------

และเห็นบางคนพูดถึงเรื่องจินตนาการ

อันนี้ระวังให้ดีนะ จินตนาการมีหลายอย่าง
เอาง่าย ๆ จินตนาการที่เวิร์คคือจินตนาการแบบนักเคมี แต่จินตนาการที่ไม่เวิร์คคือจินตนาการแบบนักเล่นแร่แปรธาตุ
นักเคมีกับนักเล่นแร่แปรธาตุ อาจจะดูคล้าย แต่ที่จริงไม่คล้ายเลย
เพราะนักเล่นแร่แปรธาตุไม่ได้อิงความรู้อะไรเลย จินตนาการอย่างเดียว แค่ฝันอะไรได้ก็มาทดลองแล้ว
จนกระทั่งผ่านไปเป็นพันปี ความหวังที่จะเปลี่ยนตะกั่วเป็นทองคำก็ไม่มีใครทำสำเร็จได้สักคน
ต่างจากนักเคมี เขามีจินตนาการควบคู่ไปกับความรู้ เขารู้ว่าวิธีปรกติไม่มีทางเปลี่ยนตะกั่วเป็นทองคำได้ เพราะธาตุต่าง ๆ มันขึ้นอยู่กับโปรตอน อิเล็กตรอนที่อยู่ในอะตอมนั่น ๆ
ดังนั้นเขาจึงจินตนาการขึ้นมาว่า ถ้าเปลี่ยนจำนวนของโปรตอนและอิเล็กตรอนได้ล่ะ ? จะสามารถเปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทองคำได้หรือเปล่า ?
และนั่นก็มาสู่การทดลอง จนในที่สุด แม้จะใช้เวลาไม่ถึงเศษเสี่ยวของนักเล่นแร่แปรธาตุ นักเคมีก็เปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทองคำได้ในที่สุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่